มาเด้อ...นครพนม - Kumklao
แกเป็นคนนครพนมหรือ? “อยากไปเที่ยวนครพนมจัง ยังไม่เคยมีโอกาสได้ไปเลย….” มักจะเป็นประโยคคุ้นหูที่ได้ยินเสมอตั้งแต่ฉันเข้ามาเรียนที่กรุงเทพฯ จนกระทั่งทำงาน และหากจะย้อนกลับไปเมื่ออดีตสมัยที่โซเชียลมีเดียยังไม่ได้มีอิทธิพลมากเท่าสมัยนี้ ภาพนครพนมในความคิดของหลายคนในเมืองหลวงแทบจะเป็นศูนย์ บ้างก็ยังเข้าใจผิดคิดว่านครพนมอยู่ที่ภาคเหนือทั้งที่จริงแล้วคือภาคอีสาน บางคนเคยไปเที่ยวเมื่อนานมาแล้วเพื่อนมัสการพระธาตุพนม สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของพี่น้องสองฝั่งโขง ทั้งชาวไทยและชาวลาว และยังเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีวอกซึ่งเป็นอีกหนึ่งในเหตุผลที่หลายคนอยากไปนครพนมเพื่อนมัสการสักครั้ง และช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้มีกระแสความศรัทธาและความเชื่อของผู้คนจำนวนมากที่ต้องการเดินทางไปนครพนมเพื่อกราบไหว้ขอพรจากพญาศรีศัตตนาคราช แลนด์มาร์คแห่งใหม่ริมแม่น้ำโขง ใจกลางอำเภอเมืองจังหวัดนครพนม รวมไปถึงเดินทางไปท่องเที่ยวยังถ้ำนาคี แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติแห่งใหม่ที่ถูกค้นพบเมื่อไม่นานมานี้ อันแฝงไปด้วยตำนานและความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องพญานาค เป็นแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวหลายคนต้องการไปเที่ยวนครพนมสักครั้งในชีวิต
เหตุผลหลักที่หลายคนอยากไปนครพนมแต่ไม่ได้ไป คงเพราะลางานหลายวันไม่ได้ ค่าตั๋วเครื่องบินแพง (หากจองใกล้วันเดินทาง) ใช้เวลาเดินทางโดยรถประจำทางหลายชั่วโมงจนเหนื่อย เนื่องจากนครพนมไม่ได้ใกล้กับกรุงเทพฯ เอาเสียเลย แถมยังใกล้ประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาวเสียมากกว่ายิ่งสมัยก่อนยังต้องขับรถข้ามภูพานกว่าจะถึง หรือไม่ก็ต้องอ้อมไปทางจังหวัดมุกดาหาร หรืออุดรธานีเพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางโค้งสุดโหดบนภูพานที่ถ้าคนขับรถไม่เก่ง แม้ใจถึงแต่อาจไปไม่ถึงได้ ปัจจุบันมีทางหลวงสายใหม่ที่สะดวกขึ้น เลี่ยงการขับรถข้ามเขาได้หลายโค้งโดยที่ไม่ต้องคลื่นไส้เมารถกันแล้ว แถมบางครั้งยังมีโปรโมชั่นจากสายการบินที่ได้ตั๋วราคาถูก ดังนั้นใครที่อยากไปนครพนมคงจะมีโอกาสได้ไปง่ายขึ้นกันเสียที แต่ถ้าใครสนใจหรือกำลังหาข้อมูลที่จะไปเร็ว ๆ นี้แล้วล่ะก็ลองไปเที่ยวทิพย์จากบทความนี้ด้วยกันก่อน เผื่อเป็นไอเดียว่าถ้าไปเที่ยวจริงแล้วนครพนมจะมีอะไรให้ประทับใจบ้าง
มา “Slow Life”
หากมานครพนมแล้วอยู่แค่วันสองวันอาจจะไม่คุ้มเอาเสียเลย เพราะถ้าเดินทางมาไกลแล้วก็ควรมีเวลาที่ได้ดื่มด่ำกับทุกสิ่งและค่อย ๆ เก็บความทรงจำที่นี่อย่างช้า ๆ นครพนมเคยได้ชื่อว่าเป็นจังหวัดที่มีประชากรมีความสุขเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทยติดต่อกันถึง 2 ปี จากผลสำรวจโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ร่วมกับกรมสุขภาพจิต และสถาบันวิจัยประชากรและสังคม แม้ว่าปัจจุบันจะไม่มีการสำรวจที่ว่าแล้ว แต่วิถีชีวิตของคนพื้นที่ยังคงไม่เปลี่ยนไปจากเดิม เรียบง่าย Slow Life ไม่ต้องเร่งรีบเบียดกันขึ้นรถเมล์ไปทำงาน ไม่ต้องโหนรถไฟฟ้า (เพราะไม่มี) แต่ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ริมฝั่งโขง ทำบุญตักบาตรยามเช้า ได้ปล่อยสายตาให้มองไกลไปยังวิวภูเขาของประเทศลาวและเวียดนามที่ทอดยาวสวยงาม ผ่อนคลายความคิด ยืดเส้นยืดสายออกกำลังกาย มีทางจักรยานเลียบริมแม่น้ำโขงยาวกว่า 60 กิโลเมตรซึ่งมากพอให้ปั่นจนเหงื่อออกแน่ ๆ อยากให้ทุกคนลองคิดภาพว่าถ้าตนเองได้ตื่นเช้าทุกวันมาอยู่นครพนมเจอกับทัศนียภาพและบรรยากาศเช่นนี้ คงจะมีความสุขสมดังที่จังหวัดนครพนมเคยได้รับการจัดอันดับไว้แน่ ๆ
มา “แซ่บ”
แน่นอนว่าอาหารการกินนั้นคู่กับการท่องเที่ยวเสมอ นครพนมมีอาหารคาว - หวานและคาเฟ่มากพอให้น้ำหนักขึ้นเช่นกัน ถ้าให้แนะนำแบบคนพื้นที่ ช่วงเช้า เราควรลองทานอาหารเช้าสไตล์เวียดนาม ไข่กระทะ ขนมปังเวียดนามหรือบาแกตต์ (Baguette) ข้าวต้มเส้น ปากหม้อญวน กวยจั๊บญวนหรือที่คนพื้นที่เรียกว่า “ข้าวเปียกเส้น” นั่นแหละ อีกตัวเลือกคือหมูปิ้งกับข้าวจี่ร้อน ๆ ที่มีขายอยู่ทั่วเมืองก็ฟินสุด ๆ ช่วงเที่ยง พากันไปจกส้มตำที่ปลาร้าอร่อยแบบเด็ด ๆ มีร้านส้มตำหลายร้านให้ได้ตระเวนชิม ที่ขึ้นชื่อและเด็ดมากคือร้านพี่ณี ตั้งอยู่หน้าโรงพยาบาลนครพนมที่ราคาสุดคุ้มรสชาติสุดแซ่บ อร่อยจนอยากเอาหลอดมาดูดน้ำปลาร้ากันเลยทีเดียว ช่วงบ่าย มีคาเฟ่ให้ได้นั่งจิบกาแฟ ถ่ายรูปแล้วอัพลงโซเชียลทุกแพลตฟอร์มไม่ซ้ำมุม ที่นครพนมมีคาเฟ่ปัง ๆ เยอะมาก เช่น 76A The Space, The Cloud by 76A, Jungle Space Café, 8E88 Eatery, POP CAFE, Forest Tales, Chewa Cafe' By SK และอีกมากมายหลายร้านที่รอให้คุณไปทำคอนเทนต์ ช่วงเย็น มีร้านอาหารเมนูปลาแม่น้ำโขง เช่น ร้านเป๋น ปลา เป็น หรือจะไปเดินตลาดโต้รุ่งที่รวมของกินอร่อยไว้หลายร้านให้เราได้ซื้อแล้วหิ้วกลับมากินที่พัก เหมาะกับสถานการณ์ช่วงโควิด-19 นอกจากนี้ยังเดินช็อปเดินชิมทั้งของกินและของใช้ได้ที่ถนนคนเดินย่านหอนาฬิกาซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนอยู่เวียดนามเบา ๆ
มา “สายมู”
นักท่องเที่ยวที่มานครพนมกลุ่มหลัก ๆ คือมาพักกายพักใจและมาเพื่อกราบไหว้ขอพรเรื่องโชคลาภจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือบางทีก็มาเพื่อทั้งสองอย่างนั้นแหละ คุ้มดีนะว่าไหม บ้างก็มานมัสการองค์พระธาตุพนม ขอพรพญาศรีศัตตนาคราชเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ไม่ว่าจะเรื่องการเงิน การงาน ความรัก มนุษย์เราก็ต้องเติมพลังความเชื่อและความหวังกันบ้าง หากสำเร็จแล้วก็จะกลับมากราบไหว้กันอีกเสมอ ใครที่มาสายมูเตลูก็คือจะมีนครพนมอยู่ใน wish list อันดับต้น ๆ เรียกว่าต้องห้ามพลาดเลยแหละ
ที่เล่ามาข้างต้นนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสถานที่ท่องเที่ยวและจุดเด่นภายในนครพนมที่ยกมาล่อความอยากให้หนุ่มสาววัยทำงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุและคนเมืองกรุงทั้งหลายเก็บกระเป๋าเตรียมลางานไปดื่มด่ำกับความเรียบง่าย นอกจากนี้ยังมีหลายสถานที่ที่น่าสนใจ เช่น โบสถ์คริสต์เก่าแก่ที่วัดนักบุญอันนา พระธาตุประจำวันเกิดทั้ง 7 ที่กระจายอยู่หลายอำเภอของจังหวัดนครพนม น้ำตกตาดขาม พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม บ้านลุงโฮ สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 รวมไปถึงการล่องเรือยามเย็นในแม่น้ำโขง หรือแม้กระทั่งการท่องเที่ยวนครพนมช่วงเทศกาลไหลเรือไฟเพื่อชมดวงไฟนับล้านดวงที่ถูกเรียงร้อยขึ้นมาลอยลำสว่างกลางแม่น้ำโขงช่วงออกพรรษาของทุกปี ทุกสิ่งที่กล่าวมานี้ยังรอให้ทุกคนหาเวลาว่างและเดินทางไปสัมผัสนครพนมด้วยตัวเอง ชาวนครพนมยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวและรอให้คนเมืองลองไปใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายและมีความสุขที่สุดกันดูบ้าง…มาเด้อนครพนม :)