โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

แรงงานกัมพูชาวอนอยู่ต่อ! เสียงสะท้อนจากสมุทรปราการ ท่ามกลางวิกฤตชายแดน

เดลินิวส์

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 01.40 น. • เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2568 เวลา 18.37 น. • เดลินิวส์
ภายหลังรัฐบาลกัมพูชาออกแถลงการณ์เชิญชวนแรงงานกลับประเทศโดยสมัครใจ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา แรงงานในพื้นที่สมุทรปราการเผยยังไม่พร้อมกลับ เหตุต้องดูแลครอบครัว ด้านนายจ้างไทยกังวลแรงงานขาดแคลน เรียกร้องสองชาติใช้สันติวิธีหาทางออก

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. รัฐบาลกัมพูชาได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้แรงงานชาวกัมพูชาที่พำนักหรือทำงานอยู่ในประเทศไทยทยอยเดินทางกลับประเทศโดยสมัครใจ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งยังไม่มีท่าทีจะคลี่คลายลงในเร็ววัน

ในแถลงการณ์ระบุว่า ทางการกัมพูชาพร้อมให้การต้อนรับแรงงานกลับประเทศ โดยไม่คำนึงถึงสถานะเอกสาร และยืนยันว่าจะจัดหางานหรือสร้างอาชีพรองรับ เพื่อให้พลเมืองกลับมาใช้ชีวิตอย่างมั่นคงในประเทศ ท่ามกลางกระแสวิตกจากฝั่งแรงงานว่าไทยอาจออกมาตรการเข้มงวด หากข้อพิพาทชายแดนยืดเยื้อ

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นในจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีแรงงานกัมพูชาจำนวนมาก พบว่าแรงงานส่วนใหญ่ยังไม่ประสงค์จะเดินทางกลับประเทศในช่วงนี้ โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานในไทยมานานและมีภาระครอบครัวต้องดูแล

นายโต ราย อายุ 42 ปี แรงงานก่อสร้างที่ทำงานอยู่ในย่านซอยวัดด่านสำโรง เผยว่า ตนพำนักอยู่ในประเทศไทยมากว่า 12 ปี เนื่องจากมีรายได้ดี และได้รับการดูแลอย่างยุติธรรมจากนายจ้าง แม้รัฐบาลกัมพูชาจะขอให้เดินทางกลับ แต่ตนยังต้องการทำงานต่อเพื่อส่งเงินกลับบ้าน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลทั้งสองประเทศใช้สันติวิธีในการแก้ปัญหา

ขณะเดียวกัน นายสมศักดิ์ จั่นเคลือบ อายุ 58 ปี ผู้รับเหมาก่อสร้างซึ่งดูแลแรงงานกัมพูชาจำนวน 22 คน เปิดเผยว่า แรงงานเหล่านี้มีความขยันขันแข็ง และร่วมงานกันมาอย่างยาวนาน โดยบางคนทำงานร่วมกันมานานกว่า 8 ปี หากต้องเดินทางกลับประเทศจะส่งผลกระทบต่อโครงการก่อสร้างที่ขาดแคลนแรงงานอยู่แล้ว พร้อมเสนอให้รัฐบาลไทยและกัมพูชาเร่งหาทางออกผ่านการเจรจา

ด้านนางสาวกัญญดากร เรืองฤทธิ์ เจ้าของร้านแก๊สหุงต้มในพื้นที่บางปู กล่าวว่า ตนมีแรงงานชาวกัมพูชาทำงานอยู่ 2 คน ซึ่งเป็นคนขยัน ไม่เกี่ยงงาน และทำงานร่วมกับคนไทยได้ดี หากต้องเดินทางกลับ จะสูญเสียแรงงานที่มีคุณภาพ ซึ่งต้องใช้เวลาในการฝึกฝนนาน พร้อมฝากถึงผู้นำทั้งสองชาติให้หันหน้าหารือโดยยึดหลักสันติภาพและคำนึงถึงประชาชนเป็นศูนย์กลางของการแก้ปัญหา

สถานการณ์ดังกล่าวยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อแรงงานและภาคเศรษฐกิจ หากการเจรจาระหว่างรัฐบาลทั้งสองยังไร้ข้อยุติ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...