โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แกร่ง, รวดเร็ว, ประสิทธิภาพสูง ! แนวทางการฟิตร่างกายสไตล์ มาร์คัส แรชฟอร์ด

SIAMSPORT

เผยแพร่ 26 ก.ค. 2568 เวลา 22.50 น.
ช่วงที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด กำลังยุ่งอยู่กับอนาคตในอาชีพนักฟุตบอล เจ้าตัวได้ใช้เวลาในการเพ่งสมาธิไปกับการฟิตร่างกายจนกระทั่งตอนนี้ทุกอย่างชัดเจนแล้วว่า เขาย้ายจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปเล่นกับ บาร์เซโลน่า แบบยืมตัวในช่วงซัมเมอร์นี้

สำหรับเคล็ดลับในการฝึกซ้อมของ "แรชชี่" ต้องบอกว่าเต็มไปด้วยความเข้มข้น เพื่อให้สภาพร่างกายมีความสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยสิ่งนี้มีความสำคัญอย่างมากเมื่อถึงเวลาที่ต้องลงสนามให้กับต้นสังกัด

แน่นอนว่า แรชฟอร์ด ไม่เพียงแต่โดดเด่นในด้านทักษะการเล่นฟุตบอลและความสำเร็จในสนามเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ยอมรับในเรื่องของความแข็งแกร่งทางร่างกายและสมรรถภาพทางกายที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย

ด้วยรูปร่างที่รวดเร็ว แข็งแรง และฟิตเต็มร้อย แรชฟอร์ด กลายเป็นแบบอย่างของนักกีฬายุคใหม่ที่เน้นทั้งทักษะเกมและการดูแลร่างกายอย่างเข้มงวด ทั้งการฝึกเวทเทรนนิ่ง คาร์ดิโอ การฟื้นฟูสภาพร่างกาย รวมถึงการควบคุมโภชนาการอย่างมีวินัย นั่นจึงทำให้เขาเป็นผู้เล่นที่อันตรายเมื่ออยู่ในสนาม

แล้ว แรชฟอร์ด รักษาความคล่องตัว ความเร็ว และพละกำลังได้อย่างไร? งานนี้จะเป็นการเจาะลึกแนวทางการฝึกซ้อมของนักเตะ เทคนิคเจ๋งๆ และท่าฝึกสำคัญที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้กับโปรแกรมของตัวเองได้ เพื่อยกระดับสมรรถภาพทางร่างกายให้ก้าวขึ้นไปอีกระดับ

ดังนั้นเราจะมาเรียนรู้วิธีฝึก และค้นพบเทคนิคการออกกำลังกาย ท่าฝึก และหลักการที่ช่วยหล่อหลอมความแข็งแกร่งและความเร็วของ แรชฟอร์ด จนกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่โดดเด่นที่สุดในสนาม

ความสำคัญของการฝึกซ้อมที่ใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกาย (Functional Training)

แรชฟอร์ดให้ความสำคัญอย่างมากกับการออกกำลังกายที่เน้นใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกาย สำหรับการฝึกซ้อมแบบนี้จะเป็นการเลียนแบบความเคลื่อนไหวที่ใช้ในชีวิตประจำวัน และในการเล่นกีฬา ช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพโดยรวมของร่างกายให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ในสนาม

สำหรับการฝึกแบบนี้จะเป็นการกระตุ้นกล้ามเนื้อหลายมัดพร้อมกัน, ส่งเสริมการประสานงานของร่างกาย และเพิ่มความเร็ว ความคล่องตัว และพละกำลัง เพือให้พร้อมเมื่อต้องลงแข่งในสถานการณ์จริง

ดังนั้นการฝึกแบบนี้คือเบื้องหลังในการสร้างสมรรถภาพด้านร่างกายของ กองหน้าเด็กปั้นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ทั้งทรงพลังและยืดหยุ่น พร้อมใช้งานในทุกจังหวะเมื่อต้องลงสนามให้กับต้นสังกัด และทีมชาติอังกฤษ

องค์ประกอบสำคัญของโปรแกรมฝึกของ แรชฟอร์ด : การฝึกความเร็วและความคล่องตัว :

หนึ่งในหัวใจหลักของการฝึกซ้อมของ แรชฟอร์ด คือการพัฒนาความเร็วและความคล่องตัว ซึ่งเป็นทักษะสำคัญสำหรับนักเตะในตำแหน่งกองหน้าที่ต้องวิ่งฉีกแนวรับ เปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว และตอบสนองต่อสถานการณ์ในเกมได้ภายในเสี้ยววินาที

- การฝึกซ้อมเพิ่มความแข็งแกร่ง (Strength Training)

การสร้างพื้นฐานความแข็งแกร่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการพัฒนาร่างกายให้มีประสิทธิภาพสูงสุด การซ้อมของ "แรชชี่" มีทั้งการออกกำลังกายแบบคอมพาวด์ (Compound exercises) คือท่าออกกำลังกายที่ใช้น้ำหนักหรือน้ำหนักตัวเป็นหลัก ซึ่งจะช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อหลายกลุ่มพร้อมกัน ได้แก่ สควอท (squats), เดดลิฟส์ (deadlifts), เบนช์ เพรสส์ (bench presses) และลังจ์ส (lunges) แน่นอนว่าการฝึกซ้อมแบบนี้มุ่งเป้าไปที่กล้ามเนื้อหลายกลุ่ม, พัฒนาสมรรภร่างกายแบบองค์รวม และเพิ่มพลังกล้ามเนื้อรวมทั้งความทนทาน

- การฝึกแบบระเบิดพลัง (Plyometric Training)

การฝึกแบบระเบิดพลังมีความจำเป็นอย่างมากสำหรับการพัฒนาเพื่อระเบิดพลังของกล้ามเนื้อออกมาอย่างเต็มที่ โดย แรชฟอร์ด จะรวมวิธีการออกกำลังกายหลายๆ แบบอาทิเช่นกระโดดขึ้นกล่องหรือแท่นสูง (Box Jumps), การขว้างลูกบอลน้ำหนัก (Medicine Ball Throws) และวิดพื้นแบบระเบิดแรง หรือการวิดพื้นแล้วกระโดดมือขึ้นจากพื้น (Explosive Push-Ups) เพื่อทำให้ "แรชชี่" กระโดดได้สูงขึ้น, รวดเร็ว และระเบิดพลังออกมาอย่างเต็มที่

- การฝึกความมั่นคงของแกนกลางลำตัวและความสมดุลของร่างกาย (Core Stability and Balance)

ความแข็งแกร่งของแกนกลางลำตัวเป็นรากฐานสำคัญสำหรับความมั่งคง, สมดุล และป้องกันการบาดเจ็บ โดย แรชฟอร์ด จะเน้นการฝึกซ้อมหลายแบบ อาทิเช่นการแพล็งค์ (Planks), รัสเซียน ทวิสต์ส (Russian twists) และ การออกกำลังกายด้วยลูกบอล (Stability ball exercises) เพื่อพัฒนาความมั่นคงของแกนกลางลำตัว และความสมดุลของร่างกาย ทำให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ในสนามได้เป็นอย่างดี

- ความยืดหยุ่นและการเคลื่อนไหวคล่องตัว (Flexibility and Mobility)

การรักษาความยืดหยุ่นและการเคลื่อนไหวที่ดีเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับนักกีฬาระดับสูงอย่าง แรชฟอร์ด เพราะช่วยป้องกันการบาดเจ็บและเพิ่มประสิทธิภาพการเคลื่อนไหวในสนาม โดยเขาจะเน้นการออกกำลังกายแบบ การยืดเหยียดแบบเคลื่อนไหว (Dynamic Stretching), โยคะ (Yoga) หรือ การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความคล่องตัว (Mobility exercises) ซึ่งการฝึกอย่างต่อเนื่องเป็นประจำจะพัฒนาขอบเขตการเคลื่อนไหวให้กว้างขึ้น และยกระดับ คุณภาพการเคลื่อนไหวโดยรวมของร่างกาย

ตารางการฝึกซ้อมของ มาร์คัส แรชฟอร์ด

1. วอร์มร่างกายแบบไดนามิก (Dynamic Warm-up)

เตรียมร่างกายให้พร้อมด้วยการเคลื่อนไหวแบบไดนามิก อาทิเช่นการยกเข่าสูง (High Knees), การแกว่งขาไปมา (Walking Lunges, การก้าวเดินด้วยท่าลังจ์ส (Walking Lunge) และหมุนแขนเป็นวงกลม (Arm Circles) โดยทำท่าละ 30-60 วินาที เพื่อเป็นการเตรียมร่างกายก่อนออกกำลังกายหนัก

2. การฝึกเสริมความแข็งแรงที่เน้นกล้ามเนื้อหลักหลายส่วน (Strength Training Circuit)

การฝึกแบบนี้จะมีท่าบาร์เบล สควอท (Barbell Squats), โรมันเนียน เดดลิฟท์ส ( Romanian Deadlifts), ดัมบ์เบลล์ เบนช์ เพรสส์ (Dumbbell Bench Press), การก้าวเดินด้วยท่าลังจ์ส (Walking Lunge), การดึงข้อ (Pull-ups) หรือ ลัต พูลดาวน์ (Lat Pulldowns) และ วิดพื้น (Push-ups) โดยทำท่าละ 10-12 ครั้งต่อเซต ทำทั้งหมด 3-4 เซต

3. การฝึกแบบระเบิดพลัง (Plyometric Training)

สำหรับท่าที่ใช้ในการฝึกได้แก่ กระโดดขึ้นกล่องหรือแท่นสูง (Box Jumps), การขว้างลูกบอลน้ำหนัก (Medicine Ball Throws) และ การออกกำลังกายที่เน้นการสร้างความแข็งแรงและความเร็วของกล้ามเนื้อหน้าอก ไหล่ และแขน (Plyometric Push-ups) โดยทำ 8-10 ครั้งต่อท่า และทำท่าละ 3 เซต

4. ฝึกความเร็วและความคล่องตัว (Speed and Agility Drills)

การเพิ่มประสิทธิภาพเรื่องความรวดเร็ว และความคล่องตัวจำเป็นต้องฝึกซ้อมโดยใช้บันไดฝึกความคล่องตัว (ก้าวเท้าสลับซ้าย-ขวาในช่องของบันได, ยกเข่าสูงทุกก้าวขณะวิ่งผ่านช่องบันได เป็นต้น), ฝึกเปลี่ยนทิศทางและการทรงตัว (การวิ่งซิกแซกระหว่างกรวยเร็วที่สุดเท่าที่ควบคุมได้, วิ่งสปรินต์ไป-กลับระยะสั้นตามลำดับกรวย เป็นต้น)

5. การฝึกความมั่นคงและความแข็งแกร่งของแกนกลางลำตัว (Core and Stability Exercises)

สำหรับวิธีการฝึกได้แก่การเล่นท่าแพล็งก์ต่างๆ (แพล็งก์บนปลายแขน. แพล็งก์ด้านข้าง เป็นต้น), รัสเซียน ทวิสต์ส (Russian Twists) และการบริหารร่างกายโดยใช้ลูกบอลทรงตัว (Stability Ball Crunches) โดยจะทำท่าละ 12-15 ครั้ง และทำท่าละ 3 เซต

6. การคลายกล้ามเนื้อและยืดเหยียดหลังออกกำลังกาย

เป้าหมายสำคัญก็เพื่อลดอัตราการเต้นของหัวใจ และทำให้ร่างกายค่อยๆ ผ่อนคลาย โดยจะเป็นการเดินช้าๆ ทำท่ายืดเหยียดอยู่กับที่ เป็นต้น เพื่อเป็นการทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว,ลดอาการปวดกล้ามเนื้อหลังฝึก, เพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ และฟื้นฟูร่างกาย

สำหรับการฝึกซ้อมของ แรชฟอร์ด จำเป็นต้องมีความมุ่งมั่นทุ่มเทอย่างแรงกล้ามีวินัย ความสม่ำเสมอ และแผนการที่ชัดเจน ทั้งหมดนี้เป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ "แรชชี่" เต็มไปด้วยความแข็งแกร่ง และมีประสิทธิภาพสูงเมื่อลงสนาม

อย่างไรก็ตาม การฝึกซ้อมที่เข้มข้นต้องให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย รวมทั้งต้องมีการดื่มน้ำที่เพียงพอ และให้ความสำคัญกับโภชนาการอย่างเหมาะสม เพื่อสนับสนุนการฝึกซ้อมให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

✍️ 𝐓𝐎𝐌𝐌𝐘 𝐓𝐄𝐄

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...