โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตียงที่รอ กับคนที่ไม่อาจรอ ความเหลื่อมล้ำเชิงสุขภาพในประเทศที่เรากำลังรักษาอยู่

The Structure

อัพเดต 12 ก.ค. 2568 เวลา 23.14 น. • เผยแพร่ 13 ก.ค. 2568 เวลา 04.00 น. • The Structure

ค่ำคืนหนึ่งกลางฤดูฝน เด็กหนุ่มประสบอุบัติเหตุจากการขี่มอเตอร์ไซค์ล้มเพราะถนนลื่น เขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลรัฐประจำจังหวัดแห่งหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นมีคนไข้ฉุกเฉินรอเตียงอยู่แล้วกว่า 14 ราย ในขณะที่เตียงว่างเหลือเพียง 3 เตียง หมอเวรประจำแผนกศัลยกรรมคนเดียวกำลังผ่าตัดอยู่ห้องข้าง ๆ เขาจึงต้องรอ รอด้วยความเจ็บ รอด้วยคำถามในใจว่า “ถ้าเกิดผมเป็นลูกเจ้าของบริษัท ผมจะยังต้องรออยู่ไหม?”

แต่ในอีกมุมหนึ่งของเมืองหลวง ที่โรงพยาบาลเอกชนระดับพรีเมียม แผนกฉุกเฉินไม่ลังเลที่จะโทรเรียกหมอศัลยกรรมพลาสติกตอนตีสองเพื่อมาเย็บแผลขนาดเพียงหนึ่งนิ้วอย่างประณีตชนิดที่มั่นใจได้เลยว่าจะไม่ทิ้งรอยแผลเป็นในห้องแอร์ปรับอุณหภูมิอัตโนมัติ พร้อมยาฆ่าเชื้อเกรดดีที่สุดและ follow-up plan แบบรายสัปดาห์ ไม่มีคิวรอ ไม่มีเสียงแอมบูแลนซ์ให้ปวดหัว มีเพียงเสียงเบา ๆ ของดนตรีคลาสสิกที่เปิดกล่อมข้างหู

เราอาจจะยังไม่กล้าพูดเต็มปากว่าระบบสุขภาพไทยเป็นธรรม แต่เราก็ไม่อาจปฏิเสธว่า “เรากำลังพยายามไปให้ถึงความเป็นธรรม”

เพราะความไม่เท่าทัน ไม่ใช่ความไม่ตั้งใจ

ความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพในประเทศไทยไม่ได้เกิดจากความเฉยเมย แต่เกิดจากระบบที่เติบโตภายใต้ความฝันที่ขัดแย้งกันระหว่าง “การครอบคลุมทั่วถึง” กับ “ความเร็วทันใจ” คนไทยทุกคนมีสิทธิเข้าถึงบริการสาธารณสุขภายใต้หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า แต่ในทางปฏิบัติ การเข้าถึงกับการได้ใช้ทันเวลา กลับกลายเป็นคนละเรื่อง

ระบบสาธารณสุขไทยไม่เคยหยุดพัฒนา กระทรวงสาธารณสุขเดินหน้าอย่างมุ่งมั่นในหลายทิศทาง โดยเฉพาะในช่วงไม่กีเดือนที่ผ่านมา การรณรงค์ด้านโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ภายใต้การนำของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขชุดปัจจุบัน ได้เปลี่ยนจากการให้ความรู้เชิงรณรงค์ เป็นการลงมือปฏิบัติจริง

ทั้งการจัดตั้งศูนย์สุขภาพชุมชนที่คัดกรองความเสี่ยง การบูรณาการกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการทำแคมเปญ “ลดหวาน มัน เค็ม” ที่ไม่ได้หวังให้คนไทยผอมลงในเชิงสถิติ แต่ต้องการให้คนไทย “ไม่ต้องเจ็บก่อนจะได้รักษา”

และในอีกด้านหนึ่ง กระทรวงฯ ก็เริ่มกระจายทรัพยากรบุคลากรทางการแพทย์สู่ชนบทมากขึ้น ผ่านระบบ Matching ใหม่ที่ผูกกับแผนพัฒนาอำเภอสุขภาพดี และกำลังศึกษารูปแบบ Hybrid ระบบสุขภาพ ที่ให้โรงพยาบาลเอกชนเข้ามารับช่วงบริการในกรณีที่ภาครัฐมีทรัพยากรไม่เพียงพอ โดยยังยึดหลักความเป็นธรรมและภาระงบประมาณที่เหมาะสม

โครงสร้างที่เป็นมิตรกับทุน แต่ไม่ควรลืมคน

นักทฤษฎีอย่าง Nancy Fraser เคยเสนอว่า ความยุติธรรมทางสังคมต้องอาศัยทั้ง “Redistribution” (การกระจายทรัพยากร) และ “Recognition” (การรับรู้ความแตกต่าง) ในขณะที่ทุนสามารถสร้างทางลัดให้สุขภาพ กลไกของรัฐจำเป็นต้องสร้างทางหลักให้มั่นคง ไม่ใช่ปล่อยให้คนที่ไม่มีเงินต้องเดินบนสะพานไม้ผุ ๆ แห่งความหวัง

แน่นอนว่าเรายังมีปัญหาการรอนาน เตียงไม่พอ ยาขาดสต็อกในบางพื้นที่ แต่สิ่งที่ควรชื่นชมคือ ระบบได้พยายาม “รู้ตัว” และ “ยอมรับความบกพร่อง” อย่างเป็นทางการมากขึ้น โครงการ Feedback from Patient, ระบบติดตามประสิทธิภาพการรักษาผ่าน HDC และการเปิดเผยข้อมูลคิวรอในโรงพยาบาลรัฐผ่านเว็บไซต์กลาง ล้วนเป็นก้าวสำคัญของความโปร่งใส

ความเท่าเทียมที่ไม่เหมือนกัน แต่ต้องเป็นธรรม

ไม่มีระบบใดในโลกที่ทำให้คนทุกคนได้รับบริการแบบเดียวกันในเวลาเดียวกัน แต่ระบบที่ดีต้องมีมาตรการชดเชย และยอมรับว่า “คนบางกลุ่มอาจต้องได้มากกว่า เพื่อให้สุดท้ายเรายืนในระดับเดียวกัน” โรงพยาบาลที่มีศัลยแพทย์ประจำ 24 ชั่วโมงไม่ใช่ปัญหา หากโรงพยาบาลรัฐสามารถส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินโดยไม่ติดขั้นตอนงบประมาณ หรือคำว่า “สิทธิไม่ครอบคลุม”

นโยบายการเพิ่มรถพยาบาลฉุกเฉินในพื้นที่ห่างไกล การเชื่อมโยงระบบ Refer กับโรงพยาบาลเอกชนที่พร้อมให้บริการ และการออกแบบงบฉุกเฉินที่ให้แพทย์ตัดสินใจได้หน้างาน โดยไม่ต้องรออนุมัติจากสำนักงานใหญ่ ล้วนเป็นสิ่งที่เรากำลังทดลอง และต้องการแรงสนับสนุนจากสังคมเพื่อผลักดันให้สำเร็จ

แล้วเราจะรักษาระบบสุขภาพอย่างไร…ในวันที่เรายังต้องรักษาผู้คน?

คำถามไม่ใช่ว่าเราควรมีโรงพยาบาลเอกชนหรือไม่ แต่ควรอยู่ในระบบสุขภาพเดียวกันได้หรือไม่ คำถามไม่ใช่ว่า ทำไมคนจนต้องรอ แต่คือ เราจะทำให้ “การรอ” นั้นไม่เป็นเครื่องบั่นทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ได้อย่างไร

หากเราต้องการให้สุขภาพเป็นสิทธิ ไม่ใช่สิ่งของที่แลกด้วยเงิน เราอาจต้องเลิกถามว่า “หมออยู่ไหน?” แล้วหันไปถามว่า “ระบบให้หมออยู่ตรงไหน?”

เพราะสุดท้าย ระบบที่ดี ไม่ใช่ระบบที่รักษาโรคได้ไวที่สุด แต่คือระบบที่ไม่ปล่อยให้ใครป่วยแล้วรู้สึกว่าเขาไม่มีค่าเพียงพอจะถูกรักษา

และเรากำลังเดินไปในทางนั้นหรือไม่?

อาจไม่เร็วพอสำหรับทุกคน แต่หากมีคนพาย เรือก็จะไม่ลอยคออยู่กับที่

เราจะเป็นคนพาย หรือจะรออยู่ที่ฝั่ง… ให้ใครอื่นรักษาเรา?

ดร.ณพรรษธ์สรฌ์ เสมสันต์

นักวิชาการอิสระ

#TheStructure
#TheStructureEssay
#สาธารณสุข #ความเหลื่อมล้ำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...