โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

โฆษก กองทัพบก ยันจำเป็นต้องตอบโต้ เพราะกัมพูชายังไม่หยุดยิง

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 27 ก.ค. 2568 เวลา 06.29 น.

โฆษก กองทัพบก ยันจำเป็นต้องตอบโต้ เพราะกัมพูชายังไม่หยุดยิง ประณามกัมพูชา ยิงปืนพุ่งเป้าใส่โรงพยาบาลจ.ศรีสะเกษ

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษก ทบ.กล่าวว่า จากการที่ทหารกัมพูชายังมีการเคลื่อนไหว ด้วยการใช้อาวุธ ยิงสนับสนุนระยะไกล ยิงเข้ามา ในฝั่งไทย บริเวณหน้าแนวมีการปะทะในหลายๆ จุดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพบมีอาวุธยิงสนับสนุนระยะไกลไปตกนอกเขตพื้นที่เป้าหมายทางทหารจำนวนมากในจังหวัดสุรินทร์
โฆษก ทบ.กล่าวว่า ฝ่ายไทยเรามีความจำเป็นที่จะต้อง ใช้ปฏิบัติการทางทหาร ดำเนินการ ตอบโต้ต่ออาวุธยิงสนับสนุนระยะไกลอย่างเช่น จรวด และ ปืนใหญ่ ที่ยังคงยิงเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้พี่น้อง ได้รับผลกระทบ หรือมีการสูญเสีย
และเมื่อวานนี้ 26 ก.ค.68 เวลาประมาณ 15.30 น.กระสุนปืนใหญ่ของกัมพูชายังคงพุ่งเป้าใส่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านซำเม็ง ม.3 ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้รับความเสียหายอย่างหนักที่ตัวอาคาร แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต หรือบาดเจ็บ เพราะก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้มีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกไปก่อนแล้ว
อีกทั้งยังปรากฏข่าวสารความเคลื่อนไหว ว่าอาจมีอาวุธที่มีประสิทธิภาพ อย่างเช่น PHL-03, RM 70 , BM-21 ที่อาจมีแนวโน้มที่จะเข้ามาสนับสนุนเพิ่มเติมให้กับฝ่าย กัมพูชา นั่นอาจแสดงถึงท่าทีของกัมพูชา ที่ฝ่ายไทยยังไม่สามารถไว้วางใจได้ โดยสถานการณ์ล่าสุดฝ่ายกัมพูชา ยังไม่หยุดโจมตี ด้วยอาวุธ ทุกรูปแบบ ต่อฝ่ายไทย
ทั้งนี้กองทัพบกจะดำเนินการเต็ม ขีดความสามารถ เพื่อตอบโต้การรุกราน และยืนยันยังคงมุ่งเน้นต่อเป้าหมายทางทหาร ที่ส่งผลต่อภัยคุกคามทางทหาร และ ชีวิตทรัพย์สินพี่น้องประชาชนเท่านั้น ภายใต้กรอบกติกาสากลอย่างเหมาะสม เพื่อปกป้องรักษาอธิปไตย ให้ได้อย่างดีที่สุด

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...