โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดับมั่น! “ดีอี” ทุบ “กัมพูชา” ปิดด่าน-ตัดเน็ต-ดับไฟ ลดภัยไซเบอร์

อีจัน

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 15.57 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 08.56 น. • อีจัน

วันนี้ (19 มิ.ย.68) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แถลงข่าวถึงความคืบหน้าสถิติทางอาชญากรรมออนไลน์ลดลง จากมาตรการปิดด่านชายแดนไทย – กัมพูชา

นายประเสริฐ กล่าวว่า จากที่ทราบดีแล้วและที่เป็นข่าวที่กัมพูชากำลังถูกจับตาในฐานะศูนย์กลางอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก เบื้องหลังของวงจรต้มตุ๋นออนไลน์ที่อาศัยแรงงานจากการค้ามนุษย์นี้ ปรากฏแน่ชัดว่าได้รับการเอื้อประโยชน์อย่างเป็นระบบจากโครงสร้างรัฐและชนชั้นปกครองระดับสูง

หนึ่งในรายงานที่ถูกเผยแพร่ จัดทำโดยสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ได้กล่าวอย่างละเอียดถึงกลุ่มอาชญากรข้ามชาติ อาชญากรรมทางไซเบอร์ และการฉ้อโกงทางออนไลน์หรือแก๊งคอลเซนเตอร์

รวมถึงมีแผนที่ที่ระบุฐานปฏิบัติการของมิจฉาชีพหลายแห่งอย่างชัดเจนตามแนวชายแดนกัมพูชา – ไทยโดยเฉพาะ เมืองปอยเปต ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชายแดนกัมพูชา พื้นที่สำคัญทางยุทธศาสตร์สำหรับเครือข่ายอาชญากร Scam Centres ถือเป็นแหล่งรายได้หลักของกัมพูชาหรือคิดเป็น 80%

นายประเสริฐ กล่าวว่า ในฐานะรัฐมนตรีดีอี ได้พยายามทำมาตลอด คือ การหยุดยั้งปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์ และการฉ้อโกงทางออนไลน์ในทุกรูปแบบ ซึ่งจากสถิติข้อมูลที่ได้รายงานประจำเดือนมิ.ย.68 การแจ้งความออนไลน์มีแนวโน้มลดลงจากเดิมประมาณ 1,300 ราย ในช่วงที่มีคำสั่งเปิด – ปิดด่านเป็นช่วงๆ เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.68

เป็นผลให้สถิติการแจ้งความออนไลน์ลดลงมาเหลือ 900 ราย ในวันที่ 8 มิ.ย.68 ทันทีหลังปิดด่านได้เพียง 1 วัน ถึงแม้ในบางช่วงๆ จะมีสถิตแนวโน้มเพิ่มกลับขึ้นมา แต่ก็ยังคงต่ำกว่าช่วงที่ยังไม่มีการปิดด่าน และกลับมาลดลงหลังจากมีคำสั่งห้ามคนไทยข้ามไปทำงานที่กัมพูชา

หากเราย้อนไปดูสถิติข้อมูลในช่วงวันที่ 1 มี.ค.65 – 31 มี.ค.66 พบว่ามีการรายงานการหลอกลวงทางออนไลน์ 229,923 รายงาน โดยมีมูลค่าความเสียหายรวม 34,501 ล้านบาท

ล่าสุดจากข้อมูลที่มีการรวบรวมในระหว่างวันที่ 1 พ.ค.66 ถึงวันที่ 31 พ.ค.68 สายด่วน AOC 1441 รับสายเข้ารวม 1,769,958 สาย ส่งผลให้บัญชีที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงถูกระงับการใช้งาน 686,515 บัญชี และตรวจสอบความเสียหายมูลค่า 29,750 ล้านบาท

จากข้อมูลข้างต้น จะเห็นว่าการปิดด่าน การตัดไฟ การตัดเน็ต บ่งชี้ได้อย่างชัดเจนว่าสามารถทำให้ อาชญากรข้ามชาติ อาชญากรรมทางไซเบอร์ และการฉ้อโกงทางออนไลน์ หรือ แก๊งคอลเซนเตอร์ ลดลงได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะ

1.ปัญหาการโทรผ่านระบบมือถือเพื่อหลอกลวงประชาชนจะหายไปอย่างสิ้นเชิง

2.การกดเงินเพื่อนำออกไปนอกประเทศผ่านบัญชีม้าจะลดลงเพราะได้มีการเชื่อมโยงกับระบบธนาคาร/สถาบันการเงินที่ผู้กดเงินจะต้องสแกนใบหน้า ทำให้การนำเงินออกไปยากมากขึ้น เงินจะค้างในระบบ ทำให้สามารถดึงเงินคืนให้กับผู้เสียหายได้

นายประเสริฐ กล่าวว่า กระทรวงดีอีและรัฐบาลจะเร่งการดำเนินการตาม พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เช่น กำหนดมาตรการจัดการบัญชีม้า กาหนดมาตรการและตรวจสอบการลงทะเบียน Sender Name เพิ่มความเข้มข้นในการระงับการให้บริการโทรคมนาคม

จัดทำกฎกระทรวงหลักเกณฑ์ แนวปฏิบัติกระบวนการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหาย พัฒนาระบบแพลตฟอร์มกลาง ฐานข้อมูลกลาง ศปอท. เร่งจัดทำระเบียบกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ว่าด้วยการปฏิบัติงานของศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

“รวมถึงอีกหลายมาตรการที่กำลังดำเนินการ เช่น การปราบปรามและบังคับใช้กฎหมาย การความร่วมมือระหว่างประเทศ การช่วยเหลือเหยื่อ การป้องกันและสร้างความตระหนักรู้ มาตรการควบคุมชายแดนและช่องทางธรรมชาติ และอีกหลายมาตรการกำลังจะออกมาเพิ่มเติม”นายประเสริฐ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...