โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

มิสทิน รีแบรนด์โฟกัสตลาด ตปท. แจ้งเกิด “T- Beauty”

การเงินธนาคาร

อัพเดต 25 มี.ค. 2567 เวลา 14.23 น. • เผยแพร่ 25 มี.ค. 2567 เวลา 07.20 น.

มิสทิน เตรียมรีแบรนด์ดิ้งครั้งใหม่ชูเครื่องสำอางไทย ดัน “ทีบิวตี้” พร้อมปล่อยไลน์อัพผลิตภัณฑ์ใหม่ “บิวตี้แอนด์เฮลท์” บุกตลาดต่างประเทศ ล็อกเป้า สหรัฐอเมริกา ยุโรป-ตะวันออกกลาง และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

[caption id="attachment_98530" align="aligncenter" width="750"]

มิสทิน

นายดนัย ดีโรจน์วงศ์ ประธานกรรมการ บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด[/caption]

นายดนัย ดีโรจน์วงศ์ ประธานกรรมการ บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แม้ตลาดเครื่องสำอางในประเทศไทยจะฟื้นตัวหลังจากโควิด แต่กำลังซื้อในปีนี้น่าจะยังคงทรง ๆ บริษัทจึงเน้นขยายตลาดต่างประเทศมากขึ้น

โดยให้ความสำคัญในการขยายตลาดไปที่ สหรัฐอเมริกา ยุโรป และตะวันออกกลาง โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบีย อินเดีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์

ขณะเดียวกันก็ยังมีการขยายธุรกิจไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เพราะตลาดเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเมียนมาที่แม้ว่าวันนี้จะมีปัญหาภายในประเทศ แต่ปีที่แล้วยอดขายมีการเติบโตถึง 200% ส่วนตลาดกัมพูชา เวียดนาม ก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆ

โดย มิสทิน ได้เริ่มขยายตลาดไปยัง สหรัฐอเมริกา ยุโรป และประเทศภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บ้างแล้ว โดยผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ ธุรกิจไปได้เร็วและความนิยมก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง

มิสทิน

“อุตสาหกรรมความงามยังเติบโตได้ดีในประเทศที่มีกำลังจับจ่ายสูง ผมมองว่า ตลาดอินเดีย เป็นตลาดที่น่าสนใจ มีจีดีพีเติบโตขึ้นเรื่อยๆ คนอินเดียเริ่มมีความกินดีอยู่ดีมากขึ้น จึงจะเป็นตลาดใหม่ของมิสทิน”

นอกจากนี้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบียที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ มาตรการของรัฐบาลเรื่องฟรีวีซ่าดึงดูดให้นักท่องเที่ยวจากซาอุดีอาระเบียเดินทางเข้ามาประเทศไทยมากขึ้น จึงมีผลดีกับสินค้าไทยทุกอุตสาหกรรม จากอาหาร นวดสปา เสื้อผ้า ถึงเครื่องสําอางไทย

การก้าวไปสู่ตลาดใหม่ ๆ ในอนาคต บริษัทจึงได้สร้างศูนย์วิจัย หรือศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ขึ้น 3 แห่งในประเทศไทย จีน และเยอรมนีตั้งแต่ปี 2019-2021 เพื่อพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ลูกค้าในแต่ละภาคพื้น เนื่องจากไลฟ์ไซเคิลของสินค้าสั้นลง การแข่งขันมากขึ้น บริษัทจึงต้องมีการลงทุนพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง

เพื่อตอบรับเทรนด์รักษ์โลก และการเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อม นายดนัยกล่าวว่า สินค้ามิสทินที่จะผลิตออกสู่ตลาด จึงต้องเป็นสินค้า“บิวตี้แอนด์เฮลท์” และเทรนด์ตลาดที่เกี่ยวกับการดูแลตัวเอง เช่น เป็นสกินแคร์ บอดี้แคร์ เป็นต้น

มิสทิน

มิสทินมีแผนจะวางตลาดสินค้าใหม่ พร้อมโชว์นวัตกรรมใหม่ๆ ในงานคอสโมพรอฟ ซีบีอี อาเซียน ที่จะจัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ในเดือนมิถุนายนปีนี้

ในปีนี้มิสทินยังมีแผนจะแนะนำสินค้าใหม่ออกสู่ตลาด รวมทั้งการเปิดตัว ครีมกันแดด รุ่นใหม่ที่สามารถสู้กับความร้อนได้ถึง 40 องศา หรือยูวีที่แรงขึ้นในเร็วๆ นี้จากปัจจุบันมิสทินมีครีมกันแดดกว่า 100 รายการให้เลือก

นอกจากนี้มิสทินยังเน้นการสร้างแบรนด์ ผ่านนิยามความงามบริบทใหม่ บนคีย์เวิร์ด “I am perfectly me” ทุกคนมีความสวยงาม

“สมัยก่อนเราจะนิยมสวยตามแบบฉบับคนญี่ปุ่น ที่เรียกว่าเจ-บิวตี้ ต่อมาก็เป็น เค-บิวตี้ มิสทินจะผลิตสินค้าที่มีตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า และจะเป็นผู้นำที่จะสร้างคอนเซ็ปต์ของคําว่า ทีบิวตี้”

ปัจจุบันตลาดรวมเครื่องสำอางเมืองไทยมีมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท ซึ่งราว 20% เป็นการจับจ่ายผ่านช่องทางของนักท่องเที่ยว เช่น คิงพาวเวอร์ ร้านวัตสัน ร้านบู๊ทส์ ซึ่งมิสทินมีแผนจะขยายตลาดไปยังช่องทางนี้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่องทางดิวตี้ฟรี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...