โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ไม่จริง! กกต. แจงกระแสข่าว 'คดีฮั้ว สว.' เตรียมฟ้อง 229 สว. 14 ก.ค.

PostToday

อัพเดต 12 ก.ค. 2568 เวลา 20.09 น. • เผยแพร่ 13 ก.ค. 2568 เวลา 03.00 น.

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกแถลงการถึงสื่อมวลชน วันนี้ (13 กรกฎาคม 2568) ระบุว่า ตามที่สื่อมวลชนและผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ รายงานข่าวว่า

"คณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 เตรียมเสนอสำนวนเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหญ่ เพื่อฟ้องผู้เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วการเลือกสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 229 ราย ในวันที่ 14 กรกฎาคม 2568" นั้น

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอชี้แจงว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยสำนวน ดังกล่าวขณะนี้ยังอยู่ใน

"ขั้นตอนที่ 1" ชั้นคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 ที่อยู่ระหว่างรวบรวม พยานหลักฐาน และระยะเวลาที่ขยาย ซึ่งจะครบกำหนดการขอขยายระยะเวลาในวันที่ 17 กรกฎาคม 2568

สำนวนดังกล่าวจึงยังไม่ได้เสนอที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด การพิจารณาสำนวนตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวน ไต่สวน และวินิจฉัยชี้ขาด พเศ. 2561 และที่แก้ไขเติมถึง (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2566 มีขั้นตอนการพิจารณาออกเป็น 4 ชั้นนี้

ชั้นที่ 1 เมื่อคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ได้รับสำนวนแล้ว ให้ดำเนินการสืบสวนหรือไต่สวน และจัดทำความเห็น เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ ให้จัดส่งสำนวนไปยังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ส่วนกลาง) โดยเร็ว

ชั้นที่ 2 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ส่วนกลาง) ได้รับสำนวนแล้วให้พนักงานสืบสวน และไต่สวนผู้รับผิดชอบสำนวนดำเนินการวิเคราะห์สำนวนและจัดทำความเห็นเสนอผ่านผู้อำนวยการฝ่าย รองผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการสำนัก และเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ได้รับมอบหมาย)

ชั้นที่ 3 คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง เมื่อคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาด ปัญหาหรือข้อโต้แย้งได้พิจารณาแล้วจะทำความเห็น และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเสนอสำนวน ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณา

ชั้นที่ 4 คณะกรรมการการเลือกตั้ง เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับสำนวน จากคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งแล้ว ต้องพิจารณาชี้ขาดหรือสั่งการโดยเร็ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...