โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ดัชนีหุ้นไทยปิดวันนี้ลง 4.85 จุด ดัชนียังไม่หลุด 1,000 จุด สารพัดปัจจัยรอบด้านฉุด โดยเฉพาะความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง

BTimes

อัพเดต 23 มิ.ย. 2568 เวลา 17.41 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 10.35 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

ดัชนี SET หุ้นไทย ปิดที่ 1,062.78 จุด ลดลง 4.85 จุด หรือ -0.45% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 32,506.99 ล้านบาท ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,067.88 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,053.79 จุด

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด ได้แก่

1.ADVANC ราคาปิด 274.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 บาท หรือ 1.86% มูลค่าซื้อขาย 2,227.37 ล้านบาท

2.PTTEP ราคาปิด 111.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 0.91% มูลค่าซื้อขาย 1,780.67 ล้านบาท

3.TRUE ราคาปิด 10.40 บาท คงที่ 0.00 บาท หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 1,727.60 ล้านบาท

บล.พาย ระบุว่าตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงจากแรงกดดันปัจจัยรอบด้านทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยปัจจัยต่างประเทศ สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางตึงเครียดมากขึ้น หลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ตัดสินใจเข้าไปมีส่วนร่วมในสงคราม ด้วยการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ 3 แห่งของอิหร่าน และยังมีกระแสข่าวว่าอิหร่านอาจปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้เกิดความกังวล เนื่องจากเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันและก๊าซประมาณ 20% ของโลก อย่างไรก็ตามกระแสข่าวดังกล่าวยังไม่เป็นทางการ ทั้งนี้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นประมาณ 2% ไม่ได้พุ่งแรงมาก สะท้อนว่าตลาดมีท่าทีระมัดระวัง

ขณะที่ปัจจัยในประเทศ ความขัดแย้งประเด็นชายแดนไทย-กัมพูชากดดันบรรยากาศการลงทุน อย่างไรก็ตามสัดส่วนรายได้ของไทยจากการค้ากัมพูชาไม่ได้มากนัก

ด้านบล. ลิเบอเรเตอร์ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทย ปรับตัวลง โดย ดัชนีหุ้นไทย ทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,053 จุด ซึ่งใกล้เคียงกับแนวรับที่วิเคราะห์ไว้ที่ 1,050 จุด การปรับตัวลงครั้งนี้เป็นไปตามคาด เนื่องจากตลาดมีการกระแทกลงมาทดสอบจุดต่ำเดิมที่เคยเกิดขึ้นช่วงต้นเม.ย.ที่ระดับ 1,056 จุด ก่อนจะมีการดึงตัวกลับขึ้นมาบ้างในช่วงบ่าย ซึ่งการลดลงของตลาดหุ้นไทยวันนี้มีสาเหตุหลักมาจากความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะประเด็นความเสี่ยงปิดช่องแคบฮอร์มุซที่อาจส่งผลต่อราคาน้ำมัน รวมทั้งมาตรการควบคุมของภาครัฐยังทำให้ตลาดขาดความเชื่อมั่น โดยเฉพาะการใช้ Circuit Breaker ที่ทำให้หุ้นหลายตัวติดฟอร์มลบ 15%

สำหรับวันพรุ่งนี้ (24 มิ.ย.) ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาคือสถานการณ์ในตะวันออกกลางและผลกระทบต่อราคาน้ำมัน หากมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซจริง คาดว่าราคาน้ำมันจะพุ่งขึ้นแรงและตลาดจะมีความกังวลเพิ่มขึ้น แต่หากสถานการณ์ไม่รุนแรงเท่าที่คาด ตลาดอาจมีโอกาสฟื้นตัวได้ ในระยะสั้น ตลาดยังคงแกว่งในกรอบและยังอยู่ในโซนลบ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...