โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชาวบ้านโนนสวรรค์เดือด! เหมารถบุกอำเภอ ทวงเงิน หลังถูกสาว ป. เชิดหนี

สยามนิวส์

เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 06.01 น. • สยามนิวส์
ชาวบ้านโนนสวรรค์เดือด! เหมารถบุกอำเภอ ทวงเงิน หลังถูกสาว ป. เชิดหนี

วันที่ 11 มิถุนายน 2568 ตัวแทนชาวบ้านบ้านโนนสวรรค์ หมู่ 5 ตำบลบ้านด่าน อำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ กว่า 50 คน รวมตัวกันเดินทางโดยรถสองแถวมายังที่ว่าการอำเภอแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมถึงนายอำเภอ กรณีถูกอดีตเหรัญญิกกองทุนหมู่บ้านโกงเงินกว่า 3.6 ล้านบาท

ผู้ถูกร้องเรียนคือ นางสาวป. (อักษรย่อ) ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเสมียนตรา และเพิ่งย้ายมาจากอำเภออื่น โดยชาวบ้านระบุว่า น.ส.ป. เคยดำรงตำแหน่งเหรัญญิกกองทุนหมู่บ้านโนนสวรรค์ ตั้งแต่ปี 2540 จนถึงวันที่ 10 ตุลาคม 2562 แม้จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ แต่ น.ส.ป. ยังคงยึดหน้าที่และเอกสารทั้งหมดไว้เพียงลำพัง ไม่ส่งมอบให้คณะกรรมการใหม่

ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก : ที่นี่ อำเภอบ้านด่าน

น.ส.สุพัตรา (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี ตัวแทนชาวบ้านเปิดเผยว่า เรื่องทั้งหมดเริ่มชัดเจนในปี 2567 เมื่อมีชาวบ้านพบความผิดปกติจากยอดเงินที่กู้ ระบุว่าตนเองยื่นกู้เพียง 20,000-30,000 บาท แต่กลับมีหลักฐานปรากฏว่ากู้เงินถึง 50,000-100,000 บาท จนนำไปสู่การตรวจสอบและพบว่าเงินในกองทุนหายไปกว่า 3.6 ล้านบาท

หลังจากนั้น น.ส.ป. ได้ย้ายออกจากพื้นที่ และเพิกเฉยต่อคำร้องขอของชาวบ้าน พร้อมอ้างว่าทุกคนมากู้เอง ทั้งที่มีบางรายไม่เคยกู้เงินแต่กลับมีชื่อในบัญชีเงินกู้ ชาวบ้านจึงรวมตัวแจ้งความที่ สภ.บ้านด่าน แต่เรื่องเงียบหาย ไม่มีความคืบหน้า ขณะที่ น.ส.ป. ยังท้าทายให้ไปฟ้องร้องเอาเอง

ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก : ที่นี่ อำเภอบ้านด่าน

การเดินทางมายื่นหนังสือครั้งนี้ ชาวบ้านยืนยันว่าไม่ได้หวังเงินทั้งหมดคืน ขอเพียงเงินทุนก้อนแรกจำนวน 1 ล้านบาทกลับมาก็พอ เพื่อจะนำไปตั้งต้นกองทุนใหม่ ส่วนเงินที่เหลืออีกกว่า 2.6 ล้านบาท พวกเขาจะถือเป็นบทเรียนและพร้อม "อุทิศส่วนกุศลให้"

ชาวบ้านยังระบุด้วยว่า กองทุนดังกล่าวเคยได้รับคำชื่นชมจากธนาคารว่าเป็นหนึ่งในกองทุนที่บริหารจัดการดี มีเงินดอกเบี้ยหมุนเวียนต่อยอดได้อย่างต่อเนื่อง แต่กลับต้องมาพังเพราะการทุจริตเพียงคนเดียว จึงหวังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ และช่วยติดตามเงินกลับคืนสู่ชุมชนโดยเร็ว

ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก : ที่นี่ อำเภอบ้านด่าน

เรียบเรียงเนื้อหาโดย สยามนิวส์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...