โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

7 หุ้นท่องเที่ยวพุ่งต่อ! โบรกชู CENTEL-MINT ท็อปพิก รับนทท.จีนฟื้น

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 07.49 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 07.45 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงาน วันนี้ (17 ก.ค.68) ราคาหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ณ เวลา 14:15 น. หลังรายงานยอดนักท่องเที่ยวจีนเริ่มกลับมาฟื้นตัวในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นำโดย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT อยู่ที่ระดับ 39.75 บาท บวก 3.50 บาท หรือ 9.66% สูงสุดที่ระดับ 40.00 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 36.25 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4,412.22 ล้านบาท

บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT อยู่ที่ระดับ 26.00 บาท บวก 1.10 บาท หรือ 4.42% สูงสุดที่ระดับ 26.00 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 24.80 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 584.21 ล้านบาท

บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV อยู่ที่ระดับ 1.34 บาท บวก 0.05 บาท หรือ 3.88% สูงสุดที่ระดับ 1.35 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 1.30 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 79.19 ล้านบาท

บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL อยู่ที่ระดับ 27.50 บาท บวก 1.00บาท หรือ 3.77% สูงสุดที่ระดับ 27.75 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 26.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 78.68 ล้านบาท

บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR อยู่ที่ระดับ 1.52 บาท บวก 0.02 บาท หรือ 1.33% สูงสุดที่ระดับ 1.54 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 1.49 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.46 ล้านบาท

บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW อยู่ที่ระดับ 2.34 บาท บวก 0.02 บาท หรือ 0.86% สูงสุดที่ระดับ 2.38 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 2.32 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 37.29 ล้านบาท

บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA อยู่ที่ระดับ 14.80 บาท บวก 0.10 บาท หรือ 0.68% สูงสุดที่ระดับ 15.00 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 14.60 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 165.26 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมา (7–13 กรกฎาคม 2568) อยู่ที่ 570,747 คน เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.3% จากสัปดาห์ก่อนหน้า แต่ยังคงหดตัว 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือเฉลี่ยวันละประมาณ 81,535 คน

ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวจากบางประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเรียงลำดับจากจำนวนมากไปน้อย ได้แก่ อินเดีย 42,626 คน จีน 92,110 คน, มาเลเซีย 81,761 คน, เกาหลีใต้ 23,963 คน และ รัสเซีย 18,050 คน ในทางกลับกันประเทศที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงมากที่สุดในสัปดาห์ดังกล่าว คือ ออสเตรเลีย โดยมีนักท่องเที่ยว 19,588 คน ลดลง 7% เมื่อเทียบระหว่างสัปดาห์

ด้าน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวบางประเทศมาจากฤดูกาลท่องเที่ยวในช่วง Summer Holiday ของยุโรป เช่นฝรั่งเศสและเยอรมนี ขณะที่กลุ่มประเทศระยะใกล้เริ่มชะลอการเดินทางหลังสิ้นสุดช่วงวันหยุดสำคัญในภูมิภาค สำหรับสถิตินักท่องเที่ยวสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 13 กรกฎาคม 2568 อยู่ที่ 17,754,055 คน ลดลง 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ ฝ่ายนักวิเคราะห์มองเป็นบวกเล็กน้อยจากตัวเลขนักท่องเที่ยวรวมที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวจีนยังฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง โดยจำนวนนักท่องเที่ยวรวมที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพราะได้นักท่องเที่ยวจีนและรัสเซียที่ฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่องมาช่วยหนุน โดยประเทศจีนเป็นช่วงปิดเทอม (ต้นเดือน ก.ค.-ปลายเดือน ส.ค. 68)

โดยทำให้คาดว่าสัปดาห์หน้ามีโอกาสที่จะเห็นจำนวนนักท่องเที่ยวจีนฟื้นตัวได้ต่อได้ โดยหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้นเรียงลำดับจากมากไปน้อยตามสัดส่วนรายได้จากจีน ได้แก่ ERW, CENTEL, MINT, SHR ขณะที่ จำนวนนักท่องเที่ยวรวม นับแต่ต้องปีถึงปัจจุบัน ยังคงหดตัวลง 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เข้าสู่ช่วง Low season ของไทย

ขณะเดียวกันคงประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวรวมนักท่องเที่ยวจีนปี 68 ที่ 34.5 ล้านคน/5 ล้านคน ยังคงประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวรวมปี 68 จะอยู่ที่ 34.5 ล้านคน ลดลง 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดจำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะอยู่ที่ 5 ล้านคน ลดลง 26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

คาดว่านักท่องเที่ยวจีนจะเริ่มฟื้นได้อย่างชัดเจนในwไตรมาส 4/68 ขณะที่ ความเสี่ยงในประเทศเริ่มมากขึ้นจากปัจจัยเรื่องการเมืองซึ่งอาจส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่ำกว่าที่เราคาดได้

ทั้งนี้ ให้น้ำหนักการลงทุนเป็น “เท่ากับตลาด” โดย Top Pick ของกลุ่มเลือก CENTEL แนะนำซื้อราคาเป้าหมาย 29.00 บาท ไม่มีปัจจัย Overhang อย่าง ERW นอกจากนี้ คาดว่าแนวโน้มกำไรไตรมาส 3/68 จะฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน ได้ตามยอด Booking ที่เพิ่มขึ้น และฟื้นตัวเด่นไตรมาส 4/68 จากการเปิดอาคารผู้โดยสารใหม่ที่สนามบินมัลดีฟส์และนักท่องเที่ยวจีนฟื้นตัว

รวมไปถึงแนะนำซื้อ MINT ราคาเป้าหมาย 34.00 บาท คาดการณ์ไตรมาส 2-3 จะเป็นช่วง High season ที่ยุโรป และได้รับผลกระทบจากนักท่องเที่ยวจีนน้อยกว่ากลุ่ม ประกอบกับที่ยุโรปเน้นนักท่องเที่ยวในประเทศเป็นหลัก

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติสัปดาห์ล่าสุดระหว่างวันที่ 7-13 ก.ค. ฟื้นตัว 0.3% เมื่อเทียบระหว่างสัปดาห์สะท้อนภาพผ่านจุดต่ำสุด ขณะที่ นักท่องเที่ยวจีนปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.9% ขึ้นทำจุดสูงสุดตั้งแต่ช่วงฤดูกาลต้นปี คาดการณ์เป็นแกนนำหนุนการฟื้นตัวในครึ่งหลังปี 68

ทั้งนี้ จากแนวโน้มดังกล่าวประเมินนักท่องเที่ยวจีนเป็นกลุ่มหลักที่จะส่งผลต่อการฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง พร้อมประเมินหุ้นอิงภาคบริการมีโอกาสตอบรับทางบวก โดยฝ่ายนักวิเคราะห์แนะนำลงทุน AOT ราคาเป้าหมาย 39 บาท , CENTEL ราคาเป้าหมาย 35 บาท, ERW ราคาเป้าหมาย 3.2 บาท , CPALL ราคาเป้าหมาย 80 บาท , BDMS ราคาเป้าหมาย 33 บาท และ BH ราคาเป้าหมาย 200 บาท

ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป(ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุถึง AAV นับหนึ่งในหุ้นที่รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนและคาดในช่วงครึ่งหลังปี 68 การท่องเที่ยวจะดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรกจากการมีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวจากภาครัฐ ซึ่งช่วยหนุนจำนวนผู้โดยสารในประเทศ ขณะที่โครงการ สวัสดีหนีห่าว จะเป็นอีกแรงหนุนจำนวนนักท่องเที่ยวจีนในช่วงครึ่งหลังของปีเช่นกัน

ทั้งนี้ แคมเปญเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูต 50 ปี ไทย-จีน อย่างโครงการ “สวัสดี หนีห่าว” (Sawasdee Nihao) จัดขึ้นในวันที่ 28 พฤษภาคม-1 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา เพื่อย้ำชัดไทยพร้อมเดินหน้ากระตุ้นนักท่องเที่ยวจีนและส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวคุณภาพ ปลอดภัย และเป็นมิตร

ตอกย้ำความเป็น “Quality Destination” ผ่านกิจกรรม 5 รูปแบบ ทั้งด้านส่งเสริมการตลาด เจรจาธุรกิจ และสร้างประสบการณ์ตรงแก่นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการจากจีน พร้อมเชื่อมโยงความร่วมมือระยะยาว Two Way Tourism สร้างความเชื่อมั่น และกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างกันอย่างยั่งยืน

โดยนายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า “สวัสดี หนีห่าว” จะเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระยะยาว สร้างความเชื่อมั่น โอกาสทางธุรกิจ และส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศ

นอกจากนี้ ยังเตรียมจัดโครงการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ประเทศไทยในประเทศจีนให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยและร่วมแชร์ประสบการณ์ผ่าน Social Media เพื่อสร้าง User Generated Content ในช่วงเดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม 2568 เสริมสร้างความมั่นใจในการเดินทางให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีน พร้อมทั้งเตรียมจัดกิจกรรม Nihao Month อย่างยิ่งใหญ่ในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์ และวันชาติจีนในช่วง Golden Week เดือนตุลาคม รวมถึงการใช้ Celebrity Marketing ศิลปินที่มีชื่อเสียงดึงดูดนักท่องเที่ยวจีน ตลอดจนการทำงานของ 5 สำนักงาน ททท. ในพื้นที่ตลาดจีนที่มุ่งจัดกิจกรรมและโครงการเพื่อปรับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย สร้างกระแสเชิงบวกเสริมความมั่นใจในการเดินทาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...