“บลจ.กรุงศรี”...เปิดตัวกองทุน “KFCHINA-T10PLUS” ขุมทรัพย์แห่งศักยภาพการเติบโต
“บลจ.กรุงศรี” เปิดตัวกองทุนใหม่ “KFCHINA-T10PLUS”ที่มาพร้อมโอกาสในการเข้าถึงหุ้นเทคจีนตัว ท็อปสุดจากดัชนี Hang Seng Tech Index ชี้ระดับราคาหุ้นยังคงไม่แพงแต่ปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง กำไรสูงและโตต่อเนื่อง เสนอขายครั้งแรก 14 – 23 กรกฎาคมนี้
นายศิระ คล่องวิชา ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด (บลจ.กรุงศรี) เปิดเผยว่า กองทุนใหม่ KFCHINA-T10PLUS เป็นโอกาสในการเข้าถึงหุ้นเทคโนโลยีจีนที่เป็นผู้นำในตลาดครบทุกด้านในจังหวะที่ภาพรวมหุ้นเทคจีนน่าลงทุน โดยมีปัจจัยสนับสนุนที่แข็งแกร่ง มีสัญญาณการฟื้นตัวจากหุ้นขนาดใหญ่และกำไรของตลาดเทคโนโลยีจีนก็ยังคงอยู่ในระดับสูงสุดและมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการที่จีนเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่ครอบคลุมธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
(นายศิระ คล่องวิชา)
บริษัทจึงเปิดเสนอขาย “กองทุนเปิดกรุงศรี China Tech 10 Plus” (KFCHINA-T10PLUS) ที่โดดเด่นด้วยกลยุทธ์การเลือกหุ้นที่ผ่านเกณฑ์สูงสุดตามเกณฑ์ Rule-based โดยคัดเลือกให้เหลือเพียง 10-11 บริษัท และจัดสรรน้ำหนักการลงทุนในหุ้นแต่ละตัวเท่าๆ กัน ลดการพึ่งพาหุ้นตัวใดตัวหนึ่งมากเกินไป เพื่อกระจายความเสี่ยงควบคู่ไปกับเพิ่มโอกาสรับการเติบโตจากทุกบริษัท และกองทุนยังมีการทบทวนพอร์ตเป็นรายไตรมาสเพื่อรักษาน้ำหนักในแต่ละหลักทรัพย์ให้ใกล้เคียงพอร์ตการลงทุนเป้าหมาย รวมถึงการลงทุนใน Hang Seng Tech ETF บางส่วน เพื่อเพิ่มสภาพคล่องทดแทนการถือครองเงินด้วย”
“ตัวอย่างหุ้นที่คาดว่าจะลงทุน เช่น Xiaomi ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ดิจิทัลทำสถิติสูงสุดใหม่ทั้งในด้านรายได้และกำไรในปี 2024 มีส่วนแบ่งตลาดสูงในหลายประเทศ เช่น อินเดีย อินโดนีเซีย ละตินอเมริกา และแอฟริกา Tencent ผู้นำด้านเกมส์และโซเชียลมีเดียโดยธุรกิจเกมออนไลน์มีรายได้หลักที่เติบโตสูงถึง 24% ในจีน Alibaba ยักษ์ใหญ่ E-Commerce และ Cloud Computing ซึ่งมีนโยบายซื้อหุ้นคืนมูลค่า 11.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และจ่ายเงินปันผลรวม 4.6 พันล้านดอลลาร์ SMIC บริษัทผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ที่สุดของจีนโดยมีลูกค้าหลักคือ Huawei ที่มีจุดแข็งจากการสนับสนุนจากรัฐบาลจีนซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ MEITUAN แอปสั่งอาหารยอดนิยมในจีนที่ครองส่วนแบ่งตลาดกว่า 70% ในจีนและขยายธุรกิจใหม่ในต่างประเทศอย่างรวดเร็ว เช่น ซาอุดีอาระเบียและฮ่องกง JD.COM บริษัท E-Commerce ชั้นนำ ด้านค้าปลีก มีรายได้สุทธิในไตรมาสแรกปี 2025 เพิ่มขึ้น 15.8% เป็น 301.1 พันล้านหยวน และกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 36.8% เป็น 10.5 พันล้านหยวน เป็นต้น” (ที่มา : Bloomberg ณ 4 มิ.ย. 68)
“เมื่อมองถึงโอกาสเติบโตในอนาคต จะเห็นว่าเทคโนโลยี AI เป็นปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ โดย AI สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนให้กับบริษัทต่างๆ รวมถึงการสร้างช่องทางใหม่ๆ ในการสร้างรายได้ ตัวอย่างเช่น DeepSeek ที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนา AI และได้ถูกนำมาใช้ในหลายธุรกิจ นอกจากนี้ เทคโนโลยี AI ยังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคในการใช้งานในหลายด้าน ซึ่งคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดฝั่งผู้บริโภคจะเติบโตจาก 5.8 พันล้านหยวนในปี 2023 เป็น 555.9 พันล้านหยวนในอีก 10 ปีข้างหน้า โดยได้รับแรงขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มโฆษณาดิจิตอลและการซื้อขายออนไลน์” (Morgan Stanley Researchณ 13 พ.ค. 68)
“ตัวอย่างเทรนด์การลงทุนที่ช่วยขับเคลื่อนกำไรของหุ้นจีน ได้แก่ การเติบโตอย่างต่อเนื่องของรายได้จากโฆษณาดิจิตอลและการซื้อสินค้าออนไลน์ กลุ่มเกม (Gaming) ที่มีรายได้เติบโตต่อเนื่องโดยเฉพาะจากตลาดต่างประเทศ โดย Tencent และ NetEase เป็นผู้นำตลาดเกมจีนมีการครองส่วนแบ่งตลาดรวมสูงถึง 65-70% และแพลตฟอร์มระบบคลาวด์ของจีนที่เติบโตแบบก้าวกระโดด มีการขยายตัว 2 เท่าในระยะเวลาเพียง 4 ปี รวมทั้งตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของจีนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกและเติบโตอย่างแข็งแกร่งโดยเฉพาะในช่วงหลังของปี 2024”
“กองทุน KFCHINA-T10PLUSเป็นโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว จากการเติบโตไปพร้อมกับผู้นำกลุ่มเทคโนโลยีจีนในดัชนี Hang Seng Tech Index ซึ่งมีศักยภาพในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี” นายศิระ กล่าว
ควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน
กองทุนป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน จึงมีความเสี่ยงซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
KFCHINA-T10PLUS ลงทุนในหุ้นและหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทในตลาดฮ่องกง (HKEX) ที่มีธีมเทคโนโลยี โดยเน้นบริษัทในดัชนี Hang Seng TECH หรือธุรกิจเทคโนโลยีที่มีมูลค่าตลาดสูงและสภาพคล่องดี
ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต/ ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจในลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน