โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (23 มิ.ย.) ลบ 4.85 จุด กังวลอิหร่านปิดช่องแคบ 'ฮอร์มุซ'

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 23 มิ.ย. 2568 เวลา 04.51 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 09.50 น.

ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (23 มิ.ย.) หุ้นไทย ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,062.78 จุด ลดลง 4.85 จุด หรือ 0.45% โดยดัชนีฯ เคลื่อนไหวผันผวนทั้งวัน ซึ่งทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,067.88 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,053.79 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 32,385.14 ล้านบาท

ภาวะหุ้นไทยวันนี้ (23 มิ.ย.)

หุ้นไทยวันนี้ ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  • ADVANC ราคาปิด 274.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 บาท หรือ 1.86% มูลค่าซื้อขาย 2,227.37 ล้านบาท
  • PTTEP ราคาปิด 111.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 0.91% มูลค่าซื้อขาย 1,780.67 ล้านบาท
  • TRUE ราคาปิด 10.40 บาท คงที่ 0.00 บาท หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 1,727.60 ล้านบาท
  • CPALL ราคาปิด 43.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 1.76% มูลค่าซื้อขาย 1,500.55 ล้านบาท
  • AOT ราคาปิด 29.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 2.65% มูลค่าซื้อขาย 1,383.60 ล้านบาท

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักวิเคราะห์กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ลิเบอเรเตอร์ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทย ปรับตัวลง โดย ดัชนีหุ้นไทย ทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,053 จุด ซึ่งใกล้เคียงกับแนวรับที่วิเคราะห์ไว้ที่ 1,050 จุด การปรับตัวลงครั้งนี้เป็นไปตามคาด เนื่องจากตลาดมีการกระแทกลงมาทดสอบจุดต่ำเดิมที่เคยเกิดขึ้นช่วงต้นเม.ย.ที่ระดับ 1,056 จุด ก่อนจะมีการดึงตัวกลับขึ้นมาบ้างในช่วงบ่าย

การลดลงของตลาดหุ้นไทยวันนี้มีสาเหตุหลักมาจากความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะประเด็นความเสี่ยงปิดช่องแคบฮอร์มุซที่อาจส่งผลต่อราคาน้ำมัน รวมทั้งมาตรการควบคุมของภาครัฐยังทำให้ตลาดขาดความเชื่อมั่น โดยเฉพาะการใช้ Circuit Breaker ที่ทำให้หุ้นหลายตัวติดฟอร์มลบ 15%

สำหรับวันพรุ่งนี้ (24 มิ.ย.) ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาคือสถานการณ์ในตะวันออกกลางและผลกระทบต่อราคาน้ำมัน หากมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซจริง คาดว่าราคาน้ำมันจะพุ่งขึ้นแรงและตลาดจะมีความกังวลเพิ่มขึ้น แต่หากสถานการณ์ไม่รุนแรงเท่าที่คาด ตลาดอาจมีโอกาสฟื้นตัวได้ ในระยะสั้น ตลาดยังคงแกว่งในกรอบและยังอยู่ในโซนลบ

ในช่วงนี้แนะนำให้นักลงทุนระมัดระวังและไม่รีบเข้าลงทุน แม้ว่าราคาหุ้นหลายตัวจะดูถูกแล้ว แต่ตลาดยังขาดความเชื่อมั่นและอาจมีแรงขายต่อเนื่องโดยเฉพาะหุ้นที่มีการบังคับขาย (Forced Selling) จำนวนมาก ควรรอให้สถานการณ์ความไม่แน่นอนลดลงและมีปัจจัยบวกจากเทรนด์ต่างประเทศและการเมืองไทยก่อนจะกลับเข้าลงทุน ปัจจุบันยังเป็นช่วงที่ต้อง"ต่อรองราคา"มากกว่าการลงทุนแบบ All In

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...