โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

'ทบ.' โต้เฟกนิวส์ ปมชายแดนไทย-กัมพูชา ยืนยันไม่ใช้กำลังเกินเหตุ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่รายงานข่าวในเพจเฟสบุ๊ก The New York Editorial เมื่อ 20 ก.พ. 69 อ้างประเทศไทยละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และใช้กำลังเกินกว่าเหตุ โดยยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าวนอกจากจะขาดแหล่งอ้างอิงที่ชัดเจนแล้ว ยังมีเนื้อหาบิดเบือนที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในพื้นที่ โดยมีลักษณะเป็นการรับฟังข้อมูลจากฝ่ายกัมพูชาเพียงด้านเดียว ซึ่งมักมีการนำเสนอข่าวอันเป็นเท็จต่อนานาชาติมาโดยตลอด เพื่อให้สังคมได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง

พล.ต.วินธัย กล่าวว่าประเด็นที่อ้างว่าฝ่ายไทยยกระดับจนสร้างความเสียหายรุนแรง เพื่อใช้ข้อพิพาทชายแดนเป็นเพียงเพื่อหวังผลชนะการเลือกตั้งในกทม. ขอยืนยันว่ากองทัพบกยึดถือและปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด โดยปฏิบัติการทางทหารพิจารณาตามระดับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ตามกฎการใช้กำลัง และเป็นการใช้สิทธิป้องกันตนเองโดยชอบธรรมตามมาตรา 51 แห่งกฎบัตรสหประชาชาติ ซึ่งเมื่อพบภัยคุกคามด้านความมั่นคงที่เกิดขึ้น กองทัพบกต้องดำเนินการตามหน้าที่และสิทธิที่พึงมี และไม่เกี่ยวข้องกับการใช้ข้อพิพาทเพื่อมุ่งหวังผลชนะการเลือกตั้ง

พล.ต.วินธัย กล่าวต่อว่าส่วนประเด็นที่กล่าวหาว่าไทยใช้กำลังเกินกว่าเหตุ จากกรณีทหารไทยเหยียบกับระเบิดบาดเจ็บเพียงนายเดียว ไทยกลับตอบโต้ด้วยเครื่องบินรบ F-16 และการโจมตีทางอากาศนั้น การปฏิบัติการทางการทหารของไทยไม่ใช่การตอบโต้เพียงเพราะกรณีทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดตามที่ถูกกล่าวอ้าง แต่เกิดจากการที่ฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้เปิดฉากใช้อาวุธหนักโจมตีใส่กำลังทหารและพื้นที่พลเรือนของไทยก่อน รวมทั้งมีการใช้พื้นที่พลเรือนและแหล่งอาคารในชุมชนต่างๆ เป็นที่ปฏิบัติการทางทหาร

"ทำให้กองทัพไทยมีความจำเป็นต้องขอรับการสนับสนุนอากาศยาน เอฟ-16 ร่วมปฏิบัติภารกิจ เพื่อทำลายขีดความสามารถในการโจมตีของฝ่ายกัมพูชา โดยยืนยันว่าไทยมุ่งเน้นเฉพาะเป้าหมายทางทหาร ที่เป็นภัยคุกคามต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ ซึ่งฝ่ายไทยดำเนินการด้วยความระมัดระวังตามหลักความได้สัดส่วน เพื่อจำกัดความเสียหายให้อยู่เฉพาะในพื้นที่การรบเท่านั้น" พล.ต.วินธัย กล่าว

โฆษกกองทัพบก กล่าวต่อว่าขณะที่ระบุว่าไทยใช้อาวุธผิดกฎหมาย กรณีระเบิดพวง เป็นเหตุให้เด็กชาย เซิน โสวัณ วัย 10 ขวบ ในพื้นที่ปราสาทพระวิหารต้องเสียชีวิตอย่างน่าสลดนั้น เป็นการกล่าวหาที่บิดเบือน เพราะการเสียชีวิตของเด็กชายชาวกัมพูชานั้น จากการตรวจสอบพบว่าเป็นอุบัติเหตุจากการนำวัตถุระเบิดเก่ามาแกะเพื่อหาเศษโลหะนอกเขตพื้นที่ปะทะ ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการของไทยแต่อย่างใด ส่วนการใช้กระสุนปืนใหญ่ทวิประสงค์ ขนาด 155 มม. นั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อทำลายเป้าหมายทางทหาร ไม่ใช่ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ซึ่งจะพิจารณาใช้ตามความจำเป็น ใช้เฉพาะต่อเป้าหมายยุทโธปกรณ์ ยานพาหนะ และสิ่งปลูกสร้างเป็นหลัก

"ประเด็นปราสาทพระวิหาร กองทัพบกขอย้ำว่า ฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้จงใจใช้โบราณสถานเป็นฐานที่ตั้งอาวุธหนักเพื่อโจมตีไทย จนทำให้สถานที่ดังกล่าวสูญเสียสถานะการคุ้มครองตามอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ.1954 ซึ่งกัมพูชาต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายมนุษยธรรมนี้เอง" โฆษก กองทัพบก กล่าว

พล.ต.วินธัย กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ระบุว่าไทยใช้สงครามจิตวิทยาเปิดเสียงผีร้องไห้ และเพลงงานศพเพื่อสร้างความหวาดกลัวให้กับเด็กๆ นั้น ไม่ใช่ปฏิบัติการทางทหาร แต่เป็นการแสดงออกของพลเรือนไทยที่ไม่พอใจต่อการรุกล้ำอธิปไตย

โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ส่วนที่กล่าวหาว่าเป็นเกมการเมืองโดยรัฐบาลไทย ใช้สถานการณ์ชายแดน เป็นกลยุทธ์ในการหาเสียงเพื่อชนะการเลือกตั้ง นั้น กองทัพบกยืนยันไม่ใช่เกมการเมืองเพราะ ภารกิจการปกป้องรักษาอธิปไตยจากการถูกรุกล้ำ และการดูแลความปลอดภัยของประชาชน เป็นบทบาทโดยตรงของกองทัพบกตามกฎหมาย ในฐานะข้าราชการประจำภายใต้การกำกับดูแลจากระดับนโยบาย หรือรัฐบาล ซึ่งช่วงเกิดเหตุ ทุกรัฐบาลก็มีการกำกับดูแล และให้การสนับสนุนตามแนวทาง จึงไม่เกี่ยวข้องกับการหาเสียงเพื่อเป้าหมายทางการเมือง
"ที่บอกว่าประชาชนของกัมพูชาเกือบ 98,000 คน ยังคงต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่นนั้น เป็นข้อมูลเท็จ เพราะในบริเวณเขตพื้นที่ 3 หมู่บ้าน ในจังหวัดสระแก้ว ที่ถูกประชาชนกัมพูชาบุกรุกมาตั้งแต่สมัยอดีต จะมีอยู่รวมกันไม่เกิน 1,000 ครัวเรือน หากนับเป็นรายบุคคลน่าจะอยู่ราวๆ หลักหลายพันคนเท่านั้น ทั้งนี้กรณี 3 หมู่บ้านกัมพูชาก็ทราบมาตลอดว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ของประเทศไทย ที่ในอดีตไทยเคยได้ให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยจากการสู้รบของกัมพูชาเข้ามาพักพิง แต่เมื่อสงครามเสร็จสิ้น ประชาชนและทหารกัมพูชากลับไม่เดินทางกลับประเทศของตน ซ้ำยังมีการขยายชุมชนรุกล้ำเขตอธิปไตยของไทยอย่างต่อเนื่อง" โฆษก กองทัพบก ระบุ

พล.ต.วินธัย กล่าวย้ำด้วยว่าส่วนที่ตั้งคำถามถึงประชาคมโลก จะให้ไทยรับผิดชอบต่อเรื่องที่เกิดขึ้น หากพิจารณาเหตุผลจากองค์ประกอบอย่างรอบด้าน ผู้ที่จะต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบ ควรเป็นฝ่ายกัมพูชา เพราะเป็นฝ่ายเริ่มต้น โดยเฉพาะใช้อาวุธยิงระยะไกลทำร้ายประชาชนคนไทย มีหลักฐานและข้อพิสูจน์สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจน โดยฝ่ายไทยดำเนินการตอบโต้ไปตามหลักแนวทางของสากล ภายใต้สัดส่วนที่เหมาะสม โดยเฉพาะไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนของทั้งสองประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...