โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก ผักตบชวา ล้นคลอง ยาวเป็นกิโล สัญจรลำบาก วอนเข้ามาช่วยเหลือ

Khaosod

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก ผักตบชวา ล้นคลอง ยาวเป็นกิโล สัญจรลำบาก วอนเข้ามาช่วยเหลือ นึกถึงคนเจ็บป่วย หวั่นข้ามคลองไปรักษาไม่ทันการณ์

วันที่ 13 ก.พ.69 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เกี่ยวกับปัญหาเรื่องผักตบชวางอกงามจนแน่นลำคลองสาธารณะ ทำให้ชาวบ้านสัญจรทางเรือยากลำบาก อยากร้องเรียนผ่านสื่อให้ช่วยเป็นกระบอกเสียงให้กับชาวบ้านเพื่อสะท้อนความเดือดร้อนนี้ไปยังผู้เกี่ยวข้อง

ล่าสุดผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงในลำคลองท้องคุ้ง ในพื้นที่หมู่ 3 และหมู่ 4 ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ โดยพบว่าในลำคลองมีผักตบชวาขึ้นอยู่หนาแน่นยาวกว่า 1 กิโลเมตร ปกคลุมจนไม่เห็นผิวน้ำ ซึ่งคลองนี้มีลำคลองสาขาที่เชื่อมต่อได้อีกหลายคลอง และสามารถเดินทางทางน้ำด้วยเรือจากตัว อ.บางบ่อ มายังพื้นที่คลองด่าน รวมถึงสามารถใช้เรือเดินทางข้ามอำเภอข้างเคียงได้อีกด้วย ถือว่าเป็นคลองสายหลักที่หล่อเลี้ยงคนในชุมชน

ขณะที่เรือหางยาวที่ติดเครื่องยนต์ของชาวบ้านรายหนึ่ง พยามขับเรือฝ่าดงทึบของผักตบชวา แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถไปต่อได้ จนต้องดับเครื่องยนต์แล้วใช้ไม้พายพยามแหวกกอผักตบเพื่อเปิดทางเดินเรือ ซึ่งใช้เวลาหลายสิบนาทีกว่าจะเดินไปข้างหน้าได้ทีละเล็กทีละน้อย

ด้าน ยายก้อย บอกว่า ตนต้องใช้เรือพายข้ามมาทุกวัน พอในคลองมีผักตบชวาขนาดนี้ กว่าจะพายเรือไปถึงบ้านเหนือจนแทบจะเป็นลม ถ้าไม่พายเรือข้ามไปมาก็ไม่มีจะกิน ได้ยินว่ากรมชลประทานจะมาช่วย แต่ก็ยังเงียบอยู่

ส่วน นายจรินท์ ศรีพงษ์ กล่าวว่า ตนเป็นคนฝั่งข้ามคลอง ปกติออกมาจากบ้านใช้เวลาข้ามฝั่ง 5-10 นาที แต่ตอนนี้มีผักตบซึ่งหนาและแน่นมาก ต้องใช้เวลาพายเรือครึ่งชั่วโมงถึง 1 ชั่วโมงเลยทีเดียว สำหรับตนไม่ค่อยมีปัญหาเพราะยังแข็งแรง แต่เด็ก คนแก่ คนที่เจ็บ คนที่ป่วย คนที่จะไปหาหมอ ลองนึกสภาพว่าจะข้ามยังไง เคยโทรไปหาผู้ใหญ่ เขาก็บอกว่าประสานงานแล้วกำลังเร่งเต็มที่

ทางด้าน นายสุวรรณ ป้อมถาวร กล่าวว่า บ้านตนอยู่ฝั่งตรงข้าม ต้องพายเรือข้ามไปข้ามมาทุกวัน เพราะบ้านตนขายของ วันนึงต้องพายเรือไปกลับอย่างน้อย 5 รอบ ปกติถ้าไม่มีผักตบตนใช้เวลาพายเรือ 2-3 นาที แต่ตอนนี้ต้องใช้เวลาครึ่งชั่วโมงอย่างน้อย อยากให้ผู้เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลด้วย มาทำก่อนที่มันยังน้อยๆ ไม่ต้องรอให้มันเยอะ

ล่าสุด สำนักงานชลหารพิจิตร ซึ่งตั้งอยู่ท้ายน้ำของลำคลองสายนี้และเป็นหน่วยงานที่ชาวบ้านถามหาความรับผิดชอบในการแก้ปัญหาผักตบชวานี้ ได้เรียกประชุมด่วนระหว่างผู้นำชุมชนและตัวแทนชาวบ้าน ประกอบด้วย กำนันตำบลคลองด่าน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 และหมู่ 4 รวมถึง ตัวแทนชาวบ้านฝั่งน้ำจืดและชาวบ้านผู้เพาะเลี้ยงหอยแครงและกุ้งชายฝั่งน้ำเค็ม ได้ร่วมกันนั่งประชุมกับ นายสุกฤษฏิ์ สังขะวร หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน ชลหารพิจิตร เพื่อร่วมกันหาทางออกในการแก้ปัญหานี้

นายสุกฤษ์ฎิ์ เปิดเผยว่า สำหรับพื้นที่ที่มีผักตบชวาไหลมากองรวมกันจนหนาแน่นนี้ มาจากลำคลองสาขาต่างๆ ที่ไหลมารวมกันที่นี่ที่เดียว ประกอบกันเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ทำให้เกิดปัญหาผักตบชวาแน่นคลอง ที่ผ่านมาชลหารพิจิตรไม่ได้นิ่งนอนใจ นำเอาแบ๊กโฮบูมยาวไปคอยตัดผักตบชวามาโดยตลอด พร้อมทั้งนำเรือดันผักตบชวาเข้ามาช่วย ในการดันผักตบชวามาให้รถตัก แต่อาจจะไม่ทันกับปริมาณของผักตบชวาที่ไหลมากองรวมกันตามกระแสลม

ปัจจุบันได้ขอการสนับสนุนเรือโป๊ะขนาดใหญ่เข้ามาช่วยแล้ว 2 ลำ เพื่อบรรเทารถแบ๊กโฮ ขณะนี้อยู่ในระหว่างจัดเตรียมเครื่องจักรกลต่างๆ ส่วนการประชุมหารือกับตัวแทนชาวบ้านในครั้งนี้เพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหาด้วยการเปิดประตูระบายผักตบลงสู่ทะเล ซึ่งจะต้องวางแผนร่วมกันทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะชาวบ้านฝั่งน้ำเค็มที่จะได้รับผลกระทบการจากเปิดประตูระบายออกสู่ทะเล จึงต้องมีการวางแผนอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับเกษตรกรที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก ผักตบชวา ล้นคลอง ยาวเป็นกิโล สัญจรลำบาก วอนเข้ามาช่วยเหลือ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...