โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 11 มิ.ย. 68

AEC10NEWs

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 08.13 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 00.28 น. • AEC10NEWS

1. สรุปสถานการณ์น้ำ และปริมาณฝนสะสม 24 ชม. สูงสุด ได้แก่ ภาคเหนือ : จ.เชียงราย (127 มม.) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จ.อุบลราชธานี (145 มม.) ภาคตะวันตก : จ.ราชบุรี (21 มม.) ภาคกลาง : จ.สระบุรี (19 มม.) ภาคตะวันออก : จ.ตราด (95 มม.) ภาคใต้ : จ.กระบี่ (121 มม.)

วันนี้ : ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออก เฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก

คาดการณ์ : ช่วงวันที่ 13 - 16 มิ.ย. 68 ร่องมรสุมจะเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านประเทศประเทศเมียนมาตอนบน และประเทศลาวตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังอ่อนลง-ทำให้ประเทศไทยจะมีฝนบางพื้นที่ และยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง

2. สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำในภาพรวม : ปริมาณน้ำรวม 56% ของความจุเก็บกัก (45,123 ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณน้ำใช้การ 36% (22,008 ล้าน ลบ.ม.)

สทนช. ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ เพื่อรองรับปริมาณน้ำที่อาจเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝน โดยเน้นการลดความเสี่ยงจากอุทกภัยและเตรียมความพร้อมในทุกภาคส่วน พร้อมทั้งสร้างการรับรู้แก่ประชาชน ประชาสัมพันธ์การแจ้งเตือน และจัดเตรียมมาตรการช่วยเหลือผ่านช่องทางต่าง ๆ อย่างทั่วถึงและทันท่วงที

3. ประกาศสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ : ประกาศสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ฉบับที่ 8/2568 ลงวันที่ 10 มิ.ย. 68

เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงและน้ำเค็มรุกล้ำ ในวันที่ 12 – 17 มิ.ย. 68 ดังนี้

3.1 อิทธิพลของน้ำทะเลหนุนสูง ประกอบกับอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ รวมถึงร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่าน ทำให้มีฝนตกหนักในบางพื้นที่ ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มสูงขึ้นและอาจไหลเข้าท่วมบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำแม่กลอง รวมถึงชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำและแนวเขื่อนชั่วคราวบริเวณที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร (แนวฟันหลอ)

3.2 เฝ้าระวังน้ำเค็มรุกล้ำส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร จึงขอให้เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงและน้ำเค็มรุกล้ำในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร สมุทรสาคร นครปฐม และสมุทรสงคราม

4. ข่าวประชาสัมพันธ์ : เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 68 ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 7/2568 โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ-สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

โดยที่ประชุมได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีแนวโน้มฝนตกหนักและน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเพิ่มขึ้น โดยกำหนดเป้าหมายเบื้องต้น ณ วันที่ 1 พ.ย. 68 ให้รักษาปริมาณน้ำไว้ที่ประมาณ 80% ของความจุอ่างฯ โดยทยอยระบายน้ำในช่วงเวลานี้ เพื่อสงวนและสำรองพื้นที่รองรับน้ำจากฝนตกระลอกใหม่ และลดความเสี่ยงจากน้ำล้นอ่างเก็บน้ำที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณด้านท้ายอ่างได้ รวมถึงป้องกันไม่ให้มีมวลน้ำไปสมทบเพิ่มเติมกับปริมาณน้ำในลำน้ำต่าง ๆ ในช่วงที่มีฝนตกหนัก ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน อย่างไรก็ตาม การกำหนดปริมาณน้ำที่ 80% ของความจุอ่างฯ เป็นเพียงแผนบริหารความเสี่ยงในช่วงน้ำหลาก

โดยจะมีการทบทวนและปรับแผนการบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงฤดูฝน ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลา เพื่อให้อ่างเก็บน้ำแต่ละแห่งสามารถกักเก็บน้ำได้เต็มศักยภาพ เพื่อใช้เป็นแหล่งน้ำสำรองสำหรับอุปโภคบริโภค การเกษตร และรักษาระบบนิเวศในช่วงฤดูแล้งถัดไป และที่ประชุมยังได้มีมติเห็นชอบในหลักการผังน้ำเพิ่มเติม จำนวน 3 ผังน้ำ ได้แก่ ผังน้ำลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ผังน้ำลุ่มน้ำแม่กลอง และผังน้ำลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันตก และให้ดำเนินการเสนอต่อคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เพื่อพิจารณาประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

ข่าวที่เกียวข้อง : สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 10 มิ.ย. 68

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...