ทำความรู้จักเจ้าหญิงหิมะ “ไอลีน กู่” นักกีฬาหญิงที่ “เริ่ด” ที่สุดในโลกตอนนี้
นาทีนี้ ไม่ว่า ไอลีน กู่ (Eileen Gu) หรือชื่อจีนคือ "กู่อ้ายหลิง" ไปที่ไหน แฟนคลับจะตามไปที่นั่นเสมอ เช่นเดียวกับกองทัพสื่ออีกมากมาย
ด้วยผลงาน 6 เหรียญรางวัลในกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว ซึ่ง 3 ใน 6 เหรียญนี้คือ เหรียญทอง ส่งให้เธอกลายเป็นนักสกีฟรีสไตล์ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในประวัติศาสตร์โอลิมปิก
แต่เธอเป็นมากกว่าแค่นักกีฬา สาวน้อยวัย 22 ปี แต่เธอคือซูเปอร์สตาร์ระดับโลกที่ไม่น่าเชื่อว่าจะอัจฉริยะไปเสียทุกด้าน และมีเงินในบัญชีมหาศาลจนคุณต้องตาค้าง
ในกีฬาโอลิมปิก ฤดูหนาว 2022 ที่ปักกิ่ง ไอลีน กู่ โด่งดังสุดขีด จนคนทั้งประเทศจีนตกหลุมรัก ในฐานะ "เจ้าหญิงหิมะ" เพราะเธอคือ "โปสเตอร์เกิร์ล" หรือหน้าตาของการแข่งขันที่แท้จริง และเธอทำผลงานได้อย่างไร้ที่ติ
กู่ สร้างประวัติศาสตร์เป็นแชมป์โอลิมปิกที่อายุน้อยที่สุดในประเภท Big Air และ Halfpipe ด้วยวัยเพียง 18 ปี และเป็นคนแรกที่คว้า 3 เหรียญในการแข่งขันครั้งเดียว
รวมกับอีกเหรียญเงินที่ทำได้ในประเภท Slopestyle ทำให้นิตยสาร Time ได้ยกย่องให้เธอเป็น 1 ใน 100 บุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก
ในโอลิมปิก ฤดูหนาว ที่มิลาน-คอร์ตินา ประเทศอิตาลี ซึ่งเพิ่งรูดม่านปิดฉากไป การคว้า 1 ทอง 1 เงิน 1 ทองแดง ทำให้ กู่ กลายเป็นนักสกีฟรีสไตล์ที่คว้าเหรียญรางวัลในโอลิมปิกมากได้ที่สุดในประวัติศาสตร์ ไปเรียบร้อยแล้ว
"ฉันแค่ชอบที่จะเป็นที่หนึ่ง ฉันอยากเป็นแบบนั้นมาตลอด" เธอ กล่าว
"ตอนอยู่อนุบาล ฉันอยากเก่งเลขที่สุด จากนั้นก็อยากเข้าไฮสกูลที่ดีที่สุด อยากได้คะแนนสูงที่สุด อยากเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำ และอยากเป็นนักสกีที่เก่งที่สุดเท่าที่จะเป็นได้"
"พอฉันอยากลงแข่งทุกรายการ ฉันก็อยากจะชนะมันให้หมด พอคุณได้ลิ้มรสความสำเร็จแล้ว มันเหมือนอาการเสพติด"
กู่ ไม่ได้ประสบความสำเร็จ แค่ในสนาม และไม่ว่าจะตอนใส่สกีหรือไม่ เธอคือ "ตัวจริง" ในทุกบทบาท
เธอเกิดในแคลิฟอร์เนีย เติบโตมากับคุณพ่อชาวอเมริกันและคุณแม่ชาวจีน เข้าเรียนโรงเรียนเอกชนในซานฟรานซิสโก
กู่ สอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง "สแตนฟอร์ด" ได้ด้วยคะแนน 1,580 เต็ม 1,600 ทำให้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มท็อป 1% ของโลกเท่านั้นที่ทำได้ และยังจบมัธยมปลายก่อนเกณฑ์ 1 ปี เพื่อทุ่มเทให้โอลิมปิก 2022
ที่สแตนฟอร์ด เธอเรียนเอก ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (International Relations) ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทของเธอที่ต้องอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างจีนและสหรัฐ
เธอยังมีความสนใจด้านวิทยาศาสตร์ โดยในช่วงปีแรกๆ เธอลงเรียนวิชา ฟิสิกส์ควอนตัม (Quantum Physics) เพราะอยากท้าทายสมอง และเธอมักจะเปรียบเทียบการหมุนตัวกลางอากาศกับการคำนวณทางฟิสิกส์เสมอ
ปัจจุบันเธอกำลังอยู่ในช่วงพักการเรียนเพื่อจริงจังกับโอลิมปิกครั้งนี้
นอกจากนี้ภาษาอังกฤษ เธอยังพูดภาษาจีนกลางได้อย่างคล่องแคล่ว ตอนเด็กๆ เธอมักจะใช้เวลาช่วงฤดูร้อนที่ปักกิ่งเสมอ ทำให้เธอมีความเป็นจีนพอๆ กับอเมริกันชน
ปี 2019 ขณะอายุเพียง 15 ปี กู่ ตัดสินใจเปลี่ยนจากการเล่นให้ทีมชาติสหรัฐ มาลงแข่งขันในนามทีมชาติจีน เพราะหวังจะสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนนับล้านในปักกิ่ง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของแม่เธอ
ไม่ว่าเหตุผลในการตัดสินใจครั้งนี้คืออะไร แต่มันคือการตัดสินใจที่สร้างกำไรให้เธอมหาศาล
เดือนธันวาคมที่ผ่านมา Forbes จัดอันดับให้ กู่ เป็นนักกีฬาหญิงที่มีรายได้สูงที่สุดเป็นอันดับ 4 ของปี 2025 ตามหลังเพียงนักเทนนิสระดับโลกอย่าง โคโค กอฟฟ์, อารีนา ซาบาเลนกา และ อิกา ชวอนเต็ก
แต่ที่แตกต่างคือ ในรายได้ 23.1 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 830 ล้านบาท) ของเธอในปีที่ผ่านมา มีเพียงประมาณ 1 แสนดอลลาร์เท่านั้นที่เป็นเงินรางวัลจากการแข่งขัน
ส่วนที่เหลือมาจากสัญญาพรีเซ็นเตอร์กับแบรนด์ดัง เช่น Red Bull, Porsche และ Tiffany & Co
ด้วยรูปร่างหน้าตาที่สมบูรณ์แบบ กู่ ยังเคยเดินแบบให้แบรนด์หรูอย่าง Louis Vuitton และ Victoria's Secret รวมถึงเซ็นสัญญากับเอเจนซี่นางแบบระดับโลกอย่าง IMG
การเลือกรับใช้ชาติจีนนำมาซึ่งเสียงวิจารณ์อย่างหนักใส่เธอ
ไม่ใช่แค่เรื่องการแข่งขันของ 2 มหาอำนาจเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน แต่รวมถึงประเด็นการปกครองแบบคอมมิวนิสต์และประวัติสิทธิมนุษยชนของจีน ซึ่งแม้กระแสจะซาไปบ้าง แต่มันกลับมาประทุอีกครั้งในโอลิมปิก ฤดูหนาว ที่อิตาลี ซึ่งเพิ่งปิดฉากไป
ในช่วงเริ่มการแข่งขัน ฮันเตอร์ เฮสส์ นักสกีฟรีสไตล์ชาวอเมริกัน ได้ออกมาวิจารณ์การทำงานของหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE) ของสหรัฐ หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ ICE สังหารพยาบาลและชาวมินนิโซตา จนเกิดการประท้วงวงกว้าง
เมื่อถูกถามถึงการเป็นตัวแทนทีมชาติสหรัฐ เฮสส์ ตอบว่า "มันพูดยากครับ แค่ผมติดธงที่หน้าอก ไม่ได้หมายความว่าผมเห็นด้วยกับทุกอย่างที่เกิดขึ้นในอเมริกา"
ทำให้ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ถึงกับปรี๊ดแตก และตอบโต้ เฮสส์ ว่าเป็น "ไอ้ขี้แพ้"
แต่ ไอลีน กู่ กลับออกมาปกป้อง เฮสส์ โดยกล่าวว่า "ในฐานะคนที่เคยตกอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งมาก่อน ฉันเห็นใจนักกีฬาเหล่านั้นมาก"
คำพูดนี้ยิ่งทำให้เหล่านักวิจารณ์โกรธแค้น เพราะ กู่ เลือกที่จะวิจารณ์ ทรัมป์ แต่กลับไม่เคยปริปากวิจารณ์จีน
อดีตผู้เล่นเอ็นบีเออย่าง เอเนส เคนเตอร์ ฟรีดอม เรียกเธอว่าเป็น "คนทรยศ" พร้อมระบุว่าเธอเกิดและโตในอเมริกา แต่กลับเลือกเล่นให้ประเทศที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน
"คุณไม่มีสิทธิมาเสวยสุขกับเสรีภาพของความเป็นพลเมืองอเมริกัน ในขณะที่ทำตัวเป็นกระบอกเสียงโฆษณาชวนเชื่อให้พรรคคอมมิวนิสต์จีน" ฟรีดอม ทวีตลงใน X
แต่เมื่อนิตยสาร Time ถามถึงเรื่องสิทธิมนุษยชนในจีน กู่ กลับตอบเพียงว่า "ฉันไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้ ฉันไม่ได้หาข้อมูลมา และฉันคิดว่ามันไม่ใช่ธุระของฉัน"
กู่ มีผู้ติดตามใน Instagram 2.6 ล้านคน และมีคนกดไลก์ใน TikTok ถึง 11.7 ล้านครั้ง
ในโอลิมปิก ฤดูหนาว 2026 ไม่มีนักกีฬาคนไหนจะมีแฟนคลับล้นหลามเท่าเธอ แฟนๆ ในชุดสีแดงของจีน จะเข้าแถวรอที่สนาม และตะโกนเชียร์ทุกการเคลื่อนไหวของเธอ
หลังจบการแข่งขันทุกรอบ กู่ จะตรงไปหา เหยียน คุณแม่ของเธอ เพื่อดูรีวิวผลงานของตัวเองในวิดีโอที่คุณแม่บันทึกไว้
เหยียน คุณแม่ของ กู่ นั้น ก็ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะเธอเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จและเลี้ยงลูกมาเพียงลำพังอย่างกล้าหาญ
คุณแม่จึงเป็นคนแรกที่ กู่ จะเข้าไปหาเสมอ ไม่ว่าชนะหรือแพ้
ในรอบชิงชนะเลิศการแข่งขัน Big Air เมื่อวันจันทร์ที่แล้ว มีคนตาดีเห็นว่า แม่ของเธอนั่งชมการแข่งขันข้างๆ โธมัส บาค อดีตประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ด้วย
หลังการแข่งขันทุกครั้ง กู่ จะกลายเป็นเป้าหมายของกองทัพสื่อ ที่มารอทำข่าวเธอ ซึ่งเธอก็ต้อนรับอย่างสุภาพและสง่างาม แต่สิ่งที่เป็นไวรัลที่สุดคือคำตอบของเธอในงานแถลงข่าว เมื่อไม่นานมานี้
เมื่อนักข่าวถามว่าเธอรู้สึกไหมว่า "2 เหรียญเงิน" ที่ได้มาก่อนหน้านี้ คือการ "เสียเหรียญทอง" ไป?
เธอตอบกลับว่า "ฉันคือนักสกีหญิงที่คว้าเหรียญรางวัลมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ฉันว่านั่นคือคำตอบที่ชัดเจนในตัวมันเองอยู่แล้ว"
"การได้เหรียญโอลิมปิกคือจุดเปลี่ยนชีวิตของนักกีฬา แต่การทำให้ได้ถึง 5 ครั้ง (สัมภาษณ์ก่อนจะได้เหรียญที่ 6) มันยากขึ้นเป็นทวีคูณ เพราะในขณะที่แต่ละเหรียญยากเท่าเดิม แต่ความคาดหวังของทุกคนสูงขึ้นเรื่อยๆ"
"ดังนั้นไอ้เรื่องที่ว่าเสียเหรียญทองไปเนี่ย พูดตรงๆ ฉันว่ามันเป็นมุมมองที่ค่อนข้างไร้สาระ ฉันได้โชว์สกีที่เก่งที่สุด ทำสิ่งที่ไม่มีใครเคยทำได้มาก่อน แค่นี้มันก็ดีเกินพอแล้ว ขอบคุณค่ะ"
ความสำเร็จของ กู่ ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย ความจริงจังของเธอนั้นอยู่ในระดับสูงสุด และในโอลิมปิกครั้งนี้ เธอนำสกีติดตัวมาด้วยถึง 21 คู่ หรือ 7 คู่ต่อการแข่งขัน 1 ประเภท ทั้งที่ปกติคนอื่นใช้แค่ 2-3 คู่เท่านั้น
จากการที่ต้องลงแข่งหลายรายการ ทำให้เธอมีปัญหาเรื่องตารางการฝึกซ้อมจนเคยออกมาตัดพ้อ สมาพันธ์สกีและสโนว์บอร์ดนานาชาติ (FIS) ว่าการที่เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ลงแข่ง 3 ประเภท ไม่ควรจะเป็นเหตุให้เธอเสียเปรียบเรื่องเวลาฝึกซ้อม
แต่ทาง FIS ก็ชี้แจงว่า "ปัญหาเรื่องตารางเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้สำหรับนักกีฬาที่ลงแข่งหลายรายการ"
ในรอบชิงชนะเลิศประเภท Halfpipe ที่เป็นแชมป์เก่า กู่ ผ่านเข้ารอบมาในอันดับ 5 เท่านั้น แถมในการเล่นครั้งแรก เธอยังพลาดล้ม
แต่ กู่ ก็พิสูจน์ความเป็นแชมป์ ด้วยการทำคะแนน 94.00 ในครั้งที่ 2 และปิดท้ายด้วยคะแนน 94.75 ในครั้งสุดท้าย ทำให้ป้องกันแชมป์ไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เธอกล่าวทิ้งท้ายอย่างน่าประทับใจว่า "ฉันไม่ใช่คนชอบเล่นการพนันนะคะ แต่ถ้าต้องพนัน ฉันขอวางเดิมพันครั้งใหญ่ไว้ที่ตัวฉันเองนี่แหละ"
"มันมีโอกาสที่ทุกอย่างจะพังพินาศ และฉันอาจจะกลับบ้านมือเปล่าเพราะพยายามทำมากเกินไป แต่ในหัวของฉันคิดแค่ว่า ต่อให้มันล้มเหลวไม่เป็นท่า แต่อย่างน้อยฉันก็ได้ลอง และฉันจะไม่เสียใจที่ได้ลองเลย"
"อย่าไปกลัวที่จะลอง โดยเฉพาะผู้หญิงรุ่นใหม่ อย่าไปกังวลว่าคนจะหัวเราะเราไหม เราจะดูโง่ไหม หรือมันจะเป็นไปได้ไหม"
"แค่เชื่อมั่นในตัวเอง ถ้ามันไม่ได้ผลก็ไม่เป็นไร แต่ใครจะรู้ล่ะ ลองทำให้เต็มที่ดูสิ เราอาจจะไปไกลถึงดวงดาวเลยก็ได้"
นี่แหละความเป็นตัวตนของเธอ ไอลีน กู่ นักกีฬาหญิงที่เริ่ดที่สุดในโลกตอนนี้.