โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ง้อไหม? ‘ทรัมป์-มัสก์’ จ่อต่อสายคุย หลังปะทะเดือดสัมพันธ์แตกหัก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 06 มิ.ย. 2568 เวลา 10.12 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2568 เวลา 10.10 น.
FILE PHOTO AP

ง้อไหม? ‘ทรัมป์-มัสก์’ จ่อต่อสายคุย หลังปะทะเดือดสัมพันธ์แตกหัก

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างสำนักข่าวโพลิติโกว่า ทำเนียบขาวสหรัฐจะต่อสายให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ และนายอีลอน มัสก์ มหาเศรษฐี อดีตที่ปรึกษาของทรัมป์ มีการพูดคุยกันผ่านทางโทรศัพท์ในวันที่ 6 มิถุนายน ตามเวลาในสหรัฐ หลังทั้งสองออกมากล่าวโจมตีซึ่งกันและกันจนเป็นจุดจบของความเป็นพันธมิตรในทำเนียบขาวสหรัฐ

สื่อรายงานว่า การต่อสายคุยระหว่างทรัมป์และมัสก์อาจทำให้ทั้งคู่ลดความตึงเครียดลง หลังจากที่มัสก์ออกจากทำเนียบขาวสหรัฐและการทำงานเป็นผู้นำกระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาล (DOGE) เมื่อ 1 สัปดาห์ก่อน โดยหันมาโจมตีร่างกฎหมายการใช้จ่ายและการขึ้นเพดานหนี้ โพสต์ข้อความลงบน X ว่าทรัมป์มีชื่ออยู่ในแฟ้มลับในคดีของเจฟฟรีย์ เอปสตีน ที่มีคดีอื้อฉาว และเห็นด้วยให้ทรัมป์ถูกถอดถอนพ้นจากตำแหน่ง รวมถึงบอกว่าทรัมป์คงแพ้การเลือกตั้งไปแล้วหากไม่ได้เขา รวมถึงโจมตีแผนภาษีศุลกากรของทรัมป์ว่าจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐถดถอยในช่วงปลายปีนี้

ส่วนทรัมป์ออกมาโพสต์บนทรูธ โซเชียลว่า วิธีที่จะลดรายจ่ายที่ง่ายที่สุดเป็นหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐคือการฉีกข้อตกลงและการสนับสนุนที่รัฐบาลมีให้กับมัสก์ พร้อมกับกล่าวต่อนักข่าวว่าเขาผิดหวังกับมัสก์อย่างมาก

การแตกหักของทั้งสองทำให้หุ้นของเทสลาร่วงลงกว่า 14% ในวันที่ 5 มิถุนายน สูญเสียมูลค่าในตลาดซื้อขายมากถึงประมาณ 150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นการสูญเสียมูลค่าในตลาดต่อวันมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของเทสลา อย่างไรก็ตาม ช่วงสายวันที่ 5 มิถุนายน มัสก์ออกมาเห็นด้วยกับความเห็นว่าเขาและทรัมป์ควรสงบศึก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ง้อไหม? ‘ทรัมป์-มัสก์’ จ่อต่อสายคุย หลังปะทะเดือดสัมพันธ์แตกหัก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...