โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พาณิชย์ ชี้ช่อง น้ำผลไม้ ไทยมีโอกาสส่งขายโมร็อกโก เน้นเจาะตลาดระดับบน โรงแรม ขายความเป็นธรรมชาติ มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

BTimes

อัพเดต 25 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 0.57 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวง พาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้มอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทำการสำรวจลู่ทางการค้า และโอกาสการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศที่ประจำอยู่ ตามนโยบายกระทรวงพาณิชย์ ล่าสุดได้รับรายงานจากนายนิวัฒน์ อภิชาติบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงไคโร อียิปต์ ถึงผลการสำรวจลู่ทางการส่งออกสินค้าเครื่องดื่ม น้ำผลไม้ ของไทยสู่ตลาดโมร็อกโก รวมถึงการกำหนดมาตรฐานต่าง ๆ อัตราภาษี สภาพตลาด การแข่งขัน และโอกาสในการขายของสินค้าไทย

ทั้งนี้ ทูตพาณิชย์ได้รายงานผลสำรวจว่า ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา (2559-2569) ตลาดเครื่องดื่มในโมร็อกโกมีการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มน้ำผลไม้และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของสังคมเมืองและกระแสการใส่ใจสุขภาพ มีการนำเข้าจากจากสเปนสูงสุด ตามด้วยอียิปต์ เนเธอร์แลนด์ อินเดีย และตุรกี

ส่วนการนำเข้าต้องผ่านมาตรฐานต่าง ๆ ที่โมร็อกโกกำหนด อาทิ มาตรฐานด้านความปลอดภัยอาหาร ต้องผ่านการประเมินความเสี่ยงและตรวจสอบสารปนเปื้อน มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมโมร็อกโก เช่น มาตรฐานว่าด้วยน้ำผลไม้และน้ำผลไม้เนกตาร์ มาตรฐานสำหรับเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ที่มีส่วนผสมของน้ำผลไม้ ข้อกำหนดค่าความหวานมาตรฐานการรับรองฮาลาล หากได้รับการรับรอง จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นและโอกาสในการวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ มาตรฐานฉลากและข้อมูลผู้บริโภค ต้องทำเป็นภาษาอาหรับแสดงรายละเอียดต่าง ๆ และมาตรฐานบรรจุภัณฑ์และการเก็บรักษา บรรจุภัณฑ์ต้องเป็นชนิด Food Grade ที่ไม่ทำปฏิกิริยากับความเป็นกรดของน้ำผลไม้ และต้องสามารถรักษาคุณภาพของเนื้อผลไม้และธัญพืชได้ตลอดอายุการเก็บรักษา

สำหรับอัตราภาษีที่เกี่ยวข้อง โมร็อกโกมีเครือข่าย FTA จำนวนมาก เช่น FTA กับสหภาพยุโรป สหรัฐฯ และ GAFTA (Greater Arab Free Trade Area) โดยสินค้าส่วนใหญ่เสียภาษี 0% จึงทำให้น้ำผลไม้จากประเทศภาคีได้เปรียบไทยอย่างมาก โดยไทยยังไม่มีการจัดทำ FTA กับโมร็อกโก จึงต้องเสียภาษีนำเข้าประมาณ 30-40% สำหรับน้ำผลไม้สำเร็จรูป รวมถึงภาษีที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ อาทิ ภาษีมูลค่าเพิ่ม 20% ภาษีสรรพสามิตตามปริมาณน้ำตาล

ทางด้านสภาพตลาด พบว่า ผู้บริโภคชาวโมร็อกโกรุ่นใหม่ มีแนวโน้มลดการบริโภคเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง และหันมาเลือกผลิตภัณฑ์ที่มี Functional Benefits เช่น การเสริมวิตามิน หรือการมีส่วนผสมของธัญพืชและเนื้อผลไม้เพื่อเพิ่มกากใย โดยเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยม เช่น น้ำผลไม้ผสมเนื้อ เครื่องดื่มธัญพืช และปัจจุบัน สินค้าไทยมีวางจำหน่ายแล้ว เช่น น้ำมะพร้าวแท้ 100% เครื่องดื่มผสมว่านหางจระเข้ เช่น Malee, Chabaa และ Cocomax วางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ Marjane และ Carrefour ซึ่งได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพที่เหนือกว่าสินค้าจากภูมิภาคอื่น

นางสาวสุนันทากล่าวว่า จากความต้องการเครื่องดื่มและน้ำผลไม้ของโมร็อกโกที่เพิ่มขึ้น เป็นโอกาสของสินค้าไทยที่จะเจาะเข้าสู่ตลาด เพราะสินค้าไทยมีคุณภาพ มาตรฐาน โดยต้องเน้นการเจาะตลาดระดับบน และโรงแรมหรู ซึ่งมีความต้องการน้ำผลไม้เมืองร้อนที่มีเนื้อสัมผัสแปลกใหม่ และควรเน้นการทำตลาดแบบมีเรื่องราวเกี่ยวกับความเป็นธรรมชาติและประโยชน์ต่อสุขภาพ และการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบโจทย์เทรนด์ความยั่งยืนในโมร็อกโก โดยงานแสดงสินค้าที่ควรเข้าร่วม เพื่อเปิดตัวและแนะนำสินค้า เช่น SIAM (Salon International de l'Agriculture au Maroc) วันที่ 20-26 เม.ย.2569 ณ เมือง Meknes (เน้นวัตถุดิบและเกษตรแปรรูป) SIAB Expo Maroc วันที่ 1-4 ก.ค.2569 ณ กรุงคาซาบลังกา (งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มนานาชาติ) และ Morocco Food Expo 2026 วันที่ 22-24 ก.ย.2569 ณ ศูนย์นิทรรศการ AMDIE (OFEC) กรุงคาซาบลังกา

อย่างไรก็ตาม ต้องพิจารณาความท้าทายหลัก คือ ต้นทุนค่าขนส่ง และระยะเวลาในการขนส่งจากไทยไปยังท่าเรือ Casablanca ซึ่งใช้เวลาประมาณ 35-45 วัน ส่งผลต่อต้นทุนและอายุการเก็บรักษาของสินค้า และต้องดูเรื่องอัตราภาษี ที่สินค้าไทยต้องเสียภาษีนำเข้าสูงกว่าคู่แข่งที่มี FTA และควรทำธุรกรรมผ่าน Letter of Credit (L/C) เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านการชำระเงิน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...