โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บอร์ดระดับชาติ TZD ไฟเขียว “Learning Passport”

Eduzones

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • eduzones

บอร์ดระดับชาติ TZD ไฟเขียว “Learning Passport”

เปลี่ยนบัตรประชาชนเป็นบัญชีคลังหน่วยกิตชีวิต เดินหน้าระบบการเรียนรู้ยืดหยุ่น ลดเด็กหลุดระบบเหลือ 6 แสนคน

ประเทศไทยกำลังเดินหน้าโครงสร้างการศึกษารูปแบบใหม่อย่างจริงจัง เมื่อคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาระดับชาติ (Thailand Zero Dropout – TZD) มีมติเห็นชอบแนวนโยบาย “Flexible Learning” พร้อมผลักดันโครงการสำคัญ “Learning Passport”

แนวคิดหลักคือการเปลี่ยน “บัตรประชาชน” ให้กลายเป็น “บัญชีคลังหน่วยกิตชีวิต” หรือ Individual Learning Accounts (ILA) เพื่อรองรับระบบการเรียนรู้ที่ไม่จำกัดอยู่แค่ห้องเรียน

ขณะเดียวกัน ตัวเลขเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษาลดลงจาก 1.02 ล้านคนในปี 2566 เหลือ 603,095 คน (ข้อมูล ณ พฤศจิกายน 2568) ถือเป็นการลดลงเกือบครึ่งภายในเวลาไม่ถึง 3 ปี

Flexible Learning: การเรียนรู้ที่ไม่ยึดติดกับห้องเรียน

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ เปิดเผยว่า รัฐบาลกำหนดให้การแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษาเป็นวาระแห่งชาติ และความสำเร็จที่ผ่านมาเกิดจากความร่วมมือทุกภาคส่วน

แนวทางใหม่จะเน้น “ระบบนิเวศการเรียนรู้” ที่ไม่จำกัดเฉพาะโรงเรียนแบบดั้งเดิม แต่สร้างทักษะพื้นฐานชีวิต (Foundational Skills) โดยอ้างอิงงานวิจัยของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ซึ่งเน้น 3 ด้านหลัก ได้แก่

  • ทักษะดิจิทัล

  • ทักษะทางอารมณ์และสังคม

  • ทักษะผู้ประกอบการ

เป้าหมายคือทำให้การเรียนรู้เชื่อมโยงกับชีวิตจริง และนำไปใช้ได้จริงในตลาดแรงงาน

Learning Passport: บัตรประชาชนใบเดียว ใช้เรียน ใช้ทำงาน

โครงการ Learning Passport หรือ ILA จะทำหน้าที่เป็นระบบสะสมหน่วยกิตตลอดชีวิต โดยมีคุณสมบัติสำคัญ ได้แก่

  • เทียบโอนหน่วยกิตเพื่อศึกษาต่อในระดับต่าง ๆ รวมถึงระดับอุดมศึกษา (ความร่วมมือกับกระทรวง อว.)

  • ลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการศึกษา

  • ใช้เป็นโปรไฟล์สมรรถนะสมัครงานได้

  • รับรองมาตรฐานทักษะจากระบบกลาง

นอกจากนี้ ยังมีแพลตฟอร์มสนับสนุนการเรียนรู้ เช่น

  • Mobile School (กสศ.)

  • EWE Platform (สคช.)

เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere, Anytime)

ตัวอย่างความสำเร็จระดับจังหวัด

? บุรีรัมย์: BURIRAM ZERO DROPOUT (BZDM)

สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดบุรีรัมย์ดำเนินงานผ่าน 4 กลไกหลัก

  • ป้องกัน

  • แก้ไข

  • ส่งต่อ

  • ติดตามดูแล

ดูแลกลุ่มเป้าหมาย 17,401 คน (อายุ 3–18 ปี) พร้อมใช้กลไก “ค้นหาเชิงรุก” ผ่านผู้นำชุมชน อสม. และอพม. เพื่อสำรวจปัญหาจริงระดับครัวเรือน และจัดความช่วยเหลือเฉพาะบุคคล

? สงขลา: “สงขลาโมเดล 2569”

ขับเคลื่อนผ่านยุทธศาสตร์ “ค้นหา–ช่วยเหลือ–ดูแล–ส่งต่อ”
พื้นที่ต้นแบบ “สทิงพระโมเดล” ประสบความสำเร็จจากการปรับแนวคิด “เปลี่ยนชุมชนให้เป็นห้องเรียน”

จัดการเรียนรู้ 3 ฐาน:

  • วิชาชีวิต

  • วิชาการ

  • วิชาอาชีพ

เชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น การทำน้ำตาลโตนด และศิลปะโนราห์ สร้างทั้งทักษะและรายได้จริง

? พิษณุโลก: ตาข่ายการศึกษา 3 ชั้น

ติดตามเด็กตามรายชื่อ TZD ได้แล้ว 7,178 คน (99.61%)

โมเดลสำคัญ:

  • 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ

  • One Stop Service

  • ศูนย์การเรียนมาตรา 12

  • Mobile School

  • ขับเคลื่อนระดับตำบลโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน

ทิศทางปี 2569: อุดช่องโหว่ระบบ

คณะกรรมการ TZD กำหนด 3 มาตรการหลัก

1. เชื่อมโยงฐานข้อมูลข้ามกระทรวง

บูรณาการข้อมูลจาก ศธ., มท., ยธ., พม., แรงงาน, ดิจิทัลฯ และหน่วยงานอื่น เพื่อทำ Case Management รายบุคคล

2. ขยายการคุ้มครองกลุ่มเปราะบางซ่อนเร้น

ครอบคลุม

  • เยาวชนในกระบวนการยุติธรรม

  • แรงงานนอกระบบ

  • เด็กศูนย์การเรียนมาตรา 12
    ให้เข้าถึงสิทธิเงินอุดหนุน นม และอาหารกลางวัน

3. ดูแลกลุ่ม Crisis PLUS

ป้องกันเด็กที่เผชิญวิกฤต เช่น น้ำท่วม โรคระบาด หรือภัยความขัดแย้ง ไม่ให้หลุดระบบถาวร

Prime Minister TZD+ Awards

ปี 2569 จะมีการมอบรางวัล Prime Minister TZD+ Awards เพื่อเชิดชูหน่วยงานต้นแบบที่สร้าง “ตาข่ายรองรับเด็กไทย” อย่างมีประสิทธิภาพ

บทสรุป: ระบบการศึกษากำลังเปลี่ยนโครงสร้าง

แนวคิด Learning Passport ไม่ใช่เพียงการใช้เทคโนโลยี
แต่เป็นการปรับระบบการศึกษาจาก “ระบบชั้นเรียนตายตัว”
สู่ “ระบบสะสมทักษะตลอดชีวิต”

คำถามสำคัญในระยะต่อไปคือ
ระบบนี้จะเชื่อมกับตลาดแรงงานจริงได้มากแค่ไหน
และจะลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างยั่งยืนหรือไม่

แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ
ประเทศไทยกำลังทดลองสร้าง “ตาข่ายใหม่”
เพื่อไม่ให้เด็กไทยคนใดร่วงหล่นจากระบบอีก ที่มา https://www.thairath.co.th/news/governmentpolicy/2916043

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...