หัวอกแม่ ส่งใจข้ามโลกถึงดูไบ วอนลูกหลานแคล้วคลาด หลังอิหร่านถล่มหนักใกล้ฐานทัพสหรัฐฯ
3 มีนาคม 2569 เมื่อวันที่ 2 มีนาคม ผู้สื่อข่าวได้เดินทางลงพื้นที่ไปเกาะติดสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา วันนี้ลงพื้นที่ไปที่หมู่บ้านโนนยางกุด หมู่ที่ 10 ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ โดยพื้นที่ตรงนี้อยู่ติดกับช่องกร่าง ประมาณ 4-5 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเขตที่ได้รับผลกระทบจากการปะทะในช่วงรอบที่ 1 และรอบที่ 2 เป็นจุดที่ระเบิด BM-21 ของเขมร ยิงมาตกจำนวนหลายลูก ทำให้พืชผลทางการเกษตรของชาวบ้านเสียหายเป็นจำนวนมาก
ล่าสุดพบว่าหลังจากที่ชาวบ้านได้เก็บเกี่ยวพืชผลทางการเกษตร เช่น กรีดยางพารา และตัดอ้อยที่เพาะปลูกในไร่แล้วเสร็จ วันนี้ชาวบ้านต่างเร่งทำการเกษตรเพราะปลูกอ้อยให้ทันรบรอบที่3 ผู้สื่อข่าวทราบต่อมาอีกว่า มีชาวบ้านในพื้นที่ อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ได้ไปทำงานอยู่ที่ประเทศ อิสราเอล และประเทศดูไบ ซึ่งเป็นประเทศที่กำลังได้รับผลกระทบจากสงคราม อิหร่าน จากการโจมตีขีปนาวุธ
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้พบกับ ป้าเลือย สมญาทวี อายุ 69 ปี ชาวบ้านโนนยางกุด หมู่ที่10 ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ มีลูกสาวและหลานชายไปทำงานอยู่ประเทศดูไบ สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ หลานชายอยู่ติดกับฐานทับของสหรัฐอเมริกาต้องวิ่งหลบระเบิดวุ่น
นางเลือย สมญาทวี อายุ 69 ปีเล่าว่า เมื่อสักครู่ตนเองได้โทรคุยกับลูกสาว ที่ทำงานอยู่เมืองหลวงประเทศดูไบ โดยลูกสาวบอกตนว่าว่า“อยู่ที่ดูไบก็ลำบากเหมือนชายแดน เพราะก็ต้องหลบระเบิดเหมือนกัน หลังอิหร่านมีการยิงขีปนาวุธมาอย่างหนักหน่วง แต่ก็ทำยังไงได้ในเมื่อเลือกที่จะมาทำงานแล้วก็ต้องทน”
แต่หลานชายนี่แหละน่าเป็นห่วง เพราะไปอยู่ติดกันกับฐานทัพอเมริกาประจำประเทศดูไบ ซึ่งประเทศอิหร่านมีการยิงจรวดขีปนาวุธมากันอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องเอาตัวรอดวิ่งหลบลูกระเบิดกันจ้าละหวั่น ตอนนี้ตนคิดถึงลูก อยากฝากบอกลูกและหลานให้แคล้วคลาดปลอดภัย ตนจึงได้นำธูป 9 ดอกมาจุดให้เจ้าที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยปกปักรักษาลูกหลานให้ปลอดภัย