โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ศบ.ทก.’ ซัด กัมพูชาไร้ความจริงใจ ละเมิดหนักยิงโรงพยาบาล กต.จ่อยื่น ICRC ประณามไร้มนุษยธรรม

The Better

อัพเดต 27 ก.ค. 2568 เวลา 06.24 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2568 เวลา 06.20 น. • THE BETTER
‘ศบ.ทก.’ ซัด กัมพูชาไร้ความจริงใจ ปลุกชาตินิยม ความขัดแย้ง ละเมิดหนักยิงโรงพยาบาล-วางทุ่นสังหาร ชี้ ปัญหามาจากนโยบายรัฐบาลกัมพูชา กต.เตรียมยื่นคณะไอซีอาร์ซี ประณามละเมิดมนุษยธรรม

ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ และ พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) แถลงผลการประชุมศบ.ทก.

โดย พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า กรณีมีการเรียกร้องของบางประเทศให้ทั้งไทยและกัมพูชาหยุดปะทะกันนั้น โดยฝ่ายไทยขอชี้แจงว่าเห็นด้วยในหลักการดังกล่าว แต่จะหยุดกระทำได้ก็ต่อเมื่อฝ่ายกัมพูชาแสดงความจริงใจ และเข้าร่วมหารือในขั้นตอนในรายละเอียดต่าง ๆ ด้วย รวมทั้งหยุดยิงเป็นที่ประจักษ์ แต่จากสถานการณ์ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าฝ่ายกัมพูชาก็ยังคงมีการส่งกำลังทหารเข้าปะทะบริเวณใกล้เคียงพื้นที่เขาพระวิหารในเวลา 02.10 น. และเมื่อเวลา 06.10 น. มีการยิงกระสุนจรวด BM21 เข้ามามายังฝ่ายไทยและตกมาที่บริเวณบ้านตาโส หมู่ 10 ต.บ้านพลวง อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นเป้าหมายของพลเรือน จนทำให้บ้านเรือนนั้นเสียหาย

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2568 เมื่อเวลา 15.30 น. มีกระสุนปืนใหญ่ของกัมพูชาได้ยิงพุ่งเป้าใส่โรงพยาบาลในพื้นที่ ได้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลศรีสะเกษ โรงพยาบาลบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ นะรวมทั้งมีการใช้ประชาชนเป็นโรคกำบังในการตั้งอาวุธซึ่งถือว่าเป็นการใช้ประชาชนผู้บริสุทธิ์อย่างไรหลังมนุษยธรรม ซึ่งทั้งหมดนี้ถือว่าเป็นการละเมิดต่ออนุสัญญาเจนีวาอย่างชัดเจน นอกจากนี้เราขอประณามไปในเรื่องของความไม่จริงใจในการพูดคุยของฝ่ายกัมพูชา

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมานั้นฝ่ายกัมพูชาได้ปฏิเสธเลื่อนการพูดคุยเจรจารือในเวทีอยู่หลายครั้ง เช่น การประชุมคณะกรรมการเขตแดนร่วม (เจบีซี) การประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (อาร์บีซี) และการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) เพราะฝ่ายไทยมองว่าการประชุมต่าง ๆ ถือว่าสามารถนำปัญหาที่มีข้อขัดแย้งระหว่างกันนั้น นำมาพูดหารือ อีกทั้งสังเกตได้ว่าฝ่ายกัมพูชาก็มีการเสริมกำลังทางทหาร มีการเตรียมที่มั่นดัดแปลงตามบริเวณชายแดนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ก็ยังได้มีการวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลซึ่งถือว่าเป็นการละเมิดสัญญาอนุสัญญาออตตาวา

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวอีกว่า ยังมีการแสดงท่าทียั่วยุส่งเสริมการปลุกระดมมวลชนชาวกัมพูชาในประเทศและต่างประเทศ เข้าสู่พื้นที่บริเวณแนวชายแดนโดยใช้กระแสชาตินิยมรับปลุกปั่นหวังยกระดับให้เกิดความขัดแย้งระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ ตลอดจนการแสดงออกท่าทีของความพร้อมในการใช้กำลังทหารผ่านการโพสต์ผ่านทางช่องทางสื่อสารสังคมออนไลน์ โดยการบิดเบือนข้อเท็จจริงและกล่าวหาประเทศไทยอย่างไร้หลักฐาน ที่เป็นฉนวนของความไม่พอใจและนำไปสู่การใช้ความรุนแรงต่อกัน

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวอีกว่า ทางฝ่ายกัมพูชาก็ยังคงมีการดำเนินการใช้อาวุธหนักไม่ว่าจะปืนใหญ่วิถีโค้ง และจรวด BM21 รวมทั้งปรากฏข่าวความเคลื่อนไหวว่าอาจจะมีการใช้อาวุธที่มีประสิทธิภาพ เช่น จรวด PHL03 , RM-70 และ BM-21 จรวดหลายลำกล้องเพิ่มเติม สำหรับผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในวันนี้นับตั้งแต่เวลา 09.00 น. ปรากฏสถิติของผู้เสียชีวิตที่เป็นพลเรือนที่เสียชีวิตทั้งหมด 13 ราย บาดเจ็บสาหัส 11 ราย บาดเจ็บปานกลาง 12 ราย บาดเจ็บเล็กน้อย 13 ราย รวม 49 ราย ที่สำคัญต้องชื่นชมหน่วยงานในพื้นที่ เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข ในการช่วยเหลือประชาชนในการอพยพจากพื้นที่โดยเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนได้อยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัยและได้รับการช่วยเหลืออย่างเต็มที่

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวอีกว่า ขอเน้นย้ำในเรื่องของปัญหาความขัดแย้งในปัจจุบันนั้น เป็นปัญหาที่เกิดจากนโยบายของรัฐบาลกัมพูชา ไม่ได้เกิดปัญหาจากประชาชนผู้บริสุทธิ์ของทั้ง 2 ประเทศ จึงขอให้ประชาชนชาวไทยหลีกเลี่ยงการแสดงความรุนแรงด้วยการใช้ถ้อยคำหรือการใช้กำลัง ในการดูหมิ่นชาวกัมพูชาที่เข้ามาทำงานในไทยอย่างสุจริต เว้นในกรณีที่ชาวกัมพูชานั้นแสดงกิริยาก้าวร้าว ก็ขอให้ใช้สติเหตุผลในการพูดจาตักเตือน โดยหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง ถ้าเหตุสุดวิสัยจริงก็ขอให้ไปแจ้งเจ้าหน้าที่ในการดำเนินการด้านกฎหมายต่อไป

ด้านนางมาระตี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2568 ได้มีการประชุมของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) แบบปิด เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมี 15 รัฐสมาชิกยูเอ็นเอสซี รวมถึงคู่กรณีคือ ไทยกับกัมพูชาเข้าร่วมประชุมโดยการประชุมดังกล่าวเป็นโอกาสสำคัญให้ฝ่ายไทยย้ำจุดยืนต่อประชาคมโลกด้วยหลักฐานที่หนักแน่นและข้อเท็จจริงที่ชัดเจนว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายริเริ่มและเปิดฉากยิงก่อน โดยโจมตีเป้าหมายพลเรือนไทย ซึ่งมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก และต้องอพยพเป็นแตะหลักแสนคน อีกทั้งเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักการมนุษยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งการหารือของประเทศสมาชิกยูเอ็นเอสซี ได้กล่าวถึงหลักการกว้าง ๆ ไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ได้มีมติหรือการออกเอกสารผลลัพธ์ใด ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี แสดงว่า สมาชิกต่าง ๆ มีความเข้าใจในจุดยืนและการดำเนินการของฝ่ายไทย

นางมาระตี กล่าวว่า ในเรื่องการโจมตีเป้าหมายพลเรือนโดยฝ่ายกัมพูชา ซึ่งขัดต่ออนุสัญญาเจนีวา ที่เกี่ยวกับคุ้มครองหน่วยแพทย์และสถานพยาบาล และเกี่ยวกับภารกิจคุ้มครองโรงพยาบาลฝ่ายพลเรือน กระทรวงการต่างประเทศจะมีหนังสือถึงประธานคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ไอซีอาร์ซี) แสดงการประณามอย่างรุนแรงต่อการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างร้ายแรงเหล่านี้ และจะพบกับสำนักงานไอซีอาร์ซี ที่ประจำในประเทศไทยในวันที่ 29 ก.ค. 2568 เพื่อชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ มีความสำคัญที่กระทรวงต่างประเทศต้องเดินหน้าในลักษณะนี้ เพราะไทยต้องการสื่อสารไปยังประชาคมโลกว่า การกระทำอย่างไร้มนุษยธรรมต่อเนื่องของฝ่ายกัมพูชาเป็นสิ่งที่ประชาคมระหว่างประเทศจะต้องร่วมกันประณาม

นางมาระตี กล่าวอีกว่า ฝ่ายกัมพูชาจะต้องแสดงออกถึงความจริงใจในการหยุดยิงก่อน โดยเฉพาะการโจมตีที่ไม่เลือกเป้าหมายซึ่งยังคงดำเนินการอยู่ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศยังต้องออกแถลงการณ์ชี้แจงต่อสื่อต่างประเทศและประณามกรณีกองกำลังกัมพูชาใช้อาวุธร้ายแรงโจมตีบ้านเรือนประชาชนใน จ.สุรินทร์ พร้อมตอบโต้การเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนโดยฝ่ายกัมพูชาที่กล่าวหาว่าฝ่ายไทยเป็นฝ่ายริเริ่ม ทราบว่า หลายสำนักข่าวโดยเฉพาะสื่อต่างต่างประเทศกำลังจะเดินทางลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อรายงานข่าวติดตามสถานการณ์ โดยกรมประชาสัมพันธ์จะเป็นผู้ประสานงานหลักร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อที่จะประสานงานและให้ข้อมูลกับสื่อต่างประเทศ เพื่อการทำงานที่ราบรื่น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...