โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘อังคณา-สุณัย’ ผิดหวังกสม.ยืนไม่รับอุทธรณ์ถูกคุกคามออนไลน์ ปมแสดงความเห็นเหตุขัดแย้ง ‘ไทย-กัมพูชา’

เดลินิวส์

อัพเดต 15 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 23.14 น. • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
‘อังคณา-สุณัย’ ผิดหวัง กสม.ยืนไม่รับอุทธรณ์ถูกคุกคามออนไลน์ ปมแสดงความเห็นเหตุขัดแย้ง ‘ไทย-กัมพูชา’ ชี้สะท้อนขาดความกล้าหาญในฐานะสถาบันสิทธิฯ ระดับชาติ จ่อรายงาน UN ให้ทบทวนสถานะสิทธิมนุษยชนไทยรอบใหม่

เมื่อวันที่ 15 ก.พ. นางอังคณา นีละไพจิตร สว. ในฐานะผู้หญิงนักปกป้องสิทธิฯ และอดีตผู้เชี่ยวชาญสหประชาชาติ กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ไม่รับหนังสืออุทธรณ์ขบวนผู้หญิงนักเคลื่อนไหวปกป้องสิทธิฯ ยื่นให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีตนถูกคุกคามออนไลน์ จากการแสดงความเห็นต่อสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ว่า รู้สึกผิดหวังต่อการที่ กสม. ยืนยันคำวินิจฉัยไม่รับอุทธรณ์เพื่อการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณีนักปกป้องสิทธิมนุษยชนถูกคุกคาม การไม่ดำเนินการตรวจสอบอย่างเป็นทางการในกรณีที่มีลักษณะร้ายแรงเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการละเลยต่อหน้าที่สำคัญของสถาบันสิทธิมนุษยชนระดับชาติตามหลักการปารีส (Paris Principles)

“สิ่งที่ผู้ร้องได้ร้องเรียน คือ ให้ กสม. ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่การประสานการคุ้มครอง โดยการโยนเรื่องให้หน่วยงานอื่น เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ดำเนินการให้ความคุ้มครองแก่ผู้เสียหายแล้ว” นางอังคณา กล่าว

นางอังคณา กล่าวว่า ตามหลักการปารีส สถาบันสิทธิมนุษยชนระดับชาติต้องปฏิบัติต้องหน้าที่อย่างอิสระ เป็นกลาง เป็นธรรม และไม่ลำเอียง พร้อมทั้งต้องกล้าใช้อำนาจตรวจสอบเมื่อมีข้อกล่าวหาการละเมิดสิทธิที่ร้ายแรงเกิดขึ้น ในทางปฏิบัติ กสม. สามารถดำเนินการประสานการคุ้มครองกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควบคู่ไปกับการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้โดยไม่จำเป็นต้องเลือกทำเพียงด้านใดด้านหนึ่ง ตนตั้งข้อสังเกตว่าหน่วยงานที่ กสม. ระบุว่าได้ประสาน เช่น สตช. สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นั้น ได้ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของตนอยู่แล้วก่อนที่ กสม. จะขอประสานการคุ้มครอง ดังนั้น การอ้างการทำหน้าที่ประสานงานดังกล่าวมาเป็นเหตุผลในการไม่ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน จึงไม่อาจถือเป็นเหตุผลที่รับฟังได้ และขัดต่อการทำหน้าที่ของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตามหลักการปารีส และขัดต่อคำมั่นที่ให้ไว้กับองค์การสหประชาชาติในการทำหน้าที่ปกป้องและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นอิสระ

นางอังคณา กล่าวต่อว่า การแถลงข่าวและเผยแพร่ข่าวแจกต่อสื่อมวลชนของ กสม. อาจเป็นการเปิดพื้นที่ให้มีการกระทำซ้ำในการแสดงความคิดเห็นที่สร้างความเกลียดชัง คุกคาม รวมถึงการลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้เสียหายทั้ง 2 ในโลกออนไลน์อีก ซึ่งตนมองว่าการกระทำของ กสม. เป็นการผลิตซ้ำความรุนแรงต่อเหยื่อที่เป็นนักปกป้องสิทธิมนุษยชน และยิ่งซ้ำเติมบรรยากาศของความกลัว และความไม่ปลอดภัยให้มากขึ้นไปอีก และเรื่องนี้อาจถูกหยิบยกมาพิจารณาในการทบทวนสถานะของสถาบันสิทธิมนุษยชนทั่วโลกที่จะเกิดขึ้นในต้นปีหน้า

ด้านนายสุณัย ผาสุก นักวิจัยอาวุโสประจำประเทศไทย องค์การฮิวแมนไรท์วอทช์ กล่าวว่า การที่ กสม. มีมติยืนยันไม่รับอุทธรณ์กรณีการคุกคามตน และนางอังคณา เป็นเรื่องน่าผิดหวังอย่างยิ่ง เพราะคำตอบของ กสม. เท่ากับยืนยันว่าไม่มีมาตรการที่เป็นรูปธรรมในการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ความคุ้มครองที่ตนและนางอังคณาได้รับ ไม่ได้เกิดจากการดำเนินการของ กสม. แต่อย่างใด หากเกิดจากการร้องเรียนโดยตรงต่อ สตช. จน ผบ.ตร.เสนอให้การคุ้มครอง และมีการประสานงานกับตำรวจท้องที่และตำรวจสันติบาลเพื่อจัดมาตรการดูแลความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง พูดง่าย ๆ ว่า การที่ตนยังปลอดภัยมาจนถึงทุกวันนี้ ไม่ได้เป็นผลจากการกระทำของ กสม. เลย

นายสุณัย กล่าวต่อว่า ตั้งข้อสังเกตว่าการที่ กสม. อ้างว่าได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานกำกับดูแลสื่อ เช่น กสทช. ไม่อาจถือเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการคุ้มครองที่เป็นมาตรฐานได้ เพราะไม่ปรากฏผลลัพธ์เชิงรูปธรรมใด ๆ ทั้งยังไม่มีการนำผู้ได้รับผลกระทบเข้าไปร่วมพูดคุยในกระบวนการดังกล่าว พร้อมตั้งคำถามว่า ภายหลังการหารือ มีมาตรการใดจัดการกับสื่อหรือบุคคลที่โหมกระพือความเกลียดชัง การล่าแม่มด หรือการยุยงให้ใช้ความรุนแรงหรือไม่ ซึ่งคำตอบคือไม่มี

“นอกจากไม่ทำอะไรแล้ว ยังมาเคลมเครดิตกับกิจกรรมที่ไม่ได้ส่งผลในการสร้างความปลอดภัยให้เหยื่อของการล่าแม่มด การคุกคาม และการขู่ฆ่า” นายสุณัย กล่าว และว่าอย่านำการคุ้มครองที่ตนและนางอังคณาได้รับไปอ้างว่าเป็นผลงานของ กสม. เพราะเป็นผลจากการดำเนินการของภาคประชาชนและการร้องเรียนโดยตรงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นายสุณัย กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ กสม. อ้างว่าได้เข้าไปให้ข้อมูลกับคณะกรรมาธิการในวุฒิสภานั้น เวทีดังกล่าวไม่ได้มีมาตรการที่เป็นรูปธรรม และไม่มีการระบุชัดเจนว่าตนเป็นนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ขณะที่แถลงการณ์ฉบับแรกของ กสม. ก็ไม่ได้ระบุชื่อของตนหรือนางอังคณาในการคุ้มครอง มีเพียงฉบับถัดมาที่ระบุชื่อ เนื่องจากมีการยื่นร้องเรียนโดยตรง กสม. ไม่ได้แจ้งล่วงหน้าถึงการออกแถลงการณ์หรือส่งสำเนาให้ตนและนางอังคณาทราบก่อน ทำให้ตนและนางอังคณาทราบเรื่องจากสื่อออนไลน์ และทำได้เพียงเข้าไปชี้แจงในช่องแสดงความคิดเห็นของเพจ กสม. เท่านั้น ทั้งนี้หลังการเผยแพร่แถลงการณ์ดังกล่าว อาจต้องติดตามว่ากระแสคุกคามในโลกออนไลน์จะทวีความรุนแรงขึ้นหรือไม่

นายสุณัย ยังกล่าวต่อว่า การคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนเป็นภารกิจพื้นฐานของสถาบันสิทธิมนุษยชนระดับชาติทั่วโลก แต่กรณีนี้สะท้อนความล้มเหลวของ กสม. ไทยในการทำตามมาตรฐานสากล ขอเตือนว่าประเทศไทยเคยถูกปรับลดสถานะของสถาบันสิทธิมนุษยชนมาแล้ว และเพิ่งฟื้นสถานะกลับมาได้ การตัดสินใจครั้งนี้อาจนำไปสู่คำถามในเวทีระหว่างประเทศอีกครั้ง ทั้งนี้ประเด็นการคุกคามตนและนางอังคณาจะถูกบรรจุในรายงานของฮิวแมนไรท์วอทช์เพื่อนำเสนอต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ในกระบวนการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของไทย (UPR) รอบใหม่ ซึ่งอาจทำให้กรณีนี้กลายเป็นประเด็นอ่อนไหวในเวทีโลก และนำไปสู่การตั้งคำถามต่อสถานะและความน่าเชื่อถือของ กสม. ในระดับนานาชาติอีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...