โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ขรรค์ชัย บุนปาน : Beyond Crisis 2025 สู่ปีที่ 49 ประชาชาติธุรกิจ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 พ.ค. 2568 เวลา 06.29 น. • เผยแพร่ 28 พ.ค. 2568 เวลา 06.29 น.
ขรรค์ชัย บุนปาน

กองบรรณาธิการประชาชาติธุรกิจ จัดทำฉบับพิเศษ BEYOND CRISIS 2025 ฉบับนี้ ในวาระวันเกิด สู่ปีที่ 49 ของหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ เพื่อสะท้อนย่างก้าวสำคัญและมุมมอง วิธีคิดในการฝ่าวิกฤตทางเศรษฐกิจที่กระทบทั้งโลก ซึ่งในฐานะสื่อที่มีบทบาทในการเสนอข่าวสารบันทึกและวิเคราะห์สถานการณ์ ไม่อาจละเลยได้

นโยบายภาษีของมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ภายใต้นายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กลับมารับตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่สอง สร้างแรงสั่นสะเทือนลึกและกว้างขวาง ผู้รับผลกระทบ มีตั้งแต่มหาอำนาจอย่างจีน ไปจนถึงประเทศน้อยใหญ่ รวมถึงไทย ดังข่าวสารที่นำเสนอผ่านหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ และประชาชาติธุรกิจออนไลน์มาอย่างต่อเนื่อง

ในฉบับพิเศษ ยังได้นำเสนอความเป็นมาของ ประชาชาติธุรกิจ ผ่านข้อเขียนในอดีตของ “ขรรค์ชัย บุนปาน” ประธานบริษัทมติชน ผู้บุกเบิกสื่อต่าง ๆ ในเครือมติชนมาด้วยตนเองอย่างไม่เคยยอมจำนน จากยุคที่ไม่เปิดกว้างให้กับบทบาทสื่อที่จะมายืนข้างคนส่วนใหญ่ รายงานข้อความจริงและวิเคราะห์วิจารณ์ผู้มีอำนาจ มาจนกระทั่งปัจจุบัน

และทัศนะของ“ปราปต์ บุนปาน” กรรมการผู้จัดการเครือมติชน Generation ใหม่ของเครือมติชนที่มารับไม้ต่อจากคนรุ่นก่อนหน้า ในบทสัมภาษณ์พิเศษโดยกอง บ.ก.ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ซึ่งจะฉายภาพทิศทางในอนาคตของประชาชาติธุรกิจ

ในปี 2025 – 2568 นี้ ประชาชาติธุรกิจเน้นหนักยิ่งขึ้นกับการก้าวสู่การเป็นสื่อออนไลน์ หลังจากปรับโครงสร้างการทำงานของกองบรรณาธิการในปีก่อนหน้านี้ โดยรักษาวิธีคิดในเชิงหลักการ ผสมผสานไปกับมุมมองใหม่ของโลกยุคดิจิทัล และกำลังพิสูจน์ตนเองด้วยผลงานข่าวสารและบทวิเคราะห์ต่าง ๆ

ด้วยความเชื่อและความหวังว่า บทบาทสื่อในการสื่อสารความรู้ความเข้าใจ ด้วยจุดยืน ความตั้งใจ และหลักคิด จะช่วยให้การฝ่าข้ามวิกฤต ไม่ว่าจะซับซ้อนยุ่งยากอย่างไร เป็นไปได้เสมอ

ขรรค์ชัย บุนปาน

กว่าจะเป็น ‘ประชาชาติธุรกิจ’

หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจที่ท่านกำลังอ่านหรือถือในมือ เป็นสื่อเก่าแก่ที่สุดในเครือมติชน ด้วยอายุการก่อตั้งนับจากปี พ.ศ. 2519 และมีวันเกิดตรงกับวันที่ 29 พฤษภาคม

ต้นกำเนิดจาก ประชาชาติรายสัปดาห์ โดยกลุ่มคนรุ่นใหม่ ทำหนังสือพิมพ์ตามอุดมการณ์ เป็นสื่ออิสระบนสำนึกของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ

ขรรค์ชัย บุนปาน เป็นบรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา พงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร เป็นบรรณาธิการบริหาร

โดดเด่นที่รายงานพิเศษที่มีเนื้อหาหลากหลายรส ตั้งแต่การเมือง เศรษฐกิจ ธุรกิจ ไปจนถึงเรื่องสตรีรถยนต์ ฟุตบอล ฯลฯ

สำหรับชื่อ “ประชาชาติ” ย้อนไปถึงยุคเปลี่ยนแปลงการปกครอง ปี พ.ศ. 2475 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ ทรงก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นหนังสือพิมพ์ขานรับการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

ให้ประชาชนเข้าใจ ระบอบประชาธิปไตย มีคำขวัญว่า “บำเพ็ญกรณี ไมตรีจิต วิทยาคม อุดมสันติสุข”

ประชาชาติยุคแรกสุด มี “กุหลาบ สายประดิษฐ์” หรือ “ศรีบูรพา” เป็นบรรณาธิการคนแรก และริเริ่มสิ่งใหม่ ๆ หลายประการ การเสนอข่าวด้วยจุดยืนประชาธิปไตย จนถูกปิดถึง 2 ครั้ง ต้องปะทะกับอำนาจรัฐ และหายจากแผงหนังสือในที่สุด

หนังสือพิมพ์ประชาชาติแม้ยุติไปในห้วงปี 2488 แต่บทบาทเป็นที่จดจำสำหรับคนรุ่นใหม่ หลังเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ 2516 “ขรรค์ชัย บุนปาน” ซึ่งติดตามศึกษาเรื่องราวของ “ประชาชาติ” เห็นว่า น่าจะนำชื่อนี้กลับมาในวงการหนังสือพิมพ์อีก

จึงขอเข้าเฝ้า “พระองค์วรรณฯ” หรือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ เมื่อเดือนพ.ย.2516 ขอประทานอนุญาต นำชื่อ หนังสือพิมพ์ประชาชาติ มาก่อตั้งหนังสือพิมพ์ “ประชาชาติรายสัปดาห์” ซึ่งเมื่อเกิดขึ้น เป็นสื่อที่นำเสนอข่าวเชิงวิเคราะห์และรายงานบรรยากาศของสังคมและการเมืองไทยอย่างเข้มข้น

ต่อมา วันที่ 29 กรกฎาคม 2517 เปิด หนังสือพิมพ์ประชาชาติรายวัน ควบคู่กับ ประชาชาติรายสัปดาห์ โดย ขรรค์ชัย บุนปาน รับหน้าที่บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา สุจิตต์ วงษ์เทศ เป็นบรรณาธิการบริหาร

ประชาชาติรายวัน นอกจากเนื้อหาข่าวการเมืองที่เข้มข้น รวดเร็วฉับไวแล้ว การจัดหน้ายังฉีกจากแนวเดิม แตกต่างและโดดเด่นจากหนังสือพิมพ์รายวันฉบับอื่นในเวลานั้น

ในทางธุรกิจต่อมา แยกตัวจากบริษัทเดอะเนชั่น สังกัดเดิม มาผลิตในนามบริษัท ประชาชาติ จำกัด และรับชื่อหนังสือพิมพ์เป็น “หนังสือพิมพ์รวมประชาชาติรายวัน”

ประชาชาติรายวันโลดแล่นจาก 2517-2519 เหตการณ์นองเลือด 6 ตุลา 2519 คือจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของวงการสื่อมวลชน

ประชาชาติถูกปิดในเหตุการณ์ดังกล่าว การเสนอข่าวการเมืองไม่อาจกระทำได้ ทีมประชาชาติจึงพลิกสถานการณ์ หันมาเสนอข่าวเศรษฐกิจที่ยังยึดโยงกับประชาชน ในนาม “เข็มทิศธุรกิจ”

“เข็มทิศธุรกิจ” พิมพ์ด้วยกระดาษปอนด์ขาวอย่างดี ขนาด 12 หน้า ราคา 5 บาท นำเสนอกระแสข่าวประเด็นร้อนทางเศรษฐกิจ ไม่ว่า การขึ้นราคาน้ำมัน ราคาไฟฟ้า ที่ส่งผลต่อภาคการผลิตและภาคการบริการ ไปจนถึงข่าวตีแผ่การขนเงินออกนอกประเทศของเศรษฐีวงการธุรกิจน้ำมัน เป็นต้น

ปลายปี 2520 “ขรรค์ชัย บุนปาน” เขียน “จากประชาชาติถึงเข็มทิศยาตรา” ลงในพ็อคเก็ตบุ๊ก “เข็มทิศยาตรา” เล่าเรื่องราวของสื่อหนังสือพิมพ์ กับการเมืองและอำนาจการเมืองในยุคนั้น

ถือเป็นบันทึกประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของเครือมติชน

ขอนำบางตอนมารำลึกถึงกันอีกครั้ง

จากประชาชาติถึงเข็มทิศยาตรา

หลังการเปลี่ยนแปลงเมื่อ 14-15 ตุลาคม 2516 เกิดหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ฉบับหนึ่งชื่อ ประชาชาติรายสัปดาห์

เป็นหนังสือสรุปและวิเคราะห์ข่าวที่ได้รับความนิยมจากท่านผู้อ่านสูงสุด ไม่เคยมีหนังสือประเภทเดียวกันได้รับความนิยมมาก่อน

แล้วเหตุการณ์ปฏิรูปเมื่อ 6 ตุลาคม 2519 ก็ดับประชาชาติรายสัปดาห์จนตายสนิท

แต่ความตายของคนทำหนังสือพิมพ์นั้นไม่มี จึงไม่แปลกอะไรที่น้อง ๆ ของประชาชาติรายสัปดาห์ได้แปรรูปมาเป็น “อาทิตย์” “ปริทัศน์” อยู่ขณะนี้

ระหว่างประชาชาติรายสัปดาห์กำลังก้าวไปข้างหน้า ในปลายปี 2516 ควบปี 2517 หนังสือพิมพ์ประชาชาติรายวันก็ถือกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2517

ครั้นถึงเวลา 2518 ด้วยเหตุผลหลายกรณี หนังสือพิมพ์ประชาชาติได้เปลี่ยนมาเป็นหนังสือพิมพ์รวมประชาชาติรายวัน

ครั้นแล้ว เหตุการณ์ของคณะปฏิรูป เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ก็ฆ่าหนังสือพิมพ์รวมประชาชาติรายวันให้ตายตามไปด้วยกัน เหมือนหนังสือพิมพ์ประชาชาติรายสัปดาห์

ความตาย การหยุดชะงัก ห้ามตีพิมพ์ ไถ่ถอนใบอนุญาตกลับคืนของหนังสือพิมพ์ เป็นภาวะปกติของประเทศด้อยพัฒนา คณะผู้บริหารประเทศชาติด้อยคุณภาพ ซึ่งไม่ได้คิดและทำอะไรมากไปกว่าใคร หรืออะไรก็ตาม คิดเห็นหรือกระทำไม่สอดคล้องกับหมู่คณะของตน ก็ต้องจัดการให้เด็ดขาดลงไป ทั้ง ๆ ที่ได้พิสูจน์กันตลอดมาในโลกนี้แล้วว่า วัตรปฏิบัติอันนี้ได้ยังความฉิบหายแก่ส่วนรวม หยุดยั้งความเจริญสติปัญญาของกลุ่มชนอย่างมหาศาล

ฯลฯ

ความเป็นจริงของโลกนี้ก็ได้บอกแล้วว่า จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ถ้าคณะผู้บริหารประเทศชาติที่มีความรับผิดชอบ จะเร่งการศึกษาออกไปให้ทั่วถึงอย่างกว้างขวาง ไม่ปิดกั้นความรู้ ความคิดอ่านต่อประชาชนภายในประเทศของเขา ทั้งโดยทางตรง คือ ปรับปรุงขยายการศึกษาบังคับออกไปให้ทั่วถึงและมีคุณภาพ แม้จะหมดเปลืองผู้คน งบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ สักเพียงใดในการนี้ก็ตาม

ประการสำคัญ คณะผู้บริหารประเทศชาติพร้อมหรือยังที่จะทำหน้าที่อันต้องทำนี้

ส่วนการศึกษาในทางอ้อมนั้น คณะผู้บริหารต้องมีใจกว้างขวางที่จะให้สิ่งตีพิมพ์ในประเทศนี้ระเบิดออกไปโดยมหาศาลทั่วถึงที่สุด

สิ่งตีพิมพ์ทั้งหลายทั้งปวงนั้นมี หนังสือพิมพ์อยู่ด้วยส่วนหนึ่ง

ขอให้มีความเชื่อถือกันบ้างว่า ผู้สุจริตในวิชาชีพหนังสือพิมพ์ซึ่งมีเป็นจำนวนมากในประเทศนี้นั้น มิได้นิยมเชื่อถือลัทธิการปกครองใดยิ่งไปกว่า เหตุผลและความถูกต้องที่เกิดขึ้นแก่ส่วนรวม

ผู้สุจริตในวิชาชีพหนังสือพิมพ์จำนวนมากในประเทศนี้ มิได้รู้ตัวเองเสียด้วยซ้ำว่า อยู่ขวา อยู่ซ้าย อยู่กลาง หากสามัญสำนึกจะสอนให้รู้แต่เพียงว่า ถ้าความไม่ถูกต้องได้เกิดกับส่วนรวม และจะสร้างความหายนะให้แก่ชาติคือประชาชน ศาสนา พระมหากษัตริย์แล้ว ก็เป็นหน้าที่ของเขาที่จะต้องต่อสู้อย่างชนิดตรงไปตรงมาและเปิดเผย

การต่อสู้ด้วยการแสดงความจริงให้ปรากฏเช่นนี้ เป็นการให้การศึกษาแก่ประชาชนในทางอ้อมอย่างมิพักต้องสงสัย

จำเป็นต้องได้รับความสนับสนุนทุกวิถีทางจากคณะผู้บริหารประเทศชาติที่มีสายตายาวและความคิดกว้างไกล และปรารถนาความอยู่รอดของประเทศชาติ อันเป็นส่วนรวมร่วมกัน

จากประสบการณ์ของหลายประเทศในโลก ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องมาปักใจเชื่อร่วมกันว่า ประเทศชาติที่เต็มไปด้วยประชากรที่มีการศึกษา มากด้วยคุณภาพของความเป็นมนุษย์นั้น เป็นประเทศที่มีปัญหาน้อยที่สุด เผชิญกับศึกภายนอกและภายในน้อยที่สุด และสังคมภายในประเทศเต็มไปด้วยการอยู่ดีกินดี ร่มเย็นเป็นสุขมากที่สุด

ไทยเป็นประเทศที่อยู่ในฐานะนั้นได้ ซ้ำจะกระทำได้รวดเร็ว เพราะปัจจัยหลายอย่างในประเทศได้เอื้อต่อการกระทำไปสู่ความเจริญขั้นนั้นอยู่แล้ว ข้อสำคัญอยู่ที่เรายังมิได้มุ่งขยายการศึกษา ออกไปสู่ผู้คนของเราอย่างจริงจังทั้งโดยทางตรงทางอ้อม ซ้ำร้าย ในหลายช่วงของยุคสมัยที่ผ่านมา เรากลับช่วยกันปิดกั้นการศึกษา สกัดความคิด ความรู้เพื่อนร่วมชาติของเราให้อยู่ในขอบเขตจำกัด

ไม่มีความคิดจะไปกล้าทำอะไรเล่า

ไม่มีความรู้ จะกลายเป็นคนที่มีคุณภาพขึ้นมาได้อย่างไร

เป็นที่เข้าใจกันดี ในหมู่ผู้สุจริตในวิชาชีพหนังสือพิมพ์ทั้งนั้นว่า เรามีหน้าที่ที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลเพื่อนร่วมชาติของเราด้วยสิทธิและหน้าที่ของเรา

ฉะนั้น จึงไม่เป็นการแปลกอะไร เมื่อหนังสือพิมพ์รวมประชาชาติรายวันถูกปิด ถูกถอนใบอนุญาต จากเหตุการณ์ของวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2520 ก็มีหนังสือพิมพ์เข็มทิศธุรกิจรายสัปดาห์เกิดขึ้น

ความเจริญย่อมเป็นบำเหน็จของผู้ที่ทำงานหนัก ทำความจริงเสมอ ภายในไม่กี่เดือนต่อมา เข็มทิศธุรกิจ ก็กลายเป็นราย 3 วัน ออกจำหน่ายในวันพุธและ เสาร์ของทุกสัปดาห์ โดยมีนิตยสารรายเดือน พาที ออกมาประดับวงวรรณกรรม ซึ่งดำเนินการโดยคณะผู้จัดทำชุดเดียวกัน เคียงข้าง เข็มทิศธุรกิจ พร้อม ๆ กันไปด้วย

หนักข้อยิ่งไปกว่านี้ ด้วยพลังอันเหลือล้นของเพื่อนร่วมงานหนุ่มสาวและด้วยความคิดเห็นอันบริสุทธิ์ เรามีกำหนดนัดกันว่า วันที่ 9 มกราคม 2521 น่าจะมีหนังสือพิมพ์รายวันอ่านกันอีกฉบับหนึ่ง ด้วยฝีมือ ความสามารถ และความตั้งใจจริงของพวกเรา

สำหรับเข็มทิศยาตรา เล่มนี้ แรงปรารถนาจริงใจแต่แรกเริ่มมีว่า เราอยากสร้างของขวัญปีใหม่ 2521 ให้ท่านผู้อ่าน และไม่มีของขวัญอะไรดีไปกว่าหนังสือ

หรืออย่างน้อยก็เป็นของขวัญของพวกเราเอง ที่จะมอบให้กับท่านที่เราเคารพนับถือ และผู้ที่เราระลึกถึง ถวิลหา ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่

เหตุที่เราต้องมอบหนังสือเป็นของขวัญ ก็เพราะเราไม่มี รถถัง รถยี.เอ็ม.ซี สิบล้อ สะพานลอย รถจี๊ป ติดปืนกล หรือของขวัญอย่างอื่นมอบให้ใครนั่นเอง

ขอให้เข็มทิศยาตรา จงเป็นของขวัญที่รับขวัญของผู้ที่ขวัญเสียจากปีกลาย ปีก่อนให้ขวัญดีในปีใหม่ เป็นของขวัญที่ทั้งผู้ให้ผู้รับสมถวิล ขออวยพรให้ท่านผู้อ่านจงเจริญ ด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ และธนสารสมบัติ จงเป็นผู้ประสบความสุขด้วยตนเองตามควรแก่อัตภาพ เพราะทุกข์สุขในชีวิตคนเราจริง ๆ เราสร้างให้ตัวเองทั้งนั้น มิได้มีใครสร้างให้ใครได้เลย

ขรรค์ชัย บุนปาน

นั่นคือ ความคิดและความจริงจากคนหนังสือพิมพ์ในปี 2520 ที่ดูเหมือนหลายๆอย่างยังไม่เปลี่ยนแปลงไปในปี 2568

ในข้อเขียนชิ้นนี้ ขรรค์ชัยยังแจ้งข่าวว่า ในต้นปี 2521 จะมีหนังสือพิมพ์รายวัน ถือกำเนิดอีก 1 ฉบับ

ซึ่งก็คือ “มติชนรายวัน” ในปัจจุบัน ขณะที่ “เข็มทิศธุรกิจ” เปลี่ยนชื่อเป็น “ประชาชาติธุรกิจ”

จากนั้นมา “ประชาชาติธุรกิจ” คือสิ่งพิมพ์ราย 3 วัน เสนอข่าวเจาะลึก วิเคราะห์เศรษฐกิจอย่างรอบด้าน ตอบสนองผู้อ่านทั้งในแวดวงธุรกิจและประชาชนทั่วไป

ด้วยสโลแกน“เตือนคุณล่วงหน้า ทุกคำ ทุกข่าว”

อีกก้าวใหญ่ในปี 2549 เป็นปีของการเริ่มต้น ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ผ่านทางเว็บไซต์ www.prachachat.net และโซเชียลมีเดียต่าง ๆ

และเป็นหนึ่งในเว็บไซต์ข่าวการเงิน-ธุรกิจชั้นนำของประเทศจนถึงปัจจุบัน

นอกจากเว็บไซต์แล้ว ประชาชาติธุรกิจ ยังพัฒนาเนื้อหาสำหรับผู้อ่านบนแพลตฟอร์มอื่น ๆ เพื่อตอบรับพฤติกรรมของผู้อ่านยุคใหม่ เช่น เพจเฟซบุ๊ก “Prachachat-ประชาชาติ” ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 1.2 ล้านคน รวมถึงอัพเดตข่าวสำคัญล่าสุดทุกชั่วโมงผ่านทาง Line@ ซึ่งมีผู้อ่านเป็นเพื่อนกับ @prachachat มากกว่า 4.5 แสนคน

ปัจจุบัน ผู้อ่านของประชาชาติธุรกิจเข้าถึงข่าว บทความ วิดีโอ และเนื้อหารูปแบบใหม่ ๆ ได้ในอีกหลายช่องทาง เช่น Twitter, YouTube, TikTok Instagram และอื่น ๆ

ประชาชาติธุรกิจก้าวสู่ปีที่ 49 พร้อมกับความเปลี่ยนแปลงหลายประการ แต่พลังที่ขับเคลื่อน คือความคิดที่เชื่อและหวังในสังคมที่เป็นประชาธิปไตย เศรษฐกิจที่เป็นไปเพื่อส่วนรวม ควบคู่ไปกับวิทยาการ ความก้าวหน้า ที่เป็นไปเพื่อคนส่วนใหญ่

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ขรรค์ชัย บุนปาน : Beyond Crisis 2025 สู่ปีที่ 49 ประชาชาติธุรกิจ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...