โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ร้อง ตุกติกปล่อยเช่าบ้าน แต่ไม่มีมิเตอร์ให้ ขอเงินมัดจำคืน 2.1 หมื่นก็ไม่ให้ พบประวัติโชกโชน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 07 พ.ค. 2568 เวลา 15.08 น. • เผยแพร่ 07 พ.ค. 2568 เวลา 15.08 น.

สาวสุดแสบ โพสปล่อยให้เช่าบ้าน หมู่บ้านหรูย่านรังสิต หลังผู้เสียหายทำสัญญาโอนเงินมัดจำเรียบร้อย ถึงมารู้ความจริงว่าบ้านหลังดังกล่าวไม่ใช่ของตัวเอง ผู้เสียหายขอเงินคืนก็ไม่ให้ จึงตัดสินใจร้องเพจสายไหมต้องรอด เพื่อขอความช่วยเหลือ

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ที่สำนักงานเพจสายไหมต้องรอด นางสาวพลอยไพรินทร์ อายุ 25 ปี หญิงผู้เสียหาย ร้องขอความเป็นธรรมกับนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจ “สายไหมต้องรอด” เพื่อขอความช่วยเหลือหลังถูกหลอกให้โอนเงินมัดจำค่าเช่าบ้านจำนวน 21,000 บาท โดยพบว่าอีกฝ่ายไม่มีสิทธิในการให้เช่าบ้านหลังดังกล่าว และมีประวัติเคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายครั้ง

ผู้เสียหายให้ข้อมูลว่าเมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา พบโพสต์ของหญิงรายหนึ่งในกลุ่มเฟซบุ๊ก ระบุว่ามีบ้านให้เช่าในพื้นที่คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จากนั้นจึงนัดเข้าไปดูบ้านในวันเดียวกัน ซึ่งก็มีคนอื่นๆไปดูด้วยเช่นกัน เมื่อตนไปถึงพบว่าภายในบ้านดูสะอาดและเหมาะกับการอยู่อาศัย เจ้าของบ้านก็บอกว่าหากใครพร้อมโอนก็จะได้เช่าบ้านหลังดังกล่าว และตนมาคิวแรก จึงตัดสินใจโอนเงินมัดจำล่วงหน้า 2 เดือน 14,000 และค่าเช่าล่วงหน้าอีก 1 เดือน 7,000 บาท รวมเป็นเงิน 21,000 บาท โดยตั้งใจจะย้ายเข้าอยู่ในวันที่ 1 พฤษภาคม เนื่องจากน้องสาวตั้งครรภ์ 8 เดือนใกล้คลอด ต้องการบ้านเช่าเพื่อเลี้ยงลูก

อย่างไรก็ตาม หลังโอนเงินเสร็จทันที หญิงคนดังกล่าวที่ให้เช่าบ้านกลับแจ้งว่าบ้านยังไม่มีมิเตอร์ไฟฟ้า และผู้เสียหายต้องแจ้งล่วงหน้า 2 วันเพื่อให้การไฟฟ้าเข้าติดตั้ง ผู้เสียหายจึงแจ้งว่าจะเข้าใช้ไฟและทำความสะอาดในวันที่ 28 เมษายน แต่เมื่อถึงวันนัดกลับไม่มีการติดตั้งแต่อย่างใด โดยอีกฝ่ายอ้างว่าฝนตกหรือการไฟฟ้าไม่มาติดต่อ เมื่อสอบถามไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มบ่ายเบี่ยง จนสุดท้ายผู้เสียหายโทรสอบถามไปยังการไฟฟ้าโดยตรง และพบว่า “ไม่เคยมีการแจ้งขอติดตั้งมิเตอร์จากบุคคลใดเลย” และบ้านหลังนี้ขาดการติดต่อจากไฟฟ้าตั้งแต่เดือนมกราคม

เมื่อตนทราบอย่างนั้น จึงบอกเจ้าของบ้านว่าหากจะไม่ติดมิเตอร์ไฟให้จะขอเงินคืน อีกฝ่ายกลับอ้างว่าจะให้ทนายความติดต่อ โดยทนายโทรมาย้ำว่าผู้เสียหายเป็นฝ่ายยกเลิกสัญญา และหากจะเข้าอยู่ต้องทำสัญญาใหม่และวางเงินเพิ่ม พร้อมขู่ว่า “หากเข้าไปในบ้านจะถือว่าบุกรุก”

ผู้เสียหายจึงตัดสินใจตรวจสอบชื่อเจ้าของบ้านกับกรมที่ดิน พบว่า ชื่อเจ้าของบ้านตัวจริงไม่ตรงกับชื่อหญิงผู้ปล่อยเช่า และหลังจากที่โพสต์เรื่องราวลงในเพจต่าง ๆ ก็มีพลเมืองดีหลายรายทักเข้ามาแจ้งว่า เคยถูกหญิงรายเดียวกันหลอกในลักษณะคล้ายกัน รวมถึงมีประวัติหลอกขายนมผงเด็กอย่างน้อย 2 เคส

หลังจากตนรวบรวมหลักฐานไปหากรมที่ดิน จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่ สภ.คลองหลวง พร้อมมอบหลักฐานการโอนเงิน แชต และคลิปเสียงการพูดคุยกับทนายให้ตำรวจดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกง ซึ่งทางเจ้าของบ้านก็ยังอ้างว่าเป็นบ้านของตนเอง และบอกอีกว่าพร้อมสู้คดี

ผู้เสียหายกล่าวทิ้งท้ายว่า เงินที่เสียไปเป็นเงินที่ทำงานเก็บมานาน เตรียมไว้ให้น้องคลอดลูก ตนแค่อยากหาบ้านให้เขาอยู่สบาย ๆ ไม่คิดว่าจะโดนแบบนี้ อยากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ และอยากได้เงินคืน และขอให้สังคมช่วยจับตาพฤติกรรมของหญิงรายนี้ เพื่อไม่ให้ไปหลอกลวงประชาชนคนอื่นอีก

อีกทั้งน้องตนที่ตอนแรกได้มีการฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลแพทย์รังสิต เพราะใกล้ที่ทำงาน แต่ตอนนี้ต้องเปลี่ยนโรงพยาบาลเพราะเงินส่วนนึ่งอยู่กับหญิงคนดังกล่าง ทำให้ต้องย้ายโรงพยาบาลไปคลอดที่โรงพยาบาลปทุมธานี โดยใช้บัตรทอง 30 บาทรักษาฟรี

ทางด้านนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวมีการแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่สถานีตำรวจคลองหลวง จ.ปทุมธานี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งตนได้ประสานไปยังผู้กำกับ สภ.คลองหลวง ให้เร่งดำเนินคดีเนื่องจาก คดีเช่าบ้านอยู่ในพื้นที่ปทุมธานี ถือว่าช่วงที่ผ่านมา มีผู้เสียหายมาร้องเป็นจำนวนมาก และฝากถึงทนายความ คนถืออาชีพทนายความควรมีสามัญสำนึกที่ดี สิ่งที่คุณทำคนอื่นดูออก หากคุณรู้จักกับผู้หญิงคนนี้ให้บอกให้เขาเอาเงินมาคืน เนื่องจากผิดสัญญาแต่แรก เนื่องจากผู้เช่าไม่ได้ตามข้อตกลงก็ควรที่จะเอาเงินมาคืน ไม่ควรที่จะมาเล่นดึงเวลาแบบนี้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ร้อง ตุกติกปล่อยเช่าบ้าน แต่ไม่มีมิเตอร์ให้ ขอเงินมัดจำคืน 2.1 หมื่นก็ไม่ให้ พบประวัติโชกโชน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...