โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อัยการยื่นศาลแพ่งอายัดทรัพย์ทนายตั้ม 74 ล้านบาทซ้ำ ระหว่างรออุทธรณ์ ด้าน อสส. สั่งตั้งคณะทำงานสอบข้อเท็จจริง

THE STANDARD

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
อัยการยื่นศาลแพ่งอายัดทรัพย์ทนายตั้ม 74 ล้านบาทซ้ำ ระหว่างรออุทธรณ์ ด้าน อสส. สั่งตั้งคณะทำงานสอบข้อเท็จจริง

สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ศาลแพ่งได้มีคำพิพากษายกคำร้องของพนักงานอัยการ ที่ขอให้ริบทรัพย์สินของ ษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม และภรรยา มูลค่ารวม 74 ล้านบาท ในคดีฉ้อโกง จตุพร อุบลเลิศ หรือเจ๊อ้อย โดยศาลพิเคราะห์ว่าพยานหลักฐานยังมีน้ำหนักน้อย และมีคำสั่งให้คืนทรัพย์สินดังกล่าวนั้น

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าว่า เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ สุเทพ เยี่ยมศิริ อัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการคดีพิเศษ 2 ได้เดินทางไปยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งอีกครั้ง เพื่อขอให้มีคำสั่งคุ้มครองและอายัดทรัพย์สินที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว โดยพนักงานอัยการได้ระบุเหตุผลสำคัญประกอบคำร้อง ดังนี้:

  • ทรัพย์สินดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และความผิดฐานฟอกเงิน
  • ทรัพย์สินเป็นอสังหาริมทรัพย์และเงินฝากในบัญชีธนาคาร ซึ่งมีสภาพคล่องสูง สามารถโอน จำหน่าย ยักย้าย หรือซ่อนเร้นได้โดยง่าย

หากศาลไม่มีคำสั่งอายัดไว้ชั่วคราว และต่อมาศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้นำทรัพย์สินไปชดใช้คืนแก่ผู้เสียหาย จะทำให้ยากต่อการติดตามบังคับคดี ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้เสียหายโดยตรง

ทั้งนี้ การยื่นคำร้องดังกล่าวอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 59 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254(1) และมาตรา 260 เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ร้องในระหว่างการพิจารณาคดี

เบื้องต้น ศาลแพ่งได้มีคำสั่งอนุญาตให้อายัดทรัพย์สินของษิทราและพวก พร้อมดอกผล ไว้ชั่วคราว จนกว่าผลคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์จะออกมา

สำหรับผลของคำสั่งอายัดฉุกเฉินนี้จะมีกำหนดระยะเวลา 7 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ซึ่งกฎหมายฟอกเงินให้นำมาบังคับใช้โดยอนุโลม) อย่างไรก็ตาม หากพนักงานอัยการดำเนินการยื่นขอให้อายัดต่อศาลอย่างต่อเนื่อง ก็จะสามารถอายัดทรัพย์สินดังกล่าวไว้ได้ตลอดไปจนกว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น เหมือนกระบวนการในคดีแพ่งทั่วไป

นอกจากนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่า อัยการสูงสุด (อสส.) ได้รับทราบถึงกรณีที่ศาลแพ่งมีคำพิพากษายกคำร้องริบทรัพย์ในคดีนี้แล้ว และได้มีคำสั่งให้ตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น ในระหว่างที่รอการคัดถ่ายคำพิพากษาฉบับเต็มจากศาลแพ่ง โดยในวันนี้สุเทพ เยี่ยมศิริ ได้เดินทางเข้าชี้แจงรายละเอียดและข้อเท็จจริงการทำคดีต่อคณะทำงานดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...