เปิดเบื้องหลังอาณาจักร BYD พาชมโรงงานใหญ่ และสนามทดสอบสุดล้ำ ณ เมืองเจิ้งโจว ประเทศจีน
หากพูดถึงค่ายรถยนต์พลังงานใหม่ในปัจจุบัน หนึ่งในแบรนด์ที่ถูกจับตามองมากที่สุดคงหนีไม่พ้น BYD (Build Your Dreams) จากประเทศจีน แบรนด์ที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นรายสำคัญของโลกในเวลาไม่กี่ปี พร้อมเปลี่ยนภาพจำของรถยนต์พลังงานใหม่ในสายตาผู้บริโภคได้อย่างชัดเจน
สำหรับประเทศไทย BYD เข้ามาทำตลาดอย่างเป็นทางการภายใต้การบริหารของ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ตั้งแต่ปี 2022 และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แบรนด์ BYD ก็เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้งในแง่ยอดขาย การรับรู้ของผู้บริโภค และการขยายฐานลูกค้าในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทย
จุดเด่นของ BYD คือการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ ไม่ว่าจะเป็นระบบแบตเตอรี่ แพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้า หรือซอฟต์แวร์ที่พัฒนาเองแบบครบวงจร โดย BYD สามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ของโลกได้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และครองอันดับหนึ่งในประเทศจีน ซึ่งถือเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่และแข่งขันรุนแรงที่สุดแห่งหนึ่ง
เพื่อให้เห็นภาพเบื้องหลังการเติบโตของ BYD ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ล่าสุด BYD และ เรเว่ ได้เชิญสื่อมวลชนจากประเทศไทยเดินทางไปเยือน เมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน ประเทศจีน หนึ่งในเมืองยุทธศาสตร์ที่เป็นที่ตั้งของฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าขนาดใหญ่และทันสมัยของ BYD ฐานการผลิตแห่งนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบนิเวศด้านการผลิตที่ครบครัน สามารถควบคุมห่วงโซ่อุปทานด้วยตนเอง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความได้เปรียบเชิงโครงสร้างของ BYD ในการแข่งขันของอุตสาหกรรมนี้
เปิดบ้าน BYD Zhengzhou Factory ฐานการผลิตยานยนต์ของ BYD
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของการเดินทางครั้งนี้ TODAY Bizview ได้เข้าเยี่ยมชม BYD Zhengzhou Factory ฐานการผลิตยานยนต์พลังงานใหม่ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใน Zhengzhou Airport Economy Zone เมืองเจิ้งโจว พื้นที่ของโรงงานครอบคลุมมากถึง 10.67 ตารางกิโลเมตร และถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าโรงงานประกอบรถยนต์ทั่วไป แต่คือเมืองอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่แบบครบวงจร
BYD วางผังการผลิตของโรงงานแห่งนี้ให้ครอบคลุมกระบวนการหลักของการผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ครบทั้ง 4 ขั้นตอน ได้แก่ การขึ้นรูป (Stamping), การเชื่อมโครงสร้าง (Welding), การพ่นสี (Painting) และการประกอบขั้นสุดท้าย (Final Assembly)
ขณะเดียวกัน ยังรวมการผลิตชิ้นส่วนสำคัญอื่นๆ ไว้ภายในพื้นที่เดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์สำหรับรถยนต์พลังงานใหม่ ระบบควบคุมไฟฟ้า ระบบจ่ายกระแสไฟ ขุมพลัง ระบบปรับอากาศ ระบบบังคับเลี้ยว ชิ้นส่วนตกแต่ง โคมไฟรถยนต์ โครงสร้างตัวถัง เบาะนั่ง รวมถึงหัวใจสำคัญอย่าง Blade Battery และแบตเตอรี่ระบบขับเคลื่อน
ทั้งหมดนี้สะท้อนแนวคิดของ BYD ที่ต้องการสร้าง ห่วงโซ่อุตสาหกรรมแบบครบวงจร (Vertical Integration) ภายในเมืองเจิ้งโจว เพื่อควบคุมคุณภาพ ลดต้นทุนโลจิสติกส์ และเพิ่มความยืดหยุ่นในการผลิตในระยะยาว
โรงงานใหม่ แต่เดินเครื่องเร็วเกินคาด
โรงงาน BYD Zhengzhou ถือเป็นโรงงานที่ค่อนข้างใหม่ โดยเริ่มก่อสร้างในเดือนพฤษภาคม 2022 และสามารถก่อสร้างแล้วเสร็จ รวมถึงติดตั้งเครื่องจักรทั้งหมดได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน ก่อนจะเริ่มดำเนินการผลิตจริงในช่วงต้นปี 2023 ซึ่งนับว่าเป็นความเร็วที่สะท้อนศักยภาพการบริหารโครงการขนาดใหญ่ของ BYD ได้อย่างชัดเจน
โรงงานแห่งนี้ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐของจีน และมุ่งเน้นการผลิตรถยนต์พลังงานใหม่เป็นหลัก ทั้งสำหรับตลาดภายในประเทศและการส่งออก ปัจจุบัน BYD ยังไม่ระบุอย่างเป็นทางการว่าโรงงานเจิ้งโจวเป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทในจีน เนื่องจากยังมีบางส่วนของโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและขยายเพิ่มเติม แต่ในอนาคตโรงงานแห่งนี้มีศักยภาพจะก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดของ BYD ได้
สำหรับตัวเลขด้านการผลิตของ BYD Zhengzhou Factory
- ปี 2023 โรงงานแห่งนี้ผลิตรถยนต์ได้กว่า 220,000 คัน
- ปี 2024 กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็นราว 550,000 คัน
การมีโรงงานที่รวมทุกขั้นตอนไว้ในพื้นที่เดียว ช่วยให้ BYD สามารถควบคุมต้นทุนด้านโลจิสติกส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน พื้นที่โดยรอบยังมีสนามทดสอบรถยนต์ และแผนขยายส่วนการผลิตเพิ่มเติม โดยเฉพาะในส่วนของมอเตอร์และระบบขับเคลื่อน ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง
ปัจจุบัน โรงงานเจิ้งโจวรองรับการผลิตรถยนต์พลังงานใหม่หลายรุ่น ทั้งเพื่อจำหน่ายในประเทศจีนและส่งออกไปต่างประเทศ เช่น รถยนต์ในตระกูล Seal, Seagull, Song Pro DM-i, BYD Shark 6 รวมถึงรุ่นพลังงานใหม่อื่นๆ อีกหลายรุ่นของ BYD (ขึ้นอยู่กับแผนการผลิตในแต่ละช่วงเวลา)
ผู้นำการผลิตอัจฉริยะ ด้วยระบบอัตโนมัติระดับสูง
สิ่งที่เห็นได้ชัดจากการเยี่ยมชม คือการที่ BYD Zhengzhou Factory ถูกออกแบบให้เป็น โรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) โดยเฉพาะในกระบวนการเชื่อมโครงสร้างตัวถัง ซึ่งใช้ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์อุตสาหกรรมช่วยเพิ่มความแม่นยำ ลดความผิดพลาด และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน
สายการผลิตสามารถรองรับการประกอบรถยนต์พลังงานใหม่ได้หลากหลายรุ่น ผ่านการผสาน กระบวนการผลิตอัตโนมัติขั้นสูง 11 รูปแบบเข้าด้วยกัน ทั้งระบบเชื่อมอัตโนมัติ การตรวจสอบแบบออนไลน์ และระบบควบคุมคุณภาพแบบเรียลไทม์ ทำให้โรงงานสามารถผลิตรถยนต์ได้สูงสุดราว 50 คันต่อชั่วโมง พร้อมควบคุมความคลาดเคลื่อนของชิ้นงานในระดับ 0.01 มิลลิเมตร
นอกจากนี้ ระบบตรวจสอบการผลิตแบบเรียลไทม์ ระบบติดตามกระบวนการผลิต และสายพานอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ยังช่วยให้การผลิต Blade Battery และแบตเตอรี่ระบบขับเคลื่อน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงการประกอบเป็นชุดแบตเตอรี่สำเร็จรูป
สำหรับไลน์ผลิตที่สื่อมวลชนได้เข้าเยี่ยมชมจริง ได้แก่…
- โรงงาน Stamping จุดเริ่มต้นของตัวรถ
จุดแรกที่เราได้เข้าเยี่ยมชม คือ โรงงานขึ้นรูปตัวถัง (Stamping) ซึ่งมีทั้งหมด 5 สเตชั่นหลัก ในหนึ่งนาทีสามารถปั๊มชิ้นส่วนโลหะออกมาได้ราว 15 ชิ้น ทั้งนี้ ปริมาณการผลิตจะปรับตามความต้องการในแต่ละช่วง
องค์ประกอบสำคัญของกระบวนการนี้ประกอบด้วย วัสดุ (Material), แม่พิมพ์ (Mold) และเครื่องจักร โดย BYD สามารถผลิตแม่พิมพ์ได้เองภายในโรงงาน หลังจากแผ่นเหล็กถูกปั๊มขึ้นรูปแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพอีกครั้งก่อนส่งต่อไปยังขั้นตอนถัดไป การขึ้นรูปที่แม่นยำตั้งแต่ต้นช่วยให้กระบวนการเชื่อมในขั้นต่อไปทำได้ง่ายและมีคุณภาพสูงขึ้น
โรงงานส่วนนี้ทำงานวันละประมาณ 8 ชั่วโมง และถือเป็นหนึ่งในไลน์ผลิตที่สะท้อนความครบวงจรของโรงงานเจิ้งโจวได้อย่างชัดเจน
- โรงงาน Welding หัวใจของโครงสร้างรถยนต์
ถัดมาคือโรงงานเชื่อมโครงสร้าง (Welding Shop) ซึ่งเป็นหนึ่งในส่วนที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงมากที่สุด ภายในมีเครื่องจักรและหุ่นยนต์อุตสาหกรรมรวมกันราวหลายพันตัว กระจายอยู่ในโรงเชื่อมหลายอาคาร มีกำลังเชื่อมอยู่ที่ประมาณ 1,000 คันต่อวัน แบ่งออกเป็นหลายสเตชั่น เช่น การเชื่อมห้องโดยสาร ด้านหน้ารถ พื้นตัวถังด้านล่าง ฯลฯ โดยในบางสเตชั่นใช้หุ่นยนต์ทั้งหมดโดยไม่ต้องพึ่งแรงงานคน
กระบวนการเชื่อมมีทั้งแบบ Spot Welding และ Seam Welding ก่อนจะเข้าสู่สเตชั่นที่นำชิ้นส่วนต่างๆ มาประกอบรวมเป็นโครงสร้างตัวรถ พร้อมเก็บรายละเอียดและติดตั้งชิ้นส่วนย่อย จากนั้นจึงส่งต่อไปยังขั้นตอนพ่นสี ซึ่งโรงงานแห่งนี้มี Welding Workshops หลายอาคาร และใช้ระบบอัตโนมัติมากกว่า 95%
- Final Assembly ประกอบขั้นตอนสุดท้าย
แม้คณะสื่อจะไม่ได้เข้าเยี่ยมชมโรงพ่นสีโดยตรง แต่ได้เข้าชมในส่วนขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการผลิต คือ โรงงานประกอบขั้นสุดท้าย (Final Assembly)
ในไลน์นี้ รถยนต์จะถูกประกอบระบบต่างๆ ครบถ้วน ตั้งแต่ระบบไฟฟ้า ระบบขับเคลื่อน ระบบแบตเตอรี่ ระบบภายในห้องโดยสาร ไปจนถึงการตรวจสอบและทดสอบขั้นสุดท้าย โดยรวมแล้วโรงงานแห่งนี้สามารถผลิตรถยนต์ได้มากถึง 50 คันต่อชั่วโมง ก่อนจะส่งมอบให้ลูกค้าไปยังตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
เปิดประสบการณ์จริงในสนามทดสอบ BYD เจิ้งโจว
จากโรงงานผลิต เราเดินทางต่อมายัง BYD Zhengzhou International Circuit สนามทดสอบมาตรฐานระดับโลกที่ BYD ใช้เป็นด่านพิสูจน์จริงก่อนที่รถจะออกสู่ท้องถนน และที่นี่คือหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของทริปที่เราได้สัมผัสเทคโนโลยียานยนต์พลังงานใหม่แบบครบทุกมิติ
โดยทีมงาน BYD ได้พาเราเข้าสู่ 7 โซนทดสอบหลัก ที่ออกแบบมาให้ครอบคลุมทุกสถานการณ์การใช้งานจริง
- สนามทดสอบความเร็วและการควบคุม (Main Track)
เราได้ทดสอบรถซุปเปอร์คาร์ไฟฟ้าสุดล้ำรุ่น YangWang U9 บนสนามหลักความยาว 1,758 เมตร ที่มีทั้งโค้งซ้าย ขวารวม 9 โค้ง และทางตรงยาวถึง 550 เมตร ถูกใช้ทดสอบสมรรถนะ ความเร็ว และเสถียรภาพการควบคุมรถ
YangWang U9 สามารถเร่งความเร็วบนทางตรง และเข้าโค้งด้วยความนิ่ง แสดงให้เห็นชัดเจนว่ารถยนต์พลังไฟฟ้าในวันนี้ไม่ได้หมายถึงแค่ความแรง แต่คือการควบคุมที่แม่นยำในทุกจังหวะ
- ลานอเนกประสงค์ (Multi-Function Area)
เป็นพื้นที่ขนาด 170 × 90 เมตร ถูกออกแบบให้รองรับการทดสอบแบบ Slalom และ Gymkhana เพื่อทดสอบการเปลี่ยนทิศทางของรถได้อย่างรวดเร็วต่อเนื่อง เป็นบททดสอบระบบพวงมาลัย ช่วงล่าง และการตอบสนองของรถ
ในโซนนี้เราได้ทดสอบรถรุ่น BYD Sealion 5 บ่งบอกถึงความคล่องตัว ไปจนถึงความมั่นใจในการควบคุม แม้ในจังหวะที่ต้องหักหลบกะทันหัน
- สนามพื้นผิวแรงเสียดทานต่ำ (Low-Friction Circular Track)
หนึ่งในโซนที่เรียกความสนใจจากสื่อมวลชนได้ไม่น้อย คือสนามจำลองถนนลื่น ใกล้เคียงสภาพน้ำแข็งหรือหิมะบนพื้นคอนกรีตขัดเงาเปียกน้ำ รูปแบบสนามเป็นโค้งวงกลมแรงเสียดทานต่ำ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 44 เมตร มาพร้อมกับระบบควบคุมฉีดละอองน้ำบางระดับมิลลิเมตร และยังจำลองสถานการณ์การสูญเสียการควบคุมจริง
ผู้ขับสามารถเรียนรู้ทักษะการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน และทักษะเอาตัวรอดได้จากด่านนี้ รถยนต์ที่ใช้ทดสอบอย่างรุ่น Seal และ Han L สามารถควบคุมให้ดริฟต์ได้อย่างมั่นคง สะท้อนศักยภาพของระบบควบคุมไฟฟ้าและเสถียรภาพได้อย่างชัดเจน แม้ในสถานการณ์ที่ล้อเริ่มเสียการยึดเกาะ แสดงให้เห็นถึงแนวคิดความปลอดภัยที่พิสูจน์ได้
- โซนออฟโรดครบรูปแบบ (Off-Road Area)
สนามทดสอบแห่งนี้ยังมีพื้นที่โซนออฟโรดกว่า 27 ด่าน จำลองเส้นทางชื่อดังทั่วประเทศจีน ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นจนถึงขั้นสูง บนพื้นที่กว่า 15,000 ตารางเมตร ถูกอัดแน่นด้วยอุปสรรคทุกรูปแบบ ตั้งแต่ทางลาดชันสูงสุด 42 องศา ทางหิน ทางร่องลึก ทางน้ำ ไปจนถึงทางไขว้ล้อ
เราได้ทดสอบด่านนี้ด้วยรถยนต์รุ่น Fangchengbao Bao 5 เทสระบบช่วงล่างและระบบขับเคลื่อนขั้นสูง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพอย่างเต็มที่ โดนผ่านแต่ละด่านไปได้อย่างมั่นคงและควบคุมได้อย่างปลอดภัย
- ระบบจอดรถอัจฉริยะ (Intelligent Parking Area)
อีกหนึ่งโซนที่สะท้อนการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน คือการทดสอบระบบ Easy 3/4 Way Parking ของ Denza N9 ตั้งแต่การจอดในช่องแคบ ทางตัน ไปจนถึงการจอดรถด้วย Remote Parking นี่คือภาพของเทคโนโลยีที่ไม่ได้โชว์ความล้ำเพียงอย่างเดียว แต่ตอบโจทย์ปัญหาที่ผู้ใช้รถต้องเจอทุกวัน
- สระทดสอบการลอยน้ำ (Floating Water Pool)
ด่านนี้เป็นสระน้ำขนาด 70 × 20 เมตร ลึก 2 เมตร ถูกใช้แสดงความสามารถพิเศษของรถยนต์รุ่น Yangwang U8 ในการลอยน้ำและเคลื่อนตัวในสถานการณ์น้ำท่วม แม้จะเจอเหตุฉุกเฉินแต่ก็สามารถพาผู้ขับขี่กลับขึ้นฝั่งได้อย่างปลอดภัย ออกแบบมาเพื่อเหตุการณ์ไม่คาดคิดซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ในชีวิตจริง
- เนินภูเขาทรายจำลอง (Suspended Sand Slope)
ไฮไลต์ขั้นสุดของสนามแห่งนี้ คือเนินทรายความสูงแนวดิ่ง 29.6 เมตร ความชัน 28 องศา ที่ได้รับการบันทึกสถิติโลก Guinness World Records ในฐานะเนินทรายในสนามทดสอบที่สูงและใหญ่ที่สุด
ด่านนี้ยังใช้เป็นรถยนต์รุ่น Yangwang U8 ไต่ขึ้นเนินสูงนี้และขับเคลื่อนลงมาได้อย่างแม่นยำ ไม่ใช่แค่การโชว์พลัง แต่คือการตอกย้ำศักยภาพระบบขับเคลื่อนในสภาพแวดล้อมที่มีความท้าทายอย่างมาก
ทั้งหมดนี้คือรายละเอียดของโรงงานและสนามทดสอบรถ BYD ที่เมืองเจิ้งโจว นอกจากนี้ในช่วงต้นปีหน้า BYD ยังเตรียมเปิดสนามแห่งใหม่ที่เมืองเส้าซิง พร้อมแผนพัฒนาฐานทดสอบออฟโรดธรรมชาติในภาคตะวันออกของจีน บนพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ ผสานการขับขี่ออฟโรดเข้ากับการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ อีกทั้ง BYD ยังร่วมกับสหพันธ์ยานยนต์และมอเตอร์สปอร์ตจีน เปิดตัวโครงการ “New Track Program” เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงวัฒนธรรมมอเตอร์สปอร์ต และผลักดันเป้าหมายหนึ่งล้านคนลงสนามแข่งอีกด้วย
สำหรับ TODAY Bizview การเยี่ยมชม BYD Zhengzhou Factory และ BYD Zhengzhou International Circuit ไม่ใช่เพียงกิจกรรมทดลองขับ แต่เราได้เห็นแนวคิดการพัฒนายานยนต์ของ BYD อย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่ความปลอดภัย เทคโนโลยีอัจฉริยะ ไปจนถึงการใช้งานจริงในทุกสภาพถนน
โรงงานและสนามแห่งนี้จึงไม่ใช่แค่พื้นที่ทดสอบรถ แต่เป็นห้องเรียนขนาดใหญ่ของ BYD ที่ทำให้เทคโนโลยียานยนต์พลังงานใหม่ ไม่ได้อยู่แค่บนสเปกหรือเวทีเปิดตัว แต่ถูกพิสูจน์ผ่านประสบการณ์จริง ก่อนส่งต่อสู่ผู้ใช้ทั่วโลก