โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ก.ล.ต. เดินหน้าตั้งทีมสอบสวน 10 คน รองรับ พ.ร.ก.ใหม่เพิ่มอำนาจทำงานสอบสวนคดีความผิดในตลาดทุน มั่นใจช่วยทำคดีได้เร็วขึ้น

THE STANDARD

อัพเดต 07 ก.ค. 2568 เวลา 03.04 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 03.04 น. • thestandard.co
ก.ล.ต. เดินหน้าตั้งทีมสอบสวน 10 คน รองรับ พ.ร.ก.ใหม่เพิ่มอำนาจทำงานสอบสวนคดีความผิดในตลาดทุน มั่นใจช่วยทำคดีได้เร็วขึ้น

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ระบุถึง ความคืบหน้าพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจ ก.ล.ต. ในการร่วมสอบสวนคดีความผิดในตลาดทุนกับพนักงานสอบสวน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดระยะเวลาในการดำเนินคดี โดยเฉพาะคดีที่ส่งผลกระทบสูง (High Impact ) ที่สร้างความเสียหายแก่ผู้ลงทุนและตลาดทุนโดยรวม ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของกฤษฎีกา

พันตำรวจโทสุทธิศักดิ์ จิตพิมลมาศ ผู้ช่วยเลขาธิการ สายบังคับใช้กฎหมาย 2 ก.ล.ต. เปิดเผยถึงความคืบหน้าของร่าง พ.ร.ก. ดังกล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หาก พ.ร.ก. มีผลบังคับใช้ ก.ล.ต. จะสามารถเข้าไปร่วมทำงานกับพนักงานสอบสวนได้ตั้งแต่ต้นกระบวนการสอบสวน ซึ่งจะช่วยให้การรวบรวมพยานหลักฐานและสรุปสำนวนคดีเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ลดขั้นตอน เพิ่มความรวดเร็ว

พันตำรวจโทสุทธิศักดิ์ กล่าวต่อว่า โดยปกติ กระบวนการยุติธรรมทางอาญาจะเริ่มจากการกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน และส่งสำนวนให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง ก่อนจะส่งต่อไปยังศาล ซึ่งแต่ละขั้นตอนใช้ระยะเวลานาน แต่ถ้า ก.ล.ต. ได้รับอำนาจตาม พ.ร.ก. นี้ ก.ล.ต. จะสามารถเข้าไปทำงานร่วมกับพนักงานสอบสวนได้ตั้งแต่ชั้นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคดีพิเศษที่ DSI รับผิดชอบ ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนและลดระยะเวลาในการดำเนินคดีได้อย่างมาก”

ทั้งนี้จะมีการทำงานร่วมกันตั้งแต่ต้น จะช่วยให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของ ก.ล.ต. ในเรื่องของตลาดทุน เช่น การปั่นหุ้น หรือการใช้ข้อมูลภายใน เป็นไปอย่างราบรื่น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการสรุปสำนวนคดีและป้องกันการหลุดรอดของผู้กระทำความผิด

นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังเตรียมความพร้อมในการขยายทีมงานอีกประมาณ 10 คนเพื่อรองรับกฎหมายดังกล่าว เตรียมความพร้อมในการทำงานสอบสวน หากกฎหมายดังกล่าวเริ่มมีผลบังคับใช้ โดยส่วนใหญ่เปิดสมัครมาจากพนักงานสอบสวน หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีประสบการณ์ในการทำงานอยู่แล้วเพื่อรองรับการสอบสวน หลัง พ.ร.ก. ฉบับใหม่เพิ่มอำนาจให้ ก.ล.ต.

เกณฑ์คดี High Impact และความพร้อมของ ก.ล.ต.

ด้านพัฒนพร ไตรพิพัฒน์ เป็นผู้ช่วยเลขาธิการ สายบังคับใช้กฎหมาย 2 สำนักงาน ก.ล.ต.กล่าวว่า สำหรับเกณฑ์การพิจารณาคดี High Impact ที่จะนำ พ.ร.ก. นี้มาใช้ คาดว่าจะพิจารณาจากมูลค่าความเสียหาย และจำนวนผู้เสียหาย แต่ยังคงต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. อีกครั้งเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน

พร้อมทั้งย้ำว่า ก.ล.ต. ได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคลากร ระบบงาน และวิธีการทำงาน เพื่อรองรับอำนาจใหม่นี้แล้ว หาก พ.ร.ก. มีผลบังคับใช้ ซึ่งคาดว่าจะเห็นผลเป็นรูปธรรม

ปิดช่องโหว่ เพิ่มความเชื่อมั่นตลาดทุน

โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้การดำเนินคดีรวดเร็วขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการปิดช่องโหว่ที่อาจทำให้คดีหลุด หรือถูกยกฟ้อง เนื่องจากความเข้าใจในรายละเอียดของตลาดทุนที่แตกต่างกันระหว่างหน่วยงาน

“เราเชื่อมั่นว่าเมื่อ ก.ล.ต. สามารถเข้าไปร่วมทำงานได้ตั้งแต่ชั้นสอบสวน ความรู้ความเข้าใจในตลาดทุนของเราจะถูกถ่ายทอดไปยังพนักงานสอบสวนและอัยการได้อย่างครบถ้วน ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดได้อย่างมีประสิทธิภาพดีขึ้น และสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดทุนไทยมากยิ่งขึ้น”

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ศ.พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ประธานกรรมการ ก.ล.ต. กล่าวว่า กฎหมายฉบับใหม่จะเป็นการเพิ่มอำนาจเปิดให้ ก.ล.ต. สามารถเตรียมทำสำนวนคดีอาญาและร่วมสอบสวนได้เอง ส่งผลให้ระยะเวลาในการดำเนินคดีลดลงอย่างมาก โดยจะช่วยให้การดำเนินการในแต่ละคดีเข้าสู่กระบวนการบังคับใช้ทางกฎหมายและยื่นฟ้องร้องต่อศาลได้เร็วขึ้นอย่างน้อย 6-7 เดือน คดีที่ไม่มีการจับกุมคุมขังอาจลดระยะเวลาให้เร็วขึ้นจากเดิมเกือบ 1 ปี แต่การส่งฟ้องคดียังเป็นอำนาจหน้าที่ของอัยการ

สำหรับคดีที่เข้าข่ายกรณี High Impact จะออกเป็นเกณฑ์โดยพิจารณาจากมูลค่าความเสียหาย จำนวนผู้เสียหาย และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคณะกรรมการ ก.ล.ต. จะพิจารณากำหนดร่วมกันอีกครั้ง

ขณะที่กระบวนการออก พ.ร.ก. ภายหลังจาก ครม. มีมติเห็นชอบแล้ว จะส่งร่างกฎหมายไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อตรวจร่าง จากนั้นจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา และจะมีผลบังคับใช้ได้ทันที

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...