โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

น้อยเกินไป & มากเกินไป

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 20 พ.ค. 2568 เวลา 17.09 น. • เผยแพร่ 20 พ.ค. 2568 เวลา 23.20 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

หลังครบรอบ 1 ปี ในตำแหน่งประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)“กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์” เปิดแถลงข่าวบอกเล่าพูดคุย แบบเรียบง่ายสไตล์กันเองกับบรรดาสื่อมวลชนสายตลาดทุน ทว่าบนความเรียบง่าย แต่แฝงด้วยเนื้อหาสาระสำคัญไว้อย่างน่าสนใจ

ประธานฯ “กิติพงศ์” เริ่มต้นด้วยคำว่า..หลังครบรอบ 1 ปีกับตำแหน่งประธานกรรมการตลท. เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 68 ที่ผ่านมา ได้ดำเนินแผนงานหลายโครงการสำคัญ และมีประเด็นการสร้างความเชื่อมั่นตลาดทุน ที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการคือ 1)การปรับปรุง Floor หุ้นใหม่ที่ซื้อขายวันแรก 2)Capped Weight หุ้นรายตัวดัชนี SET50/SET100, SET50FF/SET100F ไม่เกิน 10% 3)จำกัดเฉพาะหุ้น SET100 ที่ผู้ลงทุนกลุ่ม HFT ซื้อขายได้

ปัจจุบันบริษัทจดทะเบียนตลาดหุ้นไทยที่มีอยู่ 800 บริษัทนั้น มัน “น้อยเกินไป” เมื่อเทียบจำนวนธุรกิจที่เสียภาษีในประเทศไทยที่มีอยู่มากกว่า 100,000 บริษัท

จึงต้องการเห็นบริษัทจดทะเบียนระดับ 1,000-1,500 บริษัทที่เข้าจดทะเบียนตลาดหุ้น

โดยแนวทางการเพิ่มจำนวนบริษัท จะมาจากหลายส่วน ทั้งการดึงบริษัทที่เป็นธุรกิจครอบครัวที่มีอยู่ในประเทศไทย เข้ามาสู่ตลาดหุ้น รวมถึงการดึงดูดธุรกิจใหม่ ๆ เข้ามาระดมทุน อาทิ ธุรกิจต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย และได้สิทธิทางภาษี จาก BOI ให้เข้าระดมทุนตลาดหุ้นไทยได้..ไม่จำเป็นต้องมีผลประกอบการที่มีกำไร..!?

ผนวกการเชิญชวนบริษัทขนาดใหญ่ในไทย ให้นำบริษัทลูกเข้ามาระดมทุนตลาดหุ้นเพิ่มขึ้น เช่นกลุ่มปตท. (PTT) ที่มีธุรกิจยา หรือกลุ่มดับบลิวเอชเอฯ (WHA) ที่มีการลงทุนด้านเทคโนโลยีผ่านบริษัทลูกที่สามารถผลักดันเข้าตลาดหุ้นได้ เบื้องต้นมีแนวคิดจะเพิ่มจำนวนกระดานหุ้นที่โฟกัสกลุ่มธุรกิจใหม่ (New Economy) เพื่อดึงดูดใจนักลงทุนมากขึ้น

“ต้องการที่จะเพิ่มจำนวนบจ.จากปัจจุบันที่มี 800 บริษัท เป็น 1,000-1,500 บริษัท จากบริษัทในธุรกิจไทยที่เสียภาษีอยู่ในประมาณ 100,000-200,00 บริษัท และบริษัทจากต่างชาติเข้ามาลงทุนไทย โดย BOI พร้อมสนับสนุนการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติม รวมถึงบริษัทที่ Spin-off จากบริษัทใหญ่ ที่มีเทคโนโลยีใหม่ให้เป็นทางเลือกการลงทุน โดยอาจมีการเพิ่มกระดานหุ้นอีก 1 กระดานมารองรับธุรกิจใหม่”

พร้อมเสนอแนวคิดอยากลดจำนวนบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ลง ประมาณครึ่งหนึ่ง จากปัจจุบันมีอยู่จำนวน 39 แห่ง เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของบริษัทหลักทรัพย์ให้เติบโต และรับมือกับตลาดที่มีความผันผวนและปริมาณการซื้อขายที่ลดลง ด้วยการเพิ่มสิทธิประโยชน์เพื่อจูงใจให้เกิดการควบรวมธุรกิจเพื่อความอยู่รอด ส่วนบทวิเคราะห์ที่อาจไม่ครอบคลุมอาจใช้ AI เข้ามาช่วยได้..!!

“ปัจจุบันมีบล. 39 บริษัท ถือว่า “มากเกินไป” จึงต้องการสนับสนุนให้ควบรวมกิจการเหลือครึ่งหนึ่ง เพราะเท่าที่ทราบขาดทุนครึ่งหนึ่งหรือประมาณ 18 ราย ที่เป็นโบรกเกอร์ขนาดเล็ก ที่ขาดทุนต่อเนื่องมา 1-2 ปี เพราะภาวะตลาดไม่ดี ทำให้มูลค่าการซื้อขายหดหายไปมากแต่อยากให้เน้นบริการคุณภาพดี ๆ อย่างงานวิเคราะห์ไม่ต้องมาแย่งลูกค้ากัน ด้วยการควบรวมกิจการทางตลาดอาจให้สิทธิในการควบรวมกัน

จากเนื้อหาข้างต้นคีย์เวิร์ดมันอยู่ที่คำว่า “น้อยเกินไป & มากเกินไป” ที่ประธานฯ กิติพงศ์ กำลังบ่งชี้ให้เห็นว่า “ตลาดหุ้นไทย ขาดความสมดุล” ใช่หรือไม่.!?

เปรียบดั่ง “ตลาดที่มีแต่สินค้าชนิดเดิม ๆ ไม่มีสินค้าใหม่ไร้แรงจูงใจ ทำให้ลูกค้าถดถอยลดลงน้อย แต่กลับเต็มพ่อค้าแม่ค้าที่แข่งกันขายสินค้าเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ซาก ๆ..!!

สุดท้ายหนี้ไม่พ้น “ตลาดวาย..คนซื้อหาย..คนขายหด” เป็นแน่แท้..!?

ถือว่าเป็นโจทย์ท้าทายให้หลายฝ่ายที่เกี่ยวกันต่อว่า..การเพิ่มจำนวนหุ้น (คุณภาพ) ในตลาด..และลดจำนวนบริษัทหลักทรัพย์ (จากการควบรวม) จะทำได้มากน้อยแค่ไหน..ก่อน “ตลาดหุ้นไทยจะ (วอด) วาย” ไปมากกว่านี้..!!!

เล็กเซียวหงส์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...