โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ราคาข้าวในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเนื่องจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น

ไทยโพสต์

อัพเดต 21 มิ.ย. 2568 เวลา 06.20 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 23.13 น.

ราคาข้าวในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในช่วง 12 เดือนเนื่องจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ส่งผลให้นายกรัฐมนตรีเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้นก่อนการเลือกตั้งสำคัญในเดือนหน้า

ถุงข้าวสารที่มุมซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน (Photo by Kazuhiro NOGI / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน 2568 กล่าวว่า การได้รับเสียงสนับสนุนในรัฐสภาเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนายกรัฐมนตรีชิเงรุ อิชิบะ ของญี่ปุ่นในขณะนี้ หลังจากคะแนนนิยมภาคประชาชนต่อรัฐบาลของเขาลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งในเดือนตุลาคม ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความผิดหวังเกี่ยวกับค่าครองชีพ

แหล่งที่มาหลักของความโกรธแค้นประการหนึ่งคือราคาอาหารหลักที่พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน ภายใต้ปัญหาขาดแคลนที่เกิดจากหลากหลายสาเหตุ รวมถึงห่วงโซ่อุปทานที่หยุดชะงัก

ราคาข้าวในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในช่วง 12 เดือนจนถึงเดือนพฤษภาคม ขณะที่ราคาธัญพืชพุ่งสูงขึ้น 101% เมื่อเทียบเป็นรายปีในเดือนพฤษภาคมเช่นเดียวกัน โดยก่อนหน้านั้นพุ่งขึ้น 98.4% ในเดือนเมษายน และพุ่งขึ้นมากกว่า 92.5% ในเดือนมีนาคม

ด้วยเหตุดังกล่าวอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานซึ่งไม่รวมราคาอาหารสดที่ผันผวน จึงพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดที่คาดการณ์ไว้ที่ 3.7% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2023

วิกฤตการณ์ข้าวทำให้รัฐบาลโตเกียวต้องดำเนินการระบายสต็อกข้าวฉุกเฉินตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งโดยปกติแล้วรัฐบาลจะทำได้เฉพาะเมื่อเกิดภัยพิบัติเท่านั้น

แต่ราคาข้าวไม่ใช่สิ่งเดียวที่ทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น เพราะค่าไฟฟ้าสูงขึ้น 11.3% ในเดือนพฤษภาคมและค่าแก๊สพุ่งสูงขึ้น 5.4% ด้วยเช่นกัน

หากไม่นับรวมพลังงานและอาหารสด ราคาผู้บริโภคพุ่งสูงขึ้น 3.3% เมื่อเทียบกับ 3% ในเดือนเมษายน

เพื่อช่วยเหลือครัวเรือนต่างๆ ในการแก้ปัญหาค่าครองชีพ อิชิบะได้ให้คำมั่นว่าจะแจกเงินสด 20,000 เยน (ประมาณ 4,500 บาท) ให้กับประชาชนทุกคน และสองเท่าสำหรับเด็กๆ

พรรคร่วมรัฐบาลของผู้นำวัย 68 ปี สูญเสียเสียงข้างมากในสภาล่างไปในเดือนตุลาคม เนื่องจากผู้มีสิทธิออกเสียงได้ระบายความโกรธแค้นต่อราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้นและเรื่องอื้อฉาวทางการเมือง

ผลการเลือกตั้งครั้งนั้นถือเป็นผลที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 15 ปีสำหรับพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) ซึ่งปกครองญี่ปุ่นมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 1955

ธนาคารกลางญี่ปุ่นได้ใช้มาตรการการเงินที่เข้มงวดยิ่งขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้วขณะที่อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น แต่ความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ทำให้ธนาคารต้องใช้มาตรการที่ช้าลง ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าการเติบโตจะชะลอตัวในอนาคต

เมื่อต้นสัปดาห์นี้ ธนาคารกลางญี่ปุ่นยังคงอัตราดอกเบี้ยเท่าเดิมและระบุว่าจะลดการซื้อพันธบัตรรัฐบาลในอัตราที่ช้าลง

ทั้งนี้ ปัจจัยเบื้องหลังการขาดแคลนข้าว ได้แก่ ฤดูร้อนที่ร้อนและแห้งแล้งอย่างรุนแรงเมื่อสองปีก่อน ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลผลิตทั่วประเทศ

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าตั้งแต่นั้นมา ผู้ค้าบางรายก็กักตุนข้าวเพื่อหวังเพิ่มกำไรในภายหลัง

ปัญหาดังกล่าวยิ่งเลวร้ายลงเนื่องจากการซื้อของตุนเมื่อปีที่แล้วซึ่งเกิดจากคำเตือนของรัฐบาลเกี่ยวกับ "แผ่นดินไหวครั้งใหญ่" ที่อาจเกิดขึ้น แต่ก็ไม่ได้เกิดขึ้น

การสู้รบระหว่างอิหร่านและอิสราเอลที่ทวีความรุนแรงขึ้นยังเพิ่มแรงกดดันให้ราคาพลังงานสูงขึ้นอีก ส่งผลให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเช่นกัน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...