โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เงินทุนและโอกาส หลั่งไหลเข้า “เอเชีย” เปิดเบื้องหลังทุนอาหรับบุกอาเซียน พรมแดนใหม่เศรษฐกิจดิจิทัล

Thairath Money

อัพเดต 10 พ.ค. 2568 เวลา 03.12 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. 2568 เวลา 05.52 น.
ภาพไฮไลต์

ในขณะที่โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค AI อย่างเต็มรูปแบบ ทุกสายตากำลังจับจ้องมาที่ "อาเซียน" ที่กำลังเดินหน้าเป็น“พรมแดนแห่งโอกาส” ที่ดึงดูดบริษัทเทคโนโลยี สตาร์ทอัพ และนักลงทุนจากทั่วโลก พื้นที่ที่มีทั้งศักยภาพทางเทคโนโลยีและแรงขับเคลื่อนจากภาครัฐ คนรุ่นใหม่ และโครงสร้างพื้นฐานที่กำลังพัฒนาอย่างก้าวกระโดด

ผู้สื่อข่าว Thairath Money เดินทางร่วมงาน “GITEX ASIA x Ai Everything Singapore” ที่จัดขึ้นโดย Dubai World Trade Center (DWTC) และ KAOUN International ภายใต้ความร่วมมือกับ GITEX GLOBAL มหกรรมเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพที่ใหญ่ที่สุดในโลก บินตรงจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สู่สิงคโปร์และเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในภูมิภาคเอเชีย ภายใต้ธีม‘Advancing Bold Partnerships in Asia’ จุดประกายการเติบโตครั้งใหม่ให้กับเอเชียในฐานะพรมแดนใหม่ของเศรษฐกิจดิจิทัล

เงินทุนและโอกาส หลั่งไหลเข้า “เอเชีย” พรมแดนใหม่ของเศรษฐกิจดิจิทัล

เศรษฐกิจดิจิทัลของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยแรงขับเคลื่อนจากการใช้งานดิจิทัลอย่างแพร่หลายและการลงทุนของภาครัฐที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะเทคโนโลยี AI ที่อาจสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิกเกินกว่า 1.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2028 ตามการคาดการณ์ของ IDC ซึ่งสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกับการคาดการณ์ตัวเลขของ World Economic Forum ที่เผยว่า มูลค่ารวมของการซื้อขายผ่านระบบดิจิทัล (GMV) ในภูมิภาคเอเชียจะทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2030 หรือภายในห้าปีหลังจากนี้

ทำให้การจัดงาน GITEX Asia ครั้งแรกนี้เน้นย้ำบทบาทสำคัญของ AI ในฐานะกลไกขับเคลื่อนความก้าวหน้าข้ามอุตสาหกรรม โดยมีบริษัทเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพกว่า 700 ราย พร้อมด้วยนักลงทุนกว่า 250 ราย ซึ่งบริหารสินทรัพย์รวมกว่า 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเข้าร่วมงาน อาทิ Cisco Investments, SGInnovate, Lightrock และ Rallycap ซึ่งคาดว่าจะเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านการลงทุนของงานนี้

Trixie LohMirmand รองประธานบริหารของ DWTC และซีอีโอของ KAOUN International ผู้จัดงาน GITEX Global กล่าวกับเราถึงศักยภาพของภูมิภาคเอเชียว่าทำไมนักลงทุนและบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกถึงสนใจที่จะเข้ามาในภูมิภาคนี้ที่กำลังกลายเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมที่สำคัญของโลก

“คุณจะเห็นว่ารัฐบาลในภูมิภาคนี้เปิดกว้างและเป็นมิตรกับธุรกิจมากขึ้น พยายามเคลื่อนที่เร็วขึ้นเพื่อให้ทันยุโรปและสหรัฐฯ สิ่งนี้จึงผลักดันให้เรามาที่สิงคโปร์ ซึ่งเป็นประตูและศูนย์กลางของภูมิภาค และขณะเดียวกันที่เราเตรียมขยายงานไปสู่เวียดนามที่ได้แรงขับเคลื่อนมหาศาลจากรัฐบาลที่ต้องการเร่งพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของตัวเอง รวมถึงไทยที่ GITEX DIGI_Health 5.0 จะมีขึ้นในปีนี้”

ในฐานะผู้จัดงาน สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ขนาดของงาน แต่คือ ความมุ่งมั่นของเราในการเชื่อมโยงระบบนิเวศระดับโลก ประเทศ และเมืองต่างๆ เข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะมาจากตลาดที่แข็งแกร่งหรือเศรษฐกิจเกิดใหม่ เธอกล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศในภูมิภาคนี้ติดอันดับต้น ๆ ของโลกในแง่ของปริมาณการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ AI สะท้อนถึงความอยากรู้อยากเห็นและความสนใจที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงแรงผลักดันจากภาครัฐที่เร่งปรับกฎหมายและข้อบังคับเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและสามารถแข่งขันกับโลกได้ทัน

ภาพรวมของภูมิภาคนี้มีการพัฒนาทักษะบุคลากรจำนวนมาก ไม่ใช่แค่เพื่อ "การใช้งาน AI" แต่เพื่อ "การสร้าง AI" ด้วย สะท้อนชัดว่า AI ได้มอบ "ขีดความสามารถใหม่" ให้กับภูมิภาคนี้ แม้บริบทเศรษฐกิจและการเมืองโลกในปัจจุบันจะเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่โอกาสจากการพัฒนา AI ยังคงมีมากกว่าความเสี่ยง เพราะ AI ได้กลายเป็น "สินทรัพย์ใหม่" ซึ่งผลักดันให้เมืองและประเทศต่าง ๆ เข้าสู่โหมดแข่งขัน ทุกคนอยากเป็นผู้นำ AI อยากขึ้นไปอยู่แถวหน้าของโลก รวมถึง"ตลาดเกิดใหม่"

AI ได้จุดประกายความสนใจและโอกาสใหม่ ๆ สำหรับผู้คนในการเข้าใจว่า "โลกกำลังทำอะไรกันอยู่" ทุกประเทศ ทุกทวีป มีกฎหมายและข้อกำหนดในการใช้ AI แตกต่างกัน AI ไม่สามารถถูกสร้างใช้ หรือพัฒนาอย่างโดดเดี่ยวได้ หากต้องการสร้างผลิตภัณฑ์ คุณต้องรู้ว่าคุณสามารถส่งออกได้หรือไม่ และคุณสามารถขยายธุรกิจไปยังประเทศเหล่านั้นได้หรือเปล่า

เธอเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือรัฐและเอกชนที่จะต้องพัฒนาศักยภาพของคนในชาติให้เข้าใจและเปรียบเทียบตัวเองกับสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลก รวมถึงความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรมและทวีปผ่านแนวคิด Co-opetition หรือการร่วมมือและแข่งขันไปพร้อมกันที่ทำให้ทุกฝ่ายเติบโตในยุคนี้

นักลงทุนมองอาเซียนท้าทายแต่ยังเต็มไปด้วยโอกาส

สำหรับศักยภาพของภูมิภาคเอเชียในมุมมองของนักลงทุนและระบบนิเวศของ VC (Venture Capital) ณ ปัจจุบัน แม้ความเฉพาะตัวและปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์จะเป็นบททดสอบสำคัญที่กดดันภูมิภาคนี้ แต่นักลงทุนระดับโลกยังคงจับตาโอกาสใหม่ ๆ ในเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI ที่ทั้งสร้างโอกาสและโจทย์ใหม่ไปพร้อมกัน

Jupe Tan หุ้นส่วนผู้จัดการ Asia Pacific ของ Plug and Play Tech Center นักลงทุน CVC จากซิลิคอนวัลลีย์ พร้อมด้วย Justin Zhang หัวหน้าฝ่ายวาณิชธนกิจของ APAC Technology และกรรมการผู้จัดการ Morgan Stanley ในฐานะนักลงทุนที่โฟกัสตลาดจีน ได้เปิดมุมมองสำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าวในเซสชั่น AI Global Funds, Cash Flow from West to East From Silicon Valley to Asia: The Power Shift in Tech Investments in the AI Era

Justin อ้างข้อมูลจาก Morgan Stanley ว่าในภาพรวมประเด็นเรื่องภาษีนำเข้าสินค้า (tariffs) ในเอเชียแปซิฟิก จะเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยราว 47% และส่งผลกระทบต่อการเติบโตของ GDP ประมาณ 120 จุดใน 4 ไตรมาสข้างหน้า ประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ จีนและเวียดนาม เนื่องจากมีดุลการค้าเกินดุลสูงเมื่อเทียบกับ GDP

ด้านภาพรวมตลาดสตาร์ทอัพเทคโนโลยี Early-stage ที่ยังเผชิญแรงกดดันชัดเจนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้สัดส่วนการลงทุนกลับเริ่มเอียงไปทางตลาดสหรัฐและยุโรปมากขึ้น เนื่องจากเอเชีย โดยเฉพาะในอาเซียน ยังประสบปัญหาด้านการระดมทุนในรอบหลัง ๆ รวมถึงโอกาสในการ Exit ที่น้อยกว่า Jupe เสริม

โดยเขาอธิบายว่า ภูมิภาคอาเซียน เป็นตลาดที่แตกต่างและซับซ้อนสูง ด้วยภาษา วัฒนธรรม และกฎระเบียบที่ต่างกันในแต่ละประเทศ ยกตัวอย่าง สิงคโปร์ แม้จะเป็นศูนย์กลางที่ดึงดูดนักลงทุน แต่ไม่ได้สะท้อนภาพของภูมิภาคโดยรวม ตลาดใหญ่ ๆ เช่น ไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ หรืออินโดนีเซีย ซึ่งยังไม่มีเคสการ Exit ที่เด่นชัด

อย่างไรก็ดีทั้งสองเห็นตรงกันว่า AI ได้รับผลกระทบจากภาษีน้อยกว่าอุตสาหกรรมอื่นและยังคงเป็นโซนที่มีแรงขับเคลื่อนการเติบโตที่ดี โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่อย่างอินเดียและอาเซียน แม้ภูมิภาคจะมีอุปสรรคเฉพาะตัว ดังนั้น การลงทุนต้องเข้าใจบริบทท้องถิ่น พิจารณาอย่างลึกซึ้งกับพลวัตทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และสังคมของแต่ละพื้นที่ ทั้งในแง่ผลตอบแทนและความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับชุมชนและตลาดท้องถิ่น เพราะในยุคต่อไปความเข้าใจพื้นที่จริงจะสำคัญไม่แพ้เทคโนโลยีล้ำสมัยหรือเงินทุนมหาศาล

ทุนอาหรับส่งออก GITEX รุกอาเซียนต่อ

ภายในงาน GITEX Asia ในครั้งนี้ยังได้ประกาศอย่างเป็นทางการในการขยายระบบนิเวศเทคโนโลยีระดับโลกต่อในภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ "GITEX VIETNAM" โดยร่วมกับศูนย์นวัตกรรมแห่งชาติเวียดนาม (NIC) ณ กรุงฮานอย ระหว่างวันที่ 1-2 ตุลาคม 2026 ด้วยเป้าหมายร่วมขับเคลื่อนระบบนิเวศดิจิทัลของประเทศเวียดนามสู่เป้าหมายเศรษฐกิจดิจิทัลมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030

“การเปิดตัว GITEX VIETNAM จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเปลี่ยนผ่านดิจิทัลของเวียดนามที่ส่งผลต่อเนื่องไปยังเศรษฐกิจเกิดใหม่ในภูมิภาคนี้” เวียดนามกำลังกลายเป็นตัวเร่งสำคัญของการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีในอาเซียนและยกระดับสถานะเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีระดับภูมิภาค รวมถึงผู้เล่นคนสำคัญในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก โดยปัจจุบันเวียดนามเป็นผู้ส่งออกสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์อันดับ 2 และ 5 ของโลกตามลำดับ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของเวียดนามมีมูลค่าสูงถึง 18 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 (SEMI) รวมถึงภาคการผลิตและการก่อสร้างที่ยังคงเป็นหัวใจของการพัฒนาเศรษฐกิจTrixie กล่าว

ทั้งนี้อีกหนึ่งมหกรรมเทคโนโลยีภายใต้ GITEX ที่จะจัดขึ้นในภูมิภาคอาเซียนในปีนี้ คือ "GITEX DIGI_HEALTH 5.0 Expo-Summit in Thailand" มหกรรมเทคโนโลยีที่เจาะจงเรื่องการแพทย์และสาธารณสุขโดยเฉพาะ เพื่อสะท้อนภาพรวมของตลาดดิจิทัลเฮลธ์ในอาเซียนที่กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ

โดย ไทย ในฐานะศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก ได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่มีศักยภาพสูงสุดในการปฏิวัติอุตสาหกรรมการแพทย์ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย การนำ AI เข้ามาพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วย การวินิจฉัยโรค การเพิ่มประสิทธิภาพของบุคลากร รวมถึงการรักษาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น และการวินิจฉัยทางการแพทย์ขั้นสูง ทั้งนี้ตัวงานจะจัดขึ้นในวันที่ 10-12 กันยายน 2025

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ GITEX

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -

https://www.facebook.com/ThairathMoney

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...