โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แรงงานเขมรหนีไทย ธุรกิจปรับตัวไม่กระทบ

INN News

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 08.13 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 02.00 น. • INN News

"ฮุน มาเนต" เรียกแรงงานกลับ มั่นใจธุรกิจไทยรับมือได้ รัฐเดินหน้าจัดระเบียบแรงงานต่างชาติ

ทันทีที่นายกรัฐมนตรีกัมพูชา "ฮุน มาเนต" เรียกร้องให้แรงงานกัมพูชาที่ทำงานอยู่ในประเทศไทยเดินทางกลับ โดยได้สั่งทุกฝ่ายเตรียมช่วยเหลือครอบคลุมทุกมิติ พร้อมกับให้สมาคมธนาคารกัมพูชา และสมาคมไมโครไฟแนนซ์กัมพูชาช่วยเหลือเรื่องหนี้แก่แรงงานกัมพูชานั้น

ล่าสุด สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. คุยกับ "นายชาลี ลอยสูง" ที่ปรึกษาคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย หรือ คสรท. ในเรื่องดังกล่าว โดย "นายชาลี" กล่าวว่า ถึงแม้ว่าแรงงานกัมพูชาจะเดินทางกลับประเทศ ตามคำกล่าวของผู้นำกัมพูชา แต่ก็เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อภาพรวมธุรกิจไทย เพราะยังมีแรงงานไทย ที่สามารถเติมเต็มในส่วนที่ขาดหายไปได้

" ธุรกิจคิดว่าอยู่ได้ ถึงแม้จะมีผลกระทบในส่วนตรงนี้ เรื่องของภาคแรงงาน ยังไงภาคธุรกิจก็ต้องปรับตัว หาคนไทยมาทำงานให้เขาจงได้ เพียงแต่ว่ามันอาจจะมีผลกระทบในช่วงแรก ๆ เท่านั้น ที่เค้ายังตั้งตัวไม่ได้เท่านั้นเอง แต่หลังจากนี้ไปพอเค้าตั้งตัวได้ ก็อยู่ได้ ก็คือเอาคนไทยที่ยังตกงาน อะไรอยู่ เข้าไปทำงานเสริมเข้าไป"

นายชาลี กล่าวอีกว่า วันนี้แรงงานข้ามชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างถูกกฏหมาย และผิดกฏหมายรวมแล้ว มีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน แต่อย่างไรก็ตามมองว่าการจ้างคนไทยทำงาน จะมีความยั่งยืนและมั่นคงกว่าจ้างแรงงานข้ามชาติ นั่นเพราะถ้าหากแรงงานข้ามชาติรวมตัวประท้วง ก็จะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อธุรกิจไทยได้

"ถ้าเผื่อคุณเอาแต่ผลประโยชน์ เอาแต่ค่าแรงต้นทุนต่ำ แต่คุณไม่ได้มองถึงเรื่องความมั่นคงของธุรกิจ วันหนึ่งข้างหน้า ถ้าเกิดเขาสไตล์ทั้งโรงงาน เพราะเขาเป็นคนต่างชาติ เค้าไม่ได้เป็นคนพื้นฐานบ้านคนไทย พอสไตล์เสร็จ คุณเสร็จเลย งานคุณหยุดเลย
เพราะเวลาคนพวกนี้รวมตัว รวมจริงๆ เพราะเขาไม่ใช่คนไทย ถ้าคุณจะให้เค้ากลับ เค้าก็กลับ เค้าไม่ได้เป็นคนไทย แล้วโรงงานของคุณอยู่ได้ไหมถ้าเกิดคุณเอามา 100% คุณก็ต้องเอาคนไทยอย่างน้อยๆไม่น้อยกว่า 80% หรือ90% แล้วคุณก็เอาต่างชาติเข้ามาเสริมนิดหน่อยเท่านั้น ถึงคุณจะอยู่ได้"

ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน "นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ"กล่าวว่า ขณะนี้มีแรงงานสัญชาติกัมพูชา ที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยประมาณ 5 แสนคน ซึ่งหากแรงงานกัมพูชาจะกลับประเทศ ก็เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา เพราะแรงงานยังทำงานได้ปกติ

และสำหรับการจัดระเบียบแรงงานต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยนั้น รัฐมนตรีฯพิพัฒน์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานของกระทรวงแรงงานบูรณาการคุ้มครองโอกาสแรงงานไทย และจัดระเบียบแรงงานต่างชาติอย่างจริงจัง เนื่องจากได้รับข้อร้องเรียนของประชาชนจำนวนมาก เกี่ยวกับการจ้างงานผิดกฎหมายและแรงงานต่างชาติแย่งอาชีพคนไทย

สำหรับผลการตรวจสอบและดำเนินคดีคนต่างด้าวแย่งอาชีพคนไทยทั่วประเทศ "เจอ จับ ปรับ ส่งกลับประเทศ" ที่มีกรมการจัดหางานเป็นด่านหน้าลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐอีกหลายหน่วย ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.67 - 13 มิ.ย.68 พบว่า ประเภทงานและอาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำ บัญชีที่ 1 (ห้ามโดยเด็ดขาด) มีการตรวจสอบแรงงานต่างชาติ 4,437 คน ดำเนินคดี 417 คน เป็นงานเร่ขายสินค้ามากที่สุด รองลงมาคือ งานตัดผมหรือเสริมสวย งานนวดไทย งานเสมียนพนักงานหรือเลขานุการ งานขับขี่ยานยนต์หรือยานพาหนะ

บัญชีที่ 3 (ห้ามโดยมีเงื่อนไข) ตรวจสอบแรงงานต่างชาติ 4,720 คน ดำเนินคดี 53 คน เป็นงานช่างก่ออิฐช่างไม้ ช่างก่อสร้างอาคารมากที่สุด รองลงมาคือ งานกสิกรรม เลี้ยงสัตว์ ป่าไม้ ประมง และบัญชีที่ 4 (ห้ามโดยมีเงื่อนไข) ตรวจสอบแรงงานต่างชาติ 22,414 คน ดำเนินคดี 696 คน เป็นงานขายของหน้าร้านมากที่สุด รองลงมาคือ งานกรรมกร

จากนี้ต่อไปจะต้องจับตาการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างชาติอย่างใกล้ชิด รวมทั้งการจัดระเบียบแรงงาน โดยยึดข้อปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาสิทธิแรงงานไทย และสร้างระบบการจ้างงานที่มีมาตรฐานนั่นเอง

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...