โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัฐไม่ใช่ที่ทดลอง ส่องฉากทัศน์ พรรคส้ม ในมุมมอง ดร.สุวินัย

แนวหน้า

เผยแพร่ 04 ก.พ. เวลา 17.00 น.

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2669 ดร.สุวินัย ภรณวลัย นักเขียน และอดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ถ้าพรรคส้มได้เป็นรัฐบาล : ฉากทัศน์ของรัฐไทยภายใต้อัตวิสัยนิยมทางการเมือง

ให้โอกาสผมนะครับ
ผมไม่เคยขับเครื่องบินมาก่อนในชีวิต
พี่ให้โอกาส ผมสักครั้งนะครับ
ถ้าไม่ดี พี่ค่อยไล่ผมลง
ผมไม่เคยผ่าตัดมาก่อนในชีวิต
พี่เป็นรายแรก ลองดูนะครับ
ถ้าไม่ดี คราวหน้าผมจะไม่ผ่าอีก
ผมไม่เคยเป็นรัฐบาลมาก่อน
ให้โอกาสผมสักครั้งนะครับ
ถ้าไม่ดี คราวหน้าไม่ต้องเลือกผม
---
บทนำ : คำถามที่ไม่เกี่ยวกับความชอบหรือไม่ชอบพรรคส้ม
คำถามเดียวที่บทความนี้ตั้งคือ
ถ้ากรอบคิดแบบพรรคส้มได้อำนาจรัฐ
โครงสร้างของประเทศจะตอบสนองอย่างไร?
เพราะรัฐ
ไม่ใช่เวทีแสดงเจตนาดี
และไม่ใช่พื้นที่ทดลองความถูกต้องทางศีลธรรม
รัฐคือระบบ
และทุกระบบตอบสนองต่อ “โครงสร้างอำนาจ” ไม่ใช่ “ความตั้งใจ”
---
1. จุดตั้งต้นของหายนะ : เมื่อกรอบคิดของพรรคส้มไม่รับรู้ข้อจำกัดของระบบ
กรอบคิดหลักของพรรคส้ม
ไม่ได้ตั้งอยู่บนตรรกะการจัดการระบบ
แต่ตั้งอยู่บน 主体論 (จู่ถี่หลุ่น) หรืออัตวิสัยนิยมทางการเมือง
ซึ่งกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า
“ถ้าเราอยู่ข้างประชาชน
ถ้าเราท้าทายอำนาจเก่า
การตัดสินใจของเราย่อมชอบธรรมโดยนิยาม”
ปัญหาไม่ใช่ศีลธรรม
แต่คือ ญาณวิทยา
เพราะรัฐ
ไม่เคยถามว่าผู้ปกครอง “ตั้งใจดีแค่ไหน”
รัฐถามเพียงว่า
การตัดสินใจนั้นทำให้ระบบเดินต่อหรือไม่?
---
2. วันแรกที่พรรคส้มได้เป็นรัฐบาล : เงินยังไม่หนี แต่ ‘ความเชื่อมั่น’ เริ่มรั่ว
ในช่วงแรก
จะไม่มีวิกฤตทันที
ตลาดไม่พังในหนึ่งสัปดาห์
เงินไม่ไหลออกในหนึ่งเดือน
แต่สิ่งหนึ่งจะเกิดขึ้นทันทีคือ
ผู้มีอำนาจเชิงโครงสร้าง “หยุดรอดู”
- ทุนใหญ่ชะลอการลงทุน
- ข้าราชการระดับบนเข้าสู่โหมดป้องกันตัว
- หน่วยงานความมั่นคงเริ่มประเมินความเสี่ยงเชิงอุดมการณ์
ไม่ใช่เพราะ “ต่อต้านประชาธิปไตย”
แต่เพราะ ไม่สามารถล่วงรู้เจตนาของรัฐบาลพรรคส้มที่ชูธงอัตวิสัยนิยมทางการเมืองได้
รัฐไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง
แต่รัฐกลัวการเปลี่ยนแปลงที่ “ไม่มีกรอบหยุด”
---
3. ระบบราชการเกียร์ว่าง : ความเงียบที่ทำลายประเทศ
พรรคส้มเชื่อว่า
ระบบราชการคือ “อำนาจเก่า”
แต่ความจริงคือ
ระบบราชการคือ ระบบประสาทของรัฐ
เมื่อข้าราชการรับรู้ว่า
การโต้แย้งเชิงเทคนิค = ไม่ยืนข้างประชาชน
การชะลอ = สมรู้ร่วมคิด
ความระมัดระวัง = ขวางการปฏิรูป
ผลลัพธ์จะเป็นอย่างเดียว
ไม่ทำอะไรเลย คือทางรอดที่ปลอดภัยที่สุด
รัฐไม่ล่ม
แต่รัฐ “หยุดทำงาน”
นี่คือจุดเริ่มต้นของ Lost Decade
ไม่ใช่ด้วยเสียงปืน
แต่ด้วยความเงียบ
---
4. ทุนหนีไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะอ่านเกมออก
ทุนไม่รักใคร
ทุนอ่านโครงสร้าง
เมื่อเห็นว่า
นโยบายขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ทางศีลธรรม
กติกาเปลี่ยนตามกระแสโซเชียล
ความผิดพลาดไม่เคยถูกยอมรับว่าเป็นความผิดพลาด
ทุนจะไม่เผชิญหน้า
แต่จะ ค่อย ๆ ถอนตัว
ไม่ใช่การหนีแบบแตกตื่น
แต่เป็นการ “ไม่กลับมา”
ประเทศจึงไม่พังทันที
แต่กลวงจากข้างใน
---
5. รัฐสูญเสียการผูกขาดการรับรู้
พรรคส้มเชี่ยวชาญการเมืองแบบอัลกอริทึม
การสร้างอารมณ์
การจัดเฟรมศีลธรรม
การแบ่งโลกเป็น “ฝ่ายถูก–ฝ่ายผิด”
เมื่อได้อำนาจรัฐ
เครื่องมือเดียวกันนี้จะย้อนกลับมาทำลายรัฐเอง
เพราะ
รัฐต้องการความซับซ้อน
อัลกอริทึมต้องการความง่าย
นโยบายต้องการความอดทน
โซเชียลต้องการความโกรธ
รัฐจะถูกบังคับให้ตัดสินใจ
เพื่อเอาใจ “เสียงดัง” ไม่ใช่ “ความจริง”
นี่คือจุดที่ อำนาจรัฐ ละลายลงในอารมณ์มวลชน
---
6. ทุนเทา : ผู้ชนะที่แท้จริงของรัฐศีลธรรม
ในรัฐที่ศีลธรรมถูกใช้เป็นอาวุธ
ทุนโปร่งใสจะถอย
ทุนที่ต้องการกติกาจะหาย
เหลือเพียงทุนที่ “ไม่สนกติกา”
ทุนเทา
ไม่ต้องการความมั่นคงเชิงนโยบาย
ไม่ต้องการระบบ
และไม่แคร์ภาพลักษณ์
รัฐที่อ่อนแอทางโครงสร้าง
แต่มั่นใจทางศีลธรรม
คือสวรรค์ของทุนเทา
นี่คือความย้อนแย้งที่จะเกิดขึ้นแน่
เพราะทุนเทาจะยิ่งโตอย่างก้าวกระโดด ภายใต้การบริหารของรัฐบาลพรรคส้ม
---
7. ความมั่นคง : รัฐที่ไม่สามารถคาดเดาตนเองได้
ในสายตาภายนอก
รัฐบาลพรรคส้มจะถูกมองว่า
คาดเดายาก
เปลี่ยนจุดยืนเร็ว
ขับเคลื่อนด้วยแรงกดดันภายใน
ประเทศแบบนี้
ไม่ใช่เป้าหมายการรุกราน
แต่เป็น พื้นที่ให้มหาอำนาจทดลองอิทธิพล
รัฐไม่ได้เสียเอกราช
แต่เสีย “น้ำหนัก” ในการยืนหยัดเรื่องอธิปไตย
---
8. Point of No Return : สิ่งที่ย้อนกลับไม่ได้
ปัญหาที่อันตรายที่สุดคือ
ความเสียหายเชิงโครงสร้าง ที่ไม่สามารถย้อนกลับด้วยการเลือกตั้ง
เมื่อ
ระบบราชการเรียนรู้ว่า “อย่าคิด”
ทุนเรียนรู้ว่า “อย่ากลับมา”
คนรุ่นใหม่เรียนรู้ว่า “ความถูกต้องสำคัญกว่าผลลัพธ์”
ประเทศจะไม่พังในรัฐบาลพรรคส้มรัฐบาลเดียว
แต่จะ “ติดหล่ม” ยาวนานเป็นสิบปี
เหมือนหลายประเทศที่ฟื้นไม่ได้
แม้เปลี่ยนรัฐบาลแล้วก็ตาม
---
○ บทสรุป : นี่ไม่ใช่คำขู่ แต่คือสมการ
บทความนี้
ไม่ใช่คำทำนาย
ไม่ใช่โฆษณาชวนเชื่อ
และไม่ใช่คำขู่ให้กลัว
แต่มันคือ ตรรกะของระบบ
ประเทศไทย
อาจอยู่รอดจากรัฐบาลที่ทุจริต
อาจอยู่รอดจากรัฐบาลไร้วิสัยทัศน์
แต่ อาจไม่รอดจากรัฐบาลที่มั่นใจในตนเอง
จนไม่ยอมให้โลกจริงมีสิทธิ์เถียง
ถ้าพรรคส้มได้เป็นรัฐบาล
สิ่งที่ตามมาอาจไม่ใช่เผด็จการ
แต่คือ รัฐที่ค่อย ๆ หมดความสามารถในการปกครองตนเอง
และเมื่อถึงจุดนั้น
ประวัติศาสตร์จะไม่ย้อนกลับมาให้เลือกใหม่อีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...