โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

RBA ถอนคันเร่งดึงเบรกมือดอกเบี้ย.!?

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

การประกาศ “คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย” ไว้ที่ระดับ 4.35%ของธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ในการประชุมล่าสุด (16 มิ.ย. 69) ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง นับว่าเป็นครั้งแรกของปีนี้ที่คณะกรรมการนโยบายการเงินทั้ง 9 คน มีมติเป็นเอกฉันท์ให้หยุดพัก หลังจากก่อนหน้านี้ เดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างดุดันมาแล้วถึง 3 ครั้งติดต่อกันตั้งแต่ต้นปี

มาตรการเชิงรุกส่งผลให้ RBA กลายเป็นหนึ่งในธนาคารกลางที่ใช้นโยบายตึงตัวรุนแรงสุด ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว แต่ที่สุดยาแรงเริ่มออกฤทธิ์ จนทำให้เศรษฐกิจส่งสัญญาณชะลอตัว

ตัวเลขและข้อมูลทางเศรษฐกิจ ล่าสุดกลายเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์สะท้อนว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจอ่อนแอลง สิ่งที่น่ากังวลสุดคือตลาดแรงงาน โดยอัตราการว่างงานพุ่งทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดรอบ 4 ปีครึ่ง สะท้อนว่า ผู้ประกอบการและภาคธุรกิจ เริ่มแบกรับต้นทุนทางการเงินสูงขึ้นไม่ไหวจนต้องชะลอการจ้างงาน

ขณะเดียวกันการใช้จ่ายภาคครัวเรือน เส้นเลือดใหญ่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศ ส่งสัญญาณหดตัว เนื่องจากประชาชนต้องเจียดรายได้ไปจ่ายค่างวดบ้านและหนี้สินที่เพิ่มขึ้นตามทิศทางของดอกเบี้ยขาขึ้น นอกจากนี้ตลาดอสังหาริมทรัพย์อันเป็นสินทรัพย์หลักของชาวออสเตรเลีย เริ่มเข้าสู่ภาวะซบเซาและชะลอตัวลง ซ้ำร้ายยังถูกซ้ำเติมด้วยมาตรการทางภาษีของรัฐบาล ยิ่งทำให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจรวมออกมาต่ำกว่าเป้าหมาย

อย่างไรก็ดีการที่ RBA เลือกกดปุ่มหยุดชั่วคราวครั้งนี้ ถือเป็นจังหวะเหมาะสมในการประเมินสถานการณ์ เนื่องจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ แม้ว่าจะยังคงอยู่สูงกว่ากรอบเป้าหมายระดับ 2-3% ที่ธนาคารกลางตั้งไว้ แต่ทิศทางโดยรวมเริ่มแสดงให้เห็นถึงการผ่อนคลายตัวลง มากกว่าที่นักวิเคราะห์หลายสำนักเคยกังวลก่อนหน้านี้ ทำให้ผู้กำหนดนโยบายไม่ต้องเร่งรีบเหยียบคันเร่งขึ้นดอกเบี้ยจนเศรษฐกิจพังทลาย แต่ถึงกระนั้นมิอาจปฏิเสธได้ว่า RBA มีความกังวลอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับความเสี่ยงของอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ที่อาจยังคงฝังรากลึกและอยู่เหนือกรอบเป้าหมายอีกระยะหนึ่ง อาจลากยาวทำเศรษฐกิจซึมต่อเนื่อง

ปัจจัยภายนอกประเทศ เป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญ ทำให้ธนาคารกลางออสเตรเลีย ต้องดำเนินนโยบายด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง จากความขัดแย้งและสงครามกับประเทศอิหร่าน เป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่อาจจุดชนวนให้ราคาพลังงานและน้ำมันดิบตลาดโลกพุ่งขึ้น จนเกิดเงินเฟ้อรอบใหม่ ทว่าในความมืดยังมีแสงสว่างอยู่บ้าง เมื่อมีข้อตกลงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน หากข้อตกลงนี้สามารถบรรลุผลสำเร็จและนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อให้การขนส่งน้ำมันกลับมาเป็นปกติได้ ราคาพลังงานโลกมีแนวโน้มปรับตัวลดลง จะช่วยลดทอนและผ่อนคลายแรงกดดันด้านเงินเฟ้อลงได้มาก

เมื่อหันไปมองภาพรวมนโยบายการเงินโลก พบว่า ความเคลื่อนไหวของ RBA ครั้งนี้ มีความสอดคล้องอย่างยิ่ง กับกระแสหลักของธนาคารกลางใหญ่ ๆ ทั่วโลก ที่เริ่มเปลี่ยนผ่าน เข้าสู่โหมด “รอดูสถานการณ์” โดยสัปดาห์นี้ตลาดการเงินต่างคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) รวมถึงธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ (SNB) จะเลือกดำเนินนโยบายในทิศทางเดียวกัน นั่นคือการคงอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ดีภาพรวมของโลกไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด เพราะมีบางประเทศที่เดินหน้าคุมเข้ม เช่น ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่เพิ่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับ 1%

สำหรับก้าวต่อไปของเศรษฐกิจออสเตรเลีย นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารพาณิชย์ยักษ์ใหญ่ 3 ใน 4 แห่ง คาดว่า RBA น่าจะตรึงอัตราดอกเบี้ยระดับ 4.35% ต่อไปตลอดทั้งปี 2569 เพื่อรักษาสมดุลทางเศรษฐกิจเอาไว้ และหากดัชนีทางเศรษฐกิจยังสูญเสียแรงส่งอย่างต่อเนื่อง มีความเป็นไปได้สูงที่จะเห็นการปรับลดดอกเบี้ยปีหน้า

ภารกิจของ RBA นับจากนี้จึงเป็นการเดินบนเส้นลวด ระหว่างการฉุดเงินเฟ้อให้กลับสู่เป้าหมายกึ่งกลาง ที่ระดับ 2.5% ควบคู่กับการประคับประคอง ไม่ให้ตัวเลขการจ้างงานและภาพรวมเศรษฐกิจ ต้องดิ่งเหวไปมากกว่านี้..!!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...