โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดัชนีเชื่อมั่นหอการค้าฯ มิ.ย.ร่วงต่อเนื่อง กังวลการเมือง-ภาษีทรัมป์ซ้ำเติม

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 16.28 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 09.28 น.

ดัชนีเชื่อมั่นหอการค้าฯ ในเดือนมิถุนายน 2568 ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 สะท้อนความกังวลภาคธุรกิจ ปัจจัยลบหลักมาจากเสถียรภาพทางการเมือง นโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ผู้ประกอบการร้องรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการค้าเพิ่มเติมเพื่อรับมือความท้าทาย

นายวชิร คูณทวีเทพ ผู้อำนวยการสถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย (TCC INDEX) ประจำเดือนมิถุนายน 2568 ซึ่งจัดทำขึ้นจากการสำรวจความคิดเห็นของภาคธุรกิจและหอการค้าทั่วประเทศจำนวน 369 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 23-30 มิถุนายน 2568 พบว่า ดัชนีฯ อยู่ที่ระดับ 46.7 ลดลงจากระดับ 48.0 ในเดือนพฤษภาคม 2568 ถือเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4

การลดลงของดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยเกิดขึ้นในทุกภูมิภาค โดยกรุงเทพฯ และปริมณฑล อยู่ที่ 46.7, ภาคกลาง 46.2, ภาคตะวันออก 50.2, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 45.3, ภาคเหนือ 46.9, และภาคใต้ 45.3 ซึ่งทุกภาคล้วนลดลงจากเดือนพฤษภาคม

ปัจจัยลบที่กดดันความเชื่อมั่น

นายวชิรระบุปัจจัยลบหลักที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ ได้แก่:

  • ความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเมือง : สืบเนื่องจากเหตุการณ์คลิปเสียงสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยกับประธานวุฒิสภากัมพูชา ที่มีเนื้อหากระทบต่อกองทัพและอธิปไตยไทย
  • นโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯ : ความกังวลต่อแนวทางนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และการตอบโต้ของประเทศต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบาย Trump 2.0 โดยเฉพาะผลกระทบจากนโยบายภาษีนำเข้า
  • เศรษฐกิจโลกชะลอตัว : รวมถึงสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ของโลกที่ยังคงยืดเยื้อ เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน และความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
  • เศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัวช้า : ปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้น ผู้บริโภคระมัดระวังการจับจ่าย ส่งผลกระทบต่อยอดขายของธุรกิจ และรายได้ที่ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ
  • ราคาสินค้าเกษตรบางชนิดลดลง : ราคาข้าวเปลือกเจ้า มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน อยู่ในระดับต่ำกว่าปีที่ผ่านมา อาจส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นไม่มากนัก กระทบกำลังซื้อในบางพื้นที่ต่างจังหวัด
  • ราคาน้ำมันขายปลีกสูงขึ้น : ราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ ออกเทน 91 (E10) และแก๊สโซฮอล์ ออกเทน 95 ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 0.66 บาทต่อลิตรจากเดือนที่ผ่านมา
  • ต้นทุนผู้ประกอบการสูงขึ้น : โดยเฉพาะประเด็นค่าจ้างแรงงานที่อาจปรับตัวสูงขึ้น

ปัจจัยบวกที่ประคับประคองสถานการณ์

ในทางกลับกัน ยังมีปัจจัยบวกที่ช่วยประคับประคองสถานการณ์ ได้แก่:

  • การคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย : คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 6 ต่อ 1 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.75% ต่อปี และปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ปี 2568 อยู่ที่ 2.3% จากเดิม 1.3-2.0%
  • นักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น : จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการยกเว้นการยื่นวีซ่า
  • การส่งออกของไทยขยายตัว : เดือนพฤษภาคม 2568 การส่งออกของไทยขยายตัว 18.35% ที่มูลค่า 31,044.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • ราคาน้ำมันดีเซลทรงตัว : ราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกยังคงทรงตัวจากเดือนที่ผ่านมาที่ระดับ 31.94 บาทต่อลิตร
  • ราคาพืชผลเกษตรดีขึ้น : ราคาพืชผลทางการเกษตรหลายรายการปรับตัวดีขึ้นหรือทรงตัวในระดับที่ดีเกือบทุกรายการสำคัญ ส่งผลให้เกษตรกรเริ่มมีรายได้สูงขึ้น
  • เงินบาทแข็งค่าขึ้น : เงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับ 32.934 บาทต่อดอลลาร์ ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2568 เป็น 32.623 บาทต่อดอลลาร์ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2568

ข้อเสนอแนะจากภาคธุรกิจถึงภาครัฐ

ผู้ประกอบการได้เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาต่อภาครัฐ ดังนี้:

  • มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม : เพื่อเพิ่มกำลังซื้อและหมุนเวียนเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ รวมถึงมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย
  • แผนการเจรจาต่อรองภาษีกับประเทศมหาอำนาจ : เพื่อลดผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย
  • มาตรการป้องกันและรับมือสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา : เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
  • การบริหารจัดการน้ำ : ให้เหมาะสมกับภาคการเกษตร อุปโภค-บริโภค และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
  • การส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง : ทั้งเมืองหลักและเมืองรอง เพื่อกระจายเม็ดเงินสู่พื้นที่ต่างๆ
  • มาตรการส่งเสริมและช่วยเหลือ SMEs : เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
  • มาตรการทางการเงิน : ที่ช่วยเหลือสภาพคล่องของภาคธุรกิจ ดูแลมาตรฐานการให้สินเชื่อของสถาบันการเงิน และช่วยลดความเสี่ยงหนี้เสีย

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...