โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อิสราเอล-อิหร่านตึงเครียด เศรษฐกิจโลกผวาความเสี่ยง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 10.37 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 03.37 น.

16 มิถุนายน 2568 - ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทำให้นักลงทุนแห่ซบสินทรัพย์ปลอดภัยอย่าง ทองคำ ขณะที่แรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลกยังหนุนต่อ Goldman Sachs คาดมีโอกาสเห็นราคาแตะ 4,000 ดอลลาร์

เช้านี้ ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นแตะที่ประมาณ 3,450 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ใกล้เคียงกับจุดสูงสุดตลอดกาลที่เคยทำไว้ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยราคาทองคำปีนี้เพิ่มขึ้นกว่า 30% จากแรงซื้อของนักลงทุนที่มองทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยเพื่อป้องกันความเสี่ยงในสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงแรงหนุนจากความต้องการซื้อของธนาคารกลางและสถาบันการเงินทั่วโลก

ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและอิหร่านทวีความรุนแรงมากขึ้น

ความขัดแย้งระหว่างสองประเทศซึ่งมีสหรัฐฯ และมหาอำนาจอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์สูงขึ้นมาก อิสราเอลได้เปิดปฏิบัติการ “Rising Lion” ซึ่งเป็นการโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของอิสราเอล โดยมุ่งเป้าโจมตีฐานทัพและโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านกว่า 150 จุดใน 6 เมือง รวมถึงกรุงเตหะราน เพื่อสกัดกั้นไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ส่งผลให้มีผู้นำในกองทัพอิหร่านและประชาชนเสียชีวิตจำนวนมาก

อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอลอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้นำสูงสุด อายาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ยังคงประกาศเดินหน้าพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ต่อไป พร้อมยกเลิกการเจรจากับสหรัฐฯ ความตึงเครียดนี้ทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นเกือบ 7% เนื่องจากความเสี่ยงที่จะเกิดการปิดช่องแคบฮอมุช ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการขนส่งน้ำมัน และส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันโลก ทั้งเป็นการกระตุ้นเงินเฟ้อและเพิ่มแรงกดดันให้อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มสูงขึ้น

สถานการณ์ความขัดแย้งในอิสราเอลและผลทางการเมือง

อิสราเอลกำลังเผชิญกับความขัดแย้งหรือสงครามใน 4 ด้านหลัก ได้แก่

  • ฉนวนกาซา กับกลุ่มฮามาสที่ปะทะกันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ตุลาคม 2023
    • ชายแดนที่ติดกับเลบานอน มีการสู้รบกับกลุ่มฮิซบุลเลาะห์ผ่านการยิงจรวดและโดรน
    • เวสต์แบงก์ เกิดความตึงเครียดกับกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์
    • การปะทะกับอิหร่านและพันธมิตรในหลายพื้นที่

ในส่วนของการเมืองภายใน นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู รอดมติยุบสภาอย่างเฉียดฉิวด้วยคะแนน 61 ต่อ 53 จากทั้งหมด 120 เสียง หลังจากได้เจรจากับพรรคร่วมรัฐบาลกลุ่ม Ultra-Orthodox เรื่องกฎหมายยกเว้นเกณฑ์ทหาร ส่งผลให้รัฐบาลสามารถอยู่ในอำนาจได้อย่างน้อยอีก 6 เดือน แต่จะไม่สามารถยื่นญัตติยุบสภาได้อีก อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งภายในรัฐบาลยังคงดำเนินต่อไป ท่ามกลางแรงกดดันจากประชาชนและฝ่ายค้านที่เรียกร้องให้มีการเลือกตั้งใหม่ ในขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งในฉนวนกาซาและอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้ความมั่นคงของรัฐบาลยังคงเปราะบาง

ผลกระทบและการตอบสนองของนานาชาติ

“สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่านเป็นตัวเร่งสำคัญที่ผลักดันให้นักลงทุนทั่วโลกหันมาถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แม้ราคาทองคำจะปรับตัวขึ้นมาสูงแล้ว แต่แรงหนุนจากความต้องการของธนาคารกลางทั่วโลกที่เข้าซื้อต่อเนื่อง ยังเป็นปัจจัยบวกที่แข็งแกร่ง ทำให้ราคาทองคำยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้อีกในระยะกลางถึงยาว” ฮั่วเซ่งเฮง ระบุ

ขณะที่นานาชาติ ทั้งจีนและสหประชาชาติ ต่างออกมาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้แนวทางการทูตเพื่อแก้ไขปัญหา ส่วนสหรัฐฯ ยืนยันว่าจะไม่เข้าร่วมปฏิบัติการทางทหารโดยตรง แต่ได้เตรียมพร้อมอพยพเจ้าหน้าที่เพื่อความปลอดภัยแล้ว

ฮั่วเซ่งเฮง ระบุว่า นอกจากปัจจัยสงครามแล้ว ราคาทองคำที่ปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่องกว่า 30% ในปีนี้ ยังได้รับแรงหนุนที่แข็งแกร่งจากปัจจัยพื้นฐานสำคัญอีก 2 ประการ ได้แก่

  • แรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลก: ธนาคารกลางหลายประเทศยังคงเดินหน้าเข้าซื้อทองคำเป็นทุนสำรองอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระจายความเสี่ยงจากค่าเงินดอลลาร์และสินทรัพย์ประเภทอื่น
    • ความต้องการจากสถาบันการเงิน: กองทุนและสถาบันการเงินขนาดใหญ่ยังคงเชื่อมั่นในทองคำ และเข้าซื้อเพื่อเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง

สำหรับแนวโน้มในระยะต่อไปยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน โดยฮั่วเซ่งเฮงมองว่า แม้แนวโน้มหลักจะยังเป็นขาขึ้น แต่ต้องยอมรับว่าในระยะสั้นราคาทองคำอาจมีความผันผวนสูง ปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดคือนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคำกล่าวของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

ขณะที่วาณิชธนกิจระดับโลกอย่าง Goldman Sachs ยังคงคาดการณ์ว่าราคาทองคำจะไปถึง 3,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ภายในสิ้นปี 2568 ขณะที่ Bank of America คาดการณ์ว่าราคามีโอกาสพุ่งแตะ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ภายใน 12 เดือนข้างหน้า สะท้อนให้เห็นว่าในยุคที่โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่โดดเด่นและได้รับความไว้วางใจจากนักลงทุนทั่วโลก

อ่านข่าว การเงิน-อัตราแลกเปลี่ยน-ราคาทอง-ราคาน้ำมัน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...