โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ชายอเมริกันถูกเครื่อง MRI ดูดดับปมสวมสร้อย 9 กก.เข้าห้องสแกน

Thai PBS

อัพเดต 21 ก.ค. 2568 เวลา 05.43 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 05.43 น. • Thai PBS
ชายวัย 61 ปี เสียชีวิตในเครื่องตรวจ MRI ที่ศูนย์การแพทย์ในนิวยอร์ก หลังถูกแรงแม่เหล็กดูดร่างเข้าไปขณะสวมสร้อยคอโลหะหนัก 9 กก. เหตุการณ์นี้ตอกย้ำถึงอันตรายจากการละเลยคำเตือนให้ถอดวัตถุโลหะก่อนเข้าใกล้เครื่อง MRI

วันนี้ (21 ก.ค.2568) BBC รายงานเกิดเหตุสลดที่ศูนย์การแพทย์ Nassau Open MRI ในเมือง Westbury ลองไอส์แลนด์ นครนิวยอร์ก เมื่อชายวัย 61 ปี "คีธ แมคอัลลิสเตอร์" เสียชีวิตหลังถูกแรงแม่เหล็กจากเครื่อง MRI ดึงร่างเข้าไปในเครื่อง ขณะสวมสร้อยคอโลหะหนักประมาณ 9 กก. ที่ใช้สำหรับฝึกเวทเทรนนิง เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันพุธที่ 16 ก.ค. และเขาเสียชีวิตในวันรุ่งขึ้นที่โรงพยาบาล

ตามรายงานของตำรวจเทศมณฑลนาสซอ คีธเดินเข้าห้อง MRI โดยไม่ได้รับอนุญาตขณะเครื่องกำลังทำงาน สร้อยคอโลหะขนาดใหญ่ที่เขาสวมอยู่ถูกแรงแม่เหล็กดึงอย่างรุนแรง ทำให้ร่างของเขากระแทกเครื่องจนบาดเจ็บสาหัส แอดริแอน โจนส์-แมคอัลลิสเตอร์ ภรรยาของผู้เสียชีวิต เล่าด้วยความสะเทือนใจว่า เธอเพิ่งสแกนหัวเข่าเสร็จและเรียกสามีให้ช่วยพยุง "จากนั้น เครื่องก็พลิกร่างเขา ดึงเข้าไป แล้วเขากระแทกกับเครื่อง MRI"

แอดริแอนและช่างเทคนิค พยายามดึงคีธออกจากเครื่องแต่ไม่สำเร็จ ตำรวจระบุว่าไม่พบการกระทำผิดทางอาญา และถือเป็นอุบัติเหตุ ปัจจุบัน ตำรวจเทศมณฑลนาสซอกำลังสอบสวนเหตุการณ์นี้อย่างละเอียด ขณะที่ศูนย์การแพทย์ยังไม่แสดงความเห็นต่อสื่อ

เหตุการณ์นี้ย้ำเตือนถึงอันตรายของเครื่อง MRI ซึ่งใช้สนามแม่เหล็กทรงพลังในการสร้างภาพวินิจฉัยโรค สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ระบุว่า สนามแม่เหล็กของ MRI สามารถดึงดูดวัตถุโลหะ เช่น เครื่องประดับ กุญแจ หรือถังออกซิเจน ทำให้กลายเป็นอันตรายหากพุ่งกระแทกผู้ป่วยหรือบุคลากร เหตุการณ์นี้ยังชวนนึกถึงโศกนาฏกรรมในปี 2544 ที่เด็กชายวัย 6 ปีเสียชีวิตจากถังออกซิเจนที่ถูก MRI ดึงกระแทกศีรษะในนิวยอร์ก

ทำไมต้องถอดโลหะก่อนเข้าห้องหรือเครื่อง MRI

เครื่อง MRI ใช้สนามแม่เหล็กที่ทรงพลังมากถึง 1.5-3 เทสลา (หรือสูงกว่านั้น) เพื่อสร้างภาพอวัยวะภายในร่างกาย ซึ่งสามารถดึงดูดวัตถุโลหะที่มีคุณสมบัติแม่เหล็ก เช่น เหล็ก ส่งผลให้วัตถุเหล่านี้เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงราวกับกระสุน อาจก่อให้เกิดการบาดเจ็บรุนแรงหรือเสียชีวิต

ตามแนวทางของ FDA ผู้ป่วยและผู้ที่เข้าใกล้เครื่องต้องถอดวัตถุโลหะทั้งหมด เช่น เครื่องประดับ เข็มขัด หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และต้องผ่านการคัดกรองเพื่อตรวจหาโลหะในร่างกาย เช่น อุปกรณ์การแพทย์หรือเศษโลหะ เพื่อป้องกันอันตรายจาก "Projectile effect" และความเสียหายต่อเครื่อง MRI

ตามาตรฐานความปลอดภัยในสถานพยาบาล จะมีการควบคุมเข้มงวด ห้ามนำโลหะเข้าเด็ดขาด และมักล็อกประตูระหว่างการสแกน ผู้ป่วยต้องเปลี่ยนเป็นชุดที่ไม่มีโลหะและผ่านการตรวจด้วยเครื่องตรวจจับโลหะถึง 2 ครั้ง

อ่านข่าวอื่น :

ปรับแผนใหม่ "Coldplay" แจ้งแฟนเพลงแต่งหน้าก่อนขึ้นจอยักษ์

"พล.อ.ณัฐพล" ยันปมทุ่นระเบิดใหม่ หลักฐานชัดฟ้อง "กัมพูชา" ละเมิดออตตาวา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

คำสั่งนายกฯ ประกาศระงับส่งออกเบนซิน-ดีเซล-LPG รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง

27 นาทีที่แล้ว

13 สมาคมขนส่งเรียกร้องรัฐตรึงดีเซล 29.94 บาท กังวลขัดแย้งตะวันออกกลาง

56 นาทีที่แล้ว

ไม่เกี่ยวกับพรรค! "ธรรมนัส" ย้ำ "ชนนพัฒฐ์" เอี่ยวเว็บพนันเป็นความผิดเฉพาะตัว

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"อิหร่าน" ใช้โดรนต้นทุนต่ำ ต่อกรทางอากาศ “สหรัฐฯ-ชาติพันธมิตร”

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ต่างประเทศ อื่น ๆ

รัสเซียเตือนฟินแลนด์ ปลดล็อก “ติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์” เป็นภัยคุกคามโดยตรง

เดลินิวส์

เปิดลิสต์ 6 เครื่องใช้ไฟฟ้า ไม่ควรถอดปลั๊ก นอกจากจะไม่ช่วยให้ประหยัดแล้ว แถมยังเสี่ยงเสียเงินเพิ่ม

สยามนิวส์

การสืบสวน ชี้ สหรัฐอาจต้องรับผิดชอบที่ 'โจมตีโรงเรียนอิหร่าน' เด็กดับ 150 ราย

กรุงเทพธุรกิจ

ประธานาธิบดีเยอรมนีเลื่อนเยือนเอเชีย ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง

เดลินิวส์

เหตุผลทรัมป์โจมตีอิหร่าน ‘เปลี่ยนไปมา’ นักวิเคราะห์ชี้ สหรัฐฯ ให้เหตุผลขัดแย้งกันเอง และให้อิสราเอลเข้ามามีอิทธิพลเกินไป

The Momentum
วิดีโอ

สหรัฐฯ-อิสราเอล ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อเนื่อง

THE ROOM 44 CHANNEL
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...