โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กัมพูชาลั่นไม่รับแผนที่ “1 : 50,000” ชี้ไทยทำเองฝ่ายเดียว

เดลินิวส์

อัพเดต 15 มิ.ย. 2568 เวลา 18.48 น. • เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2568 เวลา 11.37 น. • เดลินิวส์
กัมพูชายืนยันต้องใช้แผนที่มาตรา 1 : 200,000 ตามเอ็มโอยูปี 2543 แต่ยังคงแสดงความพร้อมร่วมมือกับไทยในเรื่องนี้ ตามกลไกระดับทวิภาคี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ว่าสำนักเลขาธิการกิจการชายแดนเกี่ยวกับการประชุมคณะกรรมการชายแดนร่วม (เจบีซี) ออกแถลงการณ์ มีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า นอกเหนือจากพื้นที่พิพาท 4 แห่ง คือ ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด ปราสาทตาควาย และพื้นที่มุมไบ ซึ่งกัมพูชายื่นเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ไอซีเจ) หรือศาลโลก ที่กรุงเฮกของเนเธอร์แลนด์ กัมพูชายังคงยึดมั่นในจุดยืน และมีเจตนาดีในการร่วมมือกับฝ่ายไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อการจัดทำรังวัดและการปักปันเขตแดน โดยใช้กลไกของเจบีซี

กัมพูชายึดมั่นตามพื้นฐานของเอกสารทางกฎหมายและแผนที่ ซึ่งตกลงร่วมกันตามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ปี 2543 ซึ่งทั้งสองประเทศตกลงใช้แผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 200,000 ตามเจตนารมณ์ของอนุสัญญาฝรั่งเศส–สยาม ปี 1904 (พ.ศ. 2447) และสนธิสัญญาฝรั่งเศส–สยาม ปี 1907 (พ.ศ. 2450) เพื่อดำเนินการจัดทำรังวัดและปักปันเขตแดน

ในประเด็นนี้ กัมพูชาขอปฏิเสธอย่างเด็ดขาด ที่จะยอมรับแผนที่ซึ่งไทยจัดทำขึ้นฝ่ายเดียวและนำมาใช้อ้างอิง กล่าวคือ แผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 50,000 ซึ่งถือเป็นสาเหตุหลักของข้อพิพาทชายแดนเรื้อรัง ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอาจเกิดขึ้นในอนาคต

ทั้งนี้ทั้งนั้น การประชุมเจบีซีครั้งนี้จัดขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นมิตรและมีความเข้าใจกัน ภายใต้จิตวิญญาณของการสนทนาอย่างเปิดเผยและสร้างสรรค์ โดยมีการหารืออย่างครบถ้วนตามระเบียบวาระที่ตกลงร่วมกัน และสิ้นสุดด้วยการลงนามร่วมกัน ในบันทึกการประชุมอย่างเป็นทางการ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 มิ.ย. 2568.

เครดิตภาพ : AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...