“หญิงหน่อย" จี้ กกต. เคลียร์ปมบัตรบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด พร้อมเปิดช่องร้องศาลอาญาทุจริต ม.69
“หญิงหน่อย" จี้ กกต. เคลียร์ปมบัตรบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด พร้อมเปิดช่องร้องศาลอาญาทุจริต ม.69 พร้อมเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ เพิ่มสิทธิประชาชนถอดถอนองค์กรอิสระที่ไม่สุจริต
วันที่ 15 ก.พ. 2569 ที่โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ สยามสแควร์ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ในฐานะภาคประชาชน จัดประชุมองค์กรประชาธิปไตย นักวิชาการ และเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้ง 69 ร่วมกำหนดยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนเพื่อตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้ง การตรวจสอบ กกต. ข้อเสนอ และแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปฏิรูปองค์กรอิสระ โดยคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย
คุณหญิงสุดารัตน์ได้กล่าวว่า วันนี้เกิดขึ้นจากการที่ประชาชนลงคะแนนเลือกตัองมีข้อกังวลและข้อห่วงใยต่อการจัดการเลือกตั้ง ที่มีข้อกังขาว่าสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่ และสิ่งที่คณะกรรมการการเลือกตั้งเร่งรัดในการรับรอง สส. ที่ใช้เวลาเพียง 17 วัน คุณหญิงสุดารัตน์ระบุว่า “ความเร็วเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าความเร็วนั้นอยู่บนพื้นฐานที่ประชาชนหมดข้อกังวลถึงจะสามารถทำให้เกิดความมั่นใจและศรัทธา” ที่เราเรียกร้องกันวันนี้ไม่ได้เกิดจากความไม่พอใจต่อ กกต. แต่อยากเรียกร้องว่า กกต. มีหน้าที่ที่จะต้องทำหน้าที่อย่างสุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งมีผลต่อความศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย และมีผลต่อความน่าเชื่อถือต่อนานาชาติ
ดังนั้น กกต. ต้องตอบคำถามให้ชัดเจน คือ ตัวเลขผู้มาใช้สิทธิ์มีกี่คน บัตรเลือกตั้งที่อ้างว่าทำลายไปแล้วเหลืออยู่เท่าไหร่ ผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการก็ยังไม่ออก รวมทั้งจัดการบัตรเขย่งอย่างไร มีทั้งคิวอาร์โค้ด บาร์โค้ด กกต. ก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ให้ประชาชนมั่นใจได้ และคนที่ลงคะแนนจะมีความปลอดภัยหรือไม่ ไม่เช่นนั้นจะเป็นการปฎิบัติหน้าที่ไม่สมบูรณ์โดยเป็นการจัดการแต่งตั้งไม่เที่ยงธรรมสุจริต
คุณหญิงสุดารัตน์ยังกล่าวอีกว่า ตนได้คุยกับภาคธุรกิจหลายส่วนเขาไม่สบายใจ หากตัวรัฐมนตรีล่วงรู้ได้ว่ากาให้กับใครเขาก็จะเดือดร้อนนี่คือสิ่งที่เขากังวล ข้าราชการเองก็กลัวนี่คือผลกระทบวงกว้าง และคำถามสุดท้ายคือ TOR ได้ระบุหรือไม่ให้มีการพิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด หากไม่ได้ระบุในTOR แล้วใครเป็นคนสั่งให้โรงพิมพ์ทำ โรงพิมพ์ต้องถูกตรวจสอบด้วยเหมืช่น
ส่วนกรณีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งแล้ว ประชาชนตรวจสอบอะไรได้ยาก แม้จะมีช่องทางยื่นศาลฎีกาแต่เราต้องร้อง กกต. ให้ตรวจสอบ กกต. ก็คงเหมือนคดีฮั้ว สว.
คุณหญิงสุดารัตน์ยังกล่าวอีกว่า เหลือเพียงอีกหนึ่งช่องทาง คือ การร้องที่ศาลอาญาทุจริตตามมาตรา 69 ของพรป.กกต. ที่ว่าด้วยกรรมการ , เลขาธิการ , ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัด , ผู้ตรวจการเลือกตั้งหรืออนุกรรมการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง เป็นผู้กระทำการหรือละเว้นการกระทำอันมิชอบต่อหน้าที่ ต้องระหว่างโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เหลืออยู่ ในการร้องศาลอาญาทุจริตเพื่อให้ดำเนินดำเนินการตรวจสอบว่าการจัดการเลือกตั้งนั้นสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ "
คุณหญิงสุดารัตน์ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า อยากจะขอความร่วมมือกับเครือข่ายภาคประชาชน ว่าอำนาจประชาชนไม่ควรจบแค่วันเลือกตั้งวันเดียว ในรัฐธรรมนูญปี 2540 เราสามารถเข้าชื่อถอดถอนองค์กรอิสระได้ เราจึงอยากขอความร่วมมือจากภาคประชาชนและภาควิชาการได้ร่วมรณรงค์แก้รัฐธรรมนูญแบบรายมาตราโดยเพิ่มเติมบทบัญญัติในข้อนี้ ให้ประชาชนมีสิทธิ์ถอดถอนนักการเมืองที่คดโกงหรือองค์กรอิสระรวมทั้งศาลรัฐธรรมนูญที่ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่สุจริตได้