โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เหตุผลทรัมป์โจมตีอิหร่าน ‘เปลี่ยนไปมา’ นักวิเคราะห์ชี้ สหรัฐฯ ให้เหตุผลขัดแย้งกันเอง และให้อิสราเอลเข้ามามีอิทธิพลเกินไป

The Momentum

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE MOMENTUM

นับตั้งแต่สหรัฐฯ เริ่มต้นปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการใช้กำลังทางทหารในตะวันออกกลางครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามอิรักในปี 2003 รัฐบาลของ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อ้างเหตุผลหลายประการเพื่อสนับสนุนการโจมตีอิหร่าน แต่จนถึงขณะนี้เหตุผลของการทำสงครามที่แท้จริงยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน

สำนักข่าว The Guardian วิเคราะห์ไว้ว่า เบื้องหลังการอ้างเหตุผลในการทำสงครามของสหรัฐฯ มีอยู่ด้วยกัน 2 ประการหลักคือ

ประการแรก เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ให้ข้อมูลกับพลเรือนชาวอเมริกันผิดพลาด และประการที่ 2 อิสราเอลมีบทบาทต่อสหรัฐฯ มากกว่าที่ผ่านมา

วันที่ 2 มีนาคม 2026 มาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า อิสราเอลคือประเทศที่เริ่มต้นเปิดฉากโจมตีอิหร่านก่อน ซึ่งขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างก่อนหน้าของรัฐบาลที่ระบุว่า อิหร่านจะเริ่มต้นโจมตีอิสราเอลก่อน สหรัฐฯ จึงต้องรีบป้องกันตนเอง

“เรารู้ดีว่า อิสราเอลเริ่มโจมตีก่อน และมันจะนำไปสู่การโจมตีกองทัพสหรัฐฯ โดยอิหร่าน หากเราไม่เริ่มโจมตีตามอิสราเอล เราจะสูญเสียมากกว่านี้” รูบิโอกล่าว

ข้อมูลที่ขัดแย้งกันระหว่างรัฐบาลกับรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ สร้างข้อสงสัยให้กับประชาชน และความไม่พอใจให้กับสมาชิกรัฐสภาหลายคนที่มองว่า เบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เข้ามาล็อบบี้รัฐบาลของสหรัฐฯ

“มันคือภัยคุกคามที่มีต่ออิสราเอล ถ้าเรามองว่า ภัยคุกคามของอิสราเอลเทียบเท่ากับภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ เรากำลังเข้าสู่สถานการณ์ที่ไม่เคยเจอมาก่อน” มาร์ก วอร์เนอร์ (Mark Warner) วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครต (Democratic Party) กล่าว

ทั้งนี้คำกล่าวของทรัมป์ในตอนแรกอ้างว่า สหรัฐฯ จำเป็นต้อง ‘เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง’ ของอิหร่าน เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบภายในประเทศ หลังรัฐบาลใช้กำลังปราบปรามประชาชนที่ออกมาเดินขบวนประท้วงจากปัญหาเศรษฐกิจ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตราว 7 หมื่นรายตั้งแต่เดือนธันวาคม 2025 เป็นต้นมา

ต่อมาเหตุผลในการเปิดปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านเปลี่ยนไป เมื่อ สตีฟ วิตคอฟฟ์ (Steve Witkoff) ทูตพิเศษของสหรัฐฯ อ้างว่า ‘โครงการพัฒนานิวเคลียร์’ ของอิหร่านกลับมาพัฒนาอีกครั้ง หลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ไปเมื่อปี 2025

ล่าสุดคำกล่าวอ้างใหม่ของทรัมป์คือ ‘ความต้องการทำลายล้างขีปนาวุธ’ ของอิหร่าน ที่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลางและภาพรวมของประเทศ แม้คำกล่าวอ้างข้างต้นจะยังไม่มีหลักฐานแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน อีกทั้งยังขัดกับข้อมูลของหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ ที่ระบุว่า อิหร่านไม่มีความสามารถที่จะพัฒนาขีปนาวุธภายใน 10 ปีนี้

ขณะเดียวกัน เคลลี กรีเอโก (Kelly Grieco) นักวิจัยอาวุโสจาก Stimson Center สถาบันวิจัยเรื่องยุทธศาสตร์ทางทหารของสหรัฐฯ วิเคราะห์กับสำนักข่าว Al Jazeera ไว้ว่า เป้าหมายการทำสงครามของทรัมป์ยังไม่มีความชัดเจน

“ทั้งหมดนี้เพื่ออะไร เรากำลังพยายามบรรลุเป้าหมายอะไรอยู่ ฝ่ายบริหารไม่ได้ทำสิ่งใดที่เป็นประโยชน์เลย ดูเหมือนว่าพวกเขามีแนวทางที่ไม่สอดคล้องกันในเรื่องนี้” เธอกล่าว

เอลิซาเบท วอร์เรน (Elizabeth Warren) วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครต แสดงความคิดเห็นในทำนองเดียวกัน หลังจากเข้าประชุมกับฝ่ายบริหารของทรัมป์เมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา โดยกล่าวว่า “สถานการณ์มันเลวร้ายกว่าที่คุณคิด ไม่แปลกใจที่พวกคุณทุกคนจะรู้สึกกังวล

“รัฐบาลไม่มีแผนรองรับเกี่ยวกับสงครามอิหร่าน สงครามนี้ผิดกฎหมายและตั้งอยู่บนพื้นฐานของคำโกหก

“สงครามนี้ไม่ได้มีภัยคุกคามใดๆ ต่อสหรัฐฯ แต่ทรัมป์ไม่สามารถให้เหตุผลที่ชัดเจนกับการทำสงครามครั้งนี้ได้”

ที่มา:

- https://www.aljazeera.com/news/2026/3/4/trumps-endgame-in-iran-regime-change-without-us-boots-on-the-ground

- https://www.theguardian.com/world/2026/mar/03/trump-administration-reasons-for-going-to-war-with-iran

- https://www.theguardian.com/us-news/2026/mar/02/rubio-us-attack-israel-iran

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...