โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

คุก 3 ปีไม่รอลงอาญา! 2 ผู้ต้องหาแก๊งขุดทองเถื่อน อช.ทองผาภูมิ ให้ผู้ต้องหาชดใช้ค่าเสียหายให้กรมอุทยานฯ กว่า 5 แสน

สวพ.FM91

อัพเดต 01 ก.ค. 2568 เวลา 04.24 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 04.24 น.

1 ก.ค. 68 นายยุทธพงค์ ดำศรีสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ เปิดเผยเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมาว่า ตามที่เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2567 อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าจับกุมกลุ่มบุคคลที่แอบลักลอบขุดดินเพื่อหาแร่ทองคำในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ และป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาช้างเผือก ตรวจยึดพื้นที่บุกรุก 14-0-1 ไร่ สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดในพื้นที่เกิดเหตุได้ จำนวน 2 คน เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมตรวจยึดของกลางในการกระทำความผิด จำนวน 12 รายการ พร้อมจัดทำบันทึกเรื่องราวนำส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรปิล๊อก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายใน 6 ข้อกล่าวหา ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2584 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และหลังจากนั้นได้มีการจับกลุ่มบุคคลที่ยังแอบลักลอบเข้าไปบุกรุกพื้นที่อีก 13 คดี ผู้กระทำความผิด 18 คน พร้อมของกลาง 123 รายการ
โดยในวันที่ 16 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดทองผาภูมิ ได้มีคำพิพากษาคดีเกี่ยวกับการขุดแร่ทองคำ คดีแรก ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดทองผาภูมิ โจทก์ และนายบอล นาย เบรก จำเลยที่ 1-2 ตามลำดับ ในความผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้ ความผิดต่อพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ และความผิดต่อพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ ซึ่งศาลจังหวัดทองผาภูมิมีคำพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันเข้าไปครอบครองพื้นที่เกิดเหตุซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาช้างเผือก อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ และเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำและพื้นที่คุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 1A มีเนื้อที่ 14 ไร่ 1 ตารางวา และถือว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันแผ้วถางป่าพื้นที่เกิดเหตุ การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดฐานร่วมกันแผ้วถาง อันเป็นการทำลายป่าหรือเข้ายึดถือหรือครอบครองป่าทำประโยชน์ในที่ดิน อันเป็นการเสื่อมสภาพแก่ป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต ฐานร่วมกันยึดถือหรือครอบครองที่ดิน แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใด ๆ ให้เสื่อมสภาพหรือเปลี่ยนแปลงสภาพธรรมชาติไปจากเดิมในพื้นที่ลุ่มน้ำ ชั้นที่ 1 ภายในเขตอุทยานแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต ฐานร่วมกันเก็บหา นำออกไปหรือกระทำด้วยประการใด ๆ ให้เป็นอันตรายหรือทำให้เสื่อมสภาพซึ่งดิน หิน กรวด ทราย แร่หรือทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมโดยไม่ได้รับอนุญาต และฐานร่วมกันเข้าไปดำเนินกิจการใด ๆ เพื่อหาผลประโยชน์ในเขตอุทยานแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต สำหรับของกลางนั้น กระสอบเป้ 1 ใบ ของจำเลยที่ 1 หินแร่ 2 ก้อน กรรไกร 2 อัน คีม 1 อัน ไขควง 7 อัน สิ่ว 1 อัน ตะไบ 1 อัน มีดคัตเตอร์ 1 อัน ไฟฉาย 4 กระบอก มีดพก 1 เล่ม ไฟแช็ก 3 อัน ขวดแก้วแยกทอง 4 ขวด เทป 2 ม้วน ด่างทับทิม 1 ขวด กระเป๋ากระสอบ 2 ใบ และกระป๋อง 1 ใบ ของจำเลยที่ 2 เป็นทรัพย์ที่จำเลยทั้งสองใช้ และมีไว้เพื่อใช้เป็นสิ่งของอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ในการกระทำความผิดและได้ใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิด และเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่ได้มาจากการกระทำความผิด และโจทก์ได้ให้พนักงานปิดประกาศ ตามกฎหมายจนล่วงพ้นเวลา 30 วันแล้ว ไม่มีผู้ใดอ้างตนเป็นเจ้าของ จึงให้ริบตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ให้ลงโทษฐานร่วมกันยึดถือหรือครอบครองที่ดิน แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใด ๆ ให้เสื่อมสภาพหรือเปลี่ยนแปลงสภาพธรรมชาติไปจากเดิมในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 ภายในเขตอุทยานแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 6 ปี จำเลย ทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา กรณีมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คนละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 3 ปี ไม่รอลงอาญา ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย 560,100 บาท แก่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน 2567 เป็นต้นไป

อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ขอประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มบุคคลที่แอบลักลอบเข้าไปบุกรุก แอบขุดดินในแปลงตรวจยึดในคดีดังกล่าว หากถูกเจ้าหน้าที่จับกุมจะถูกลงโทษตามกฎหมายซึ่งมีความรุนแรง ถูกตัดสินจำคุกไม่รอลงอาญา หากพบการกระทำความผิดอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิจะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างเฉียบขาดต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...