ปิดชายแดนไทย-กัมพูชา ภาคเกษตรได้รับผลกระทบเล็กน้อย
ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวระหว่างการแถลงผลกระทบต่อภาคการเกษตร กรณีไทย-กัมพูชา ณ ห้องประชุม 115 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า กรณีการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ในส่วนของภาคการเกษตรถือว่าได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เนื่องจากสินค้าเกษตรที่ส่งออกไปกัมพูชามีจำนวนน้อย จะเป็นจำพวกพืชผักผลไม้ ส่วนใหญ่จะใช้เป็นทางผ่านไปยังประเทศเวียดนาม อย่างไรก็ตามได้มีการหารื้อกับกระทรวงพาณิชย์ในการระบายสินค้าที่อยู่ที่ด่านแล้ว ส่วนเส้นทางไปเวียดนามจำเป็นต้องหาเส้นทางใหม่เพื่อการส่องออก
ขณะเดียวกันสินค้าที่ไทยนำเข้าจากกัมพูชา มีเพียงหัวมันสำปะหลังสดที่มีการนำเข้ามาปีละประมาณ 9,000 ล้านบาท ซึ่งหลังมีการปิดด่านได้มีการเจรจาขอซื้อมันสำปะหลังจากประเทศลาวแทน ซึ่งเพียงพอต้อความต้องการ หรือหาพืชชนิดอื่นมาใช้ในภาคอุตสาหกรรมทดแทนมันสำปะหลัง ตรงนี้ไม่ได้รับผลกระทบอะไร กัมพูชาน่าจะได้รับกระทบมากกกว่าเนื่องจากไม่สามารถส่งสินค้ามาบ้านเราได้
“นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรฯวางแผนในระยะกลางระยะยาว หากสถานการณ์ยืดเยื้อ โดยขณะนี้มีการเตรียมแผนไว้หมดแล้ว ผลกระทบกับกัมพูชาน้อย แม้จะยืดเยื้อถึง 6 เดือน สัดส่วนการนำเข้าจากกัมพูชาแค่ 1-2 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับประเทศที่เราค้าขายมากสดในอาเซียน จีน อเมริกาและ อียู”