โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

บาทเคลื่อนไหวในกรอบ Sideway จับตาผลประชุมเฟด สงครามตะวันออกกลาง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 10.46 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 10.42 น.

บาทเคลื่อนไหวในกรอบ Sideway จับตาผลประชุมเฟด สงครามตะวันออกกลาง

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (16/6) ที่ระดับ 32.48/49 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (13/6) ที่ระดับ 32.44/46 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อวันศุกร์ (13/6) มหาวิทยาลัยมิชิแกน เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐเดือน มิ.ย.เพิ่มขึ้น 15.9% สู่ระดับ 60.5 สูงกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 53.5 จากระดับ 52.2 ในเดือน พ.ค.

โดยดัชนีความเชื่อมั่นได้รับแรงหนุนจากการที่ผู้บริโภคคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและสงครามการค้า หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรต่อประเทศคู่ค้าออกไปเป็นเวลา 90 วัน นอกจากนี้ผู้บริโภคยังคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อในช่วง 1 ปีข้างหน้าจะเพิ่มขึ้น 5.1% ต่ำกว่าคาดการณ์ในเดือน พ.ค. ที่คาดว่าจะเพิ่ม 6.6%

ทั้งนี้ บรรดานักลงุนต่างพากันเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและทองคำ หลังจากที่อิสราเอลเปิดฉากโจมตีฐานทัพและโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านในวันศุกร์ (13/6) ส่งผลให้อิหร่านยิงขีปนาวุธชุดใหญ่โจมตีเป้าหมายทางทหารในอิสราเอลเพื่อเป็นการตอบโต้หนุนให้ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ทวีความรุนแรงขึ้น

โดยในวันเสาร์ (14/6) ซัยยิด บาดร์ บิน ฮามัด บิน ฮามูด อัลบูไซดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศโอมานเปิดเผยว่า การเจรจานิวเคลียร์ทางอ้อมรอบที่ 6 ระหว่างอิหร่านและสหรัฐในวันอาทิตย์ (15/6) ณ กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน จะไม่เกิดขึ้น โดยเจ้าหน้าที่อิหร่านแจ้งแก่ประเทศที่เป็นคนกลางอย่างโอมาน และกาตาร์ว่าอิหร่านจะยอมเจรจาอย่างจริงจังก็ต่อเมื่ออิหร่านได้ตอบโต้อย่างสาสมแล้วเท่านั้น

ทั้งนี้ นักลงทุนยังคงจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 17-18 มิ.ย. โดยบรรดานักลงทุนคาดว่าเฟดจะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 4.25-4.50% อย่างไรก็ตามนักลงทุนให้ความสนใจกับประมาณการเศรษฐกิจเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ย (Dot Plot) ชุดใหม่จากเจ้าหน้าที่เฟด

ด้านปัจจัยภายในภูมิภาค วันนี้ (16/6) สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนรายงานว่ายอดค้าปลีกเดือน พ.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.4% เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 55% และสูงกว่าเดือน เม.ย. ที่เพิ่มขึ้นเพียง 5.1% โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการที่เดือน พ.ค. มีวันหยุด 2 วัน โดยในช่วงเดือน ม.ค.-พ.ค. ยอดค้าปลีกปรับตัวขึ้น 5% เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าในช่วง 4 เดือนแรกที่เพิ่มขึ้น 4.7%

อย่างไรก็ตามการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน พ.ค. ของจีนขยายตัวเพียง 5.8% เมื่อเทียบรายปี ชะลอตัวลงจากเดือน เม.ย. ที่ขยายตัว 6.1% และต่ำกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะขยายตัวถึง 5.9% ขณะที่อัตราว่างงานในพื้นที่เขตเมืองของจีนชะลอตัวลงสู่ระดับ 5.0% ในเดือน พ.ค. แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ย. ปี 2567 จากระดับ 5.1% ในเดือน เม.ย. ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.43-32.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 32.46/47 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (16/6) ที่ระดับ 1.1540/41 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (13/6) ที่ระดับ 1.1536/38 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร วันนี้ (16/6) นายโยอิคิม นาเกล ประธานธนาคารกลางเยอรมนี (Bunderbank) กล่าวว่า ขณะนี้เงินเฟ้อในยูโรโซนอยู่ในระดับเป้าหมายแล้วและคาดว่าจะไม่ลดลงต่ำกว่าระดับที่กำหนด

อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ควรเก็บทางเลือกทั้งหมดไว้เพื่อความยืดหยุ่นในการดำเนินนโยบายในอนาคตท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน โดยนาเกลคาดว่าเศรษฐกิจเยอรมนีในไตรมาสที่ 2 อาจจะชะงักงั้นและสงครามการค้าอาจทำให้เศรษฐกิจเยอรมนีเติบโตลดลงถึง 0.75% ในระยะกลาง ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1524-1.1587 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1577/78 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (16/6) ที่ระดับ 144.18/19 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (13/6) ที่ระดับ 143.54/55 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ วันนี้ (16/6) สำนักข่าวเกียวโดรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากรัฐบาลญี่ปุ่น นายกรัฐมนตรีชิเงรุ อิชิบะ แห่งญี่ปุ่น และประธานาธิบดีทรัมป์อาจพบปะกันนอกกรอบการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม G7 ในวันที่ 16 มิ.ย.

โดยการพบกันครั้งนี้ถือเป็นการพบกันครั้งที่สองนับตั้งแต่ประธานาธิบดีทรัมป์กลับเข้าทำเนียบขาวในเดือน ม.ค. 2568 โดยทั้งสองฝ่ายจะเน้นหารือเกี่ยวกับความคืบหน้าในการเจรจาภาษีทวิภาคีที่ดำเนินต่อเนื่องมาหลายเดือน โดยญี่ปุ่นต้องการให้สหรัฐหันไปเน้นการส่งเสริมการลงทุนและการจ้างงานในประเทศ แทนการใช้มาตรการภาษีเพื่อลดการขาดดุลการค้า ขณะที่ทั้งสองผู้นำมีแนวโน้มจะหารือถึงการเสริมสร้างความเป็นพันธมิตรด้านความมั่นคงที่มีมาอย่างยาวนานและแสดงความมุ่งมั่นที่จะก้าวเข้าสู่ยุคทองของความสัมพันธ์ญี่ปุ่น-สหรัฐ

อย่างไรก็ดี นักลงทุนยังคงจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่มีขึ้นระหว่างวันที่ 16-17 มิ.ย. โดยสำนักข่าวเกียวโดคาดว่าคณะกรรมการ BOJ จะหารือกันว่าจะคงหรือจะชะลอความเร็วในการลดการซื้อพันธบัตร หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรัฐบาลระยะยาวพิเศษพุ่งขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ และคาดว่า BOJ มีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 0.5% ทั้งี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 143.98-144.49 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 144.15/16 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับปัจจัยที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ผลการประชุมนโยบายการเงินของ BOJ (17/6), ดัชนียอดขายปลีกเดือน พ.ค. ของสหรัฐ (17/6), ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน พ.ค. ของอังกฤษ (18/6), ดัชนี CPI เดือน พ.ค.ของยุโรป (18/6), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (18/6), ผลการประชุมนโยบายการเงินของเฟด (19/6), ผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) (19/6),และดัชนียอดขายปลีกเดือน พ.ค. ของอังกฤษ (20/6)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.5/-7.2 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -5.6/-4.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บาทเคลื่อนไหวในกรอบ Sideway จับตาผลประชุมเฟด สงครามตะวันออกกลาง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...