ประธานศาล รธน. เคลียร์ชัด! ศาลรัฐธรรมนูญไม่ใช่ "ศาลการเมือง" ปัดเป็นเครื่องมือล้มล้างฝ่ายตรงข้าม
“ประธานศาลรัฐธรรมนูญ” ปัดเป็นเครื่องมือล้มล้างฝ่ายตรงข้าม เผยคดีรัฐธรรมนูญเป็นคดีที่มีความเห็นไม่ตรงกัน ยันการพิจารณามีที่มาที่ไป
วันที่ 14 ก.ค. 2568 ที่โรงแรมอัศวิน ศาสตราจารย์นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีบทบาทและภารกิจของศาลรัฐธรรมนูญ ว่า จะบอกว่าเป็นศาลการเมืองก็ไม่ถูกเพราะเป็นศาลที่รับคดีรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญจะรับคดีรัฐธรรมนูญเท่านั้นอยากให้ประชาชนและผู้สื่อข่าวทำความเข้าใจว่าคดีรัฐธรรมนูญเป็นข้อพิพาทหรือข้อทะเลาะเบาะแว้งที่ขัดข้องหรือไม่เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติเอาไว้ ซึ่งคดีรัฐธรรมนูญนั้นมาด้วยหลายทางเพราะปกติแล้วคดีรัฐธรรมนูญกว่าครึ่งมาจากศาลด้วยกันเอง ซึ่งอาจเป็นคดีที่เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ
ส่วนอีกประเภทคือคดีรัฐธรรมนูญที่มาจากองค์กรอิสระด้วยกัน เช่น สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ผู้ตรวจการณ์แผ่นดิน และคดีที่มากจากสมาชิกรัฐสภาซึ่งเป็นคดีของคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งเป็นคดีที่ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา มีสิทธิ์ยื่นตามรัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งประชาชนทั่วไปเรียกว่าคดีการเมือง แต่ในบริบทของศาลคือคดีรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ส่วนเรื่องที่ศาลถูกมองว่าเป็นเครื่องมือทางการเมืองนั้น ตนมองว่าเป็นเรื่อธรรมดาเพราะคนที่ร้องเข้ามาก็ต้องฝักฝ่ายทางการเมืองทั้งนั้น เพราะคดีรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องขัดแย้งกันเสมอ ถ้าเห็นตรงกันก็จะไม่มีเรื่องเข้าสู่ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งคำว่านิติสงครามนั้นเป็นคำที่พูดกันในวงของสื่อมวลชนแต่ไม่ได้เป็นนิติสงคราม
“ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจหน้าที่พิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ ซึ่งคดีรัฐธรรมนูญนั้นสามารถเข้ามาสู่ศาลได้หลายทาง ทางแรกคือมาจากศาลด้วยกันเอง ทางที่สองมาจากองค์กรอิสระ ทางที่สามมาจากประชาชนเองและอีกทางก็มาจากสมาชิกรัฐสภา เรื่องที่เข้ามาศาลรัฐธรรมนูญก็มาอย่างมีที่มาที่ไป” ศาสตราจารย์นครินทร์ กล่าว
ส่วนที่มองว่าศาลเป็นเครื่องมือทางการเมืองล้มล้างอีกฝ่ายนั้น ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เผยว่าศาลมีกระบวนการพิจารณาซึ่งต้องฟังความเห็นทั้งสองฝ่าย ทำตามขั้นตอน ต้องว่าไปตามกติกาไม่ใช่คิดแล้วทำเลย ซึ่งส่วนหนึ่งก็อยู่ในพ.ร.บ.กฎหมายประกอบวิธีพิจารณาความของศาลรัฐธรรมนูญ