โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ชายวิ่งราวในห้างย่านลาดพร้าว เจอรวบทันควัน เหยื่อฟังแล้วสงสาร ต้องซื้อข้าวให้กิน

ข่าวช่องวัน 31

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 21 ม.ค. 69 เกิดเหตุคนร้ายชายวิ่งราวทรัพย์เหยื่อหญิงสาว ที่ห้างโลตัส ลาดพร้าว โดยผู้ก่อเหตุเป็นชายวัย 43 ปี ส่วนผู้เสียหายเป็นหญิงอายุ 26 ปี ซึ่งเป็นพนักงานร้านขายขนมในห้างดังกล่าว ซึ่งขณะที่ผู้เสียหายกำลังทำงานอยู่ ผู้ก่อเหตุได้คว้าโทรศัพท์มือถือแล้วพยายามวิ่งหลบหนี แต่ไปได้ไม่ไกล เนื่องจากถูกพลเมืองดีรวบตัวไว้ได้

จากการสอบถาม ผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพว่า ที่ทำไปเพราะความจนตรอก ตนเองมีลูก 2 คน แต่ถูกภรรยาทิ้งไป เพิ่งเดินทางเข้ากรุงเทพฯ หวังหางานทำแต่ไม่สำเร็จ แถมยังมีโรคประจำตัวคืออาการปวดขาที่ต้องกินยาตลอด

"ผมไม่ได้กินข้าวมา 2 วันแล้ว กะว่าจะเอาโทรศัพท์ไปขายหาเงินซื้อข้าว พอวิ่งไปสักพักขามันปวด วิ่งต่อไม่ไหว เห็นคนตามทันเลยคืนมือถือให้เจ้าหน้าที่ทันที อยากให้ตำรวจรีบพากันไปโรงพัก เพราะเชื่อว่าอยู่ในคุกยังมีข้าวกินดีกว่าอดตายอยู่ข้างนอกแบบนี้"

ชายผู้ก่อเหตุยอมรับว่า เคยติดคุกในคดีลักทรัพย์มาก่อนหน้านี้แล้ว ทำให้ชีวิตหางานทำยากลำบากจนต้องกลับมาทำผิดซ้ำ

ขณะที่ผู้เสียหาย ได้ฟังเรื่องราวความรันทดของโจรที่เพิ่งขโมยของตนเองไป จากความโกรธกลับกลายเป็นความสงสาร จึงตัดสินใจไปซื้อข้าวกล่องและน้ำดื่ม มาให้ผู้ก่อเหตุนั่งกินระหว่างรอตำรวจมารับตัว

เมื่อร้อยเวรสายตรวจ สน.พหลโยธิน เดินทางมาถึง ผู้ก่อเหตุตักข้าวเข้าปากได้เพียง 2 คำ ก่อนจะบอกตำรวจว่า "ไม่เป็นไรครับ พาผมไปโรงพักเถอะ ไปกินต่อที่นั่นก็ได้"

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุ พร้อมเชิญตัวผู้เสียหายไปที่ สน.พหลโยธิน เพื่อดำเนินการแจ้งข้อหา "วิ่งราวทรัพย์" และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...