‘ธรรมนัส’ ประกาศปักธงโคราช เปิดเวทีใหญ่หาเสียงด่านขุนทด คนทะลักเกือบ 2 หมื่น
เลือกตั้งเมืองย่าโมธรรมดาที่ไหน “ธรรมนัส”ฝันปักธงยึด อ.ด่านขุนทดเปิดเวทีใหญ่กล้าธรรม คนร่วมเกือบ 2 หมื่น ชูนโยบายแก้หนี้-ปากท้อง ไม่สนับสนุนการแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 โดยเด็ดขาด
21 มกราคม 2569 - ที่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา พรรคกล้าธรรม นำโดยร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคกล้าธรรมได้ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา โดยเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ลงจอดจุดชั่วคราวบริเวณสนามกีฬาวิทยาลัยเทคนิคหลวงพ่อคุณ ต.ด่านขุนทด อ.ด่านขุนทด ก่อนเดินทางต่อด้วยรถยนต์ไปยังสำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านขุนทด เพื่อพบปะประชาชน รับฟังปัญหาในพื้นที่ และให้แนวทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน
ต่อมา ร้อยเอกธรรมนัสได้ร่วมขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคกล้าธรรม พร้อมช่วยผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 16 เขตเลือกตั้งในจังหวัดนครราชสีมา อาทิ นายมารุต ชุ่มขุนทด หรือ “กอล์ฟ” ผู้สมัคร ส.ส.เขต 15 หมายเลข 1 และ นายชินพันธ์ แสงภักดิ์โยธิน หรือ “ตั้ม” ผู้สมัคร ส.ส.พรรคกล้าธรรม หมายเลข 2 เขต 11 โดยมีประชาชนเข้าร่วมรับฟังจำนวนมาก เกือบ 20,000 คน ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก
ทั้งนี้ พรรคกล้าธรรมประกาศเดินหน้าเสนอแนวนโยบายที่มุ่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาปากท้องของประชาชนโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคาพืชผล หนี้สิน ค่าแรง โอกาสคนรุ่นใหม่ ตลอดจนความเป็นธรรมที่ชาวโคราชควรได้รับ พร้อมย้ำจุดยืนว่าเวทีดังกล่าวเป็นเวที “พูดความจริง พูดตรง และพูดเพื่อคนตัวเล็ก” ไม่ใช่เวทีขายฝัน แต่เปิดให้ประชาชนรับฟังข้อมูลจริงและตัดสินใจด้วยวิจารณญาณของตนเอง
ร้อยเอกธรรมนัสให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดนครราชสีมา ว่า พรรคกล้าธรรมมีเป้าหมายสำคัญในการ “ปักหมุด” โคราชซึ่งถือเป็นประตูสู่ภาคอีสาน พร้อมเชิญชวนประชาชนเปิดโอกาสให้ผู้สมัครที่มีความรู้ความสามารถและตั้งใจทำงานเพื่อแก้ปัญหาอย่างจริงจัง โดยในเขตเลือกตั้งที่ 15 พรรคส่ง นายมารุต ชุ่มขุนทด หรือ “กอล์ฟ” หมายเลข 1 ลงสมัคร ซึ่งเป็นบุคคลที่ทำงานใกล้ชิดกับตนมาโดยตลอด อีกทั้งเคยลงสมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และได้คะแนนเสียงบริสุทธิ์ถึง 180,000 คะแนน ทำให้มั่นใจว่าจะสามารถเป็นกำลังสำคัญของพรรคในการสร้างฐานเสียงในจังหวัดได้
อย่างไรก็ตาม ร้อยเอกธรรมนัสยอมรับว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีกรอบเวลาค่อนข้างกระชั้นชิด เหลือเวลาเพียงราว 2 สัปดาห์ ทำให้ไม่สามารถเดินสายครบทุกพื้นที่ตามที่ตั้งใจ แต่ยังเชื่อมั่นว่าโคราชเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่พรรคจะได้รับการตอบรับที่ดี โดยกระแสความนิยมที่เพิ่มขึ้นมาจากผลงานที่จับต้องได้ โดยเฉพาะงานด้านการเกษตร ทั้งการแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ราคายางพารา และพืชผลสำคัญหลายชนิด รวมถึงการเดินหน้าปรับโครงสร้างหนี้ให้เกษตรกร พร้อมผลักดันแนวคิดจัดตั้ง “สหกรณ์กลาง” เพื่อเป็นสถาบันกลางบริหารจัดการด้านการเงิน ช่วยเกษตรกรในรูปแบบองค์กรภาคเกษตร เตรียมนำเสนอคณะรัฐมนตรีให้เกิดเป็นรูปธรรมนอกจากนี้ ร้อยเอกธรรมนัสยังกล่าวถึงการแก้ปัญหาหนี้สินครูว่าได้ขับเคลื่อนต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำเฉพาะช่วงเลือกตั้ง โดยจะตั้งกองทุนซื้อหนี้ครูมาบริหารจัดการ ปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ให้เหมาะสม เพื่อให้ครูมีเงินเหลือติดตัวอย่างน้อย 30-40% โดยเฉพาะผู้เกษียณที่ยังมีภาระหนี้ พร้อมย้ำว่าจะเร่งจัดตั้งสหกรณ์กลางให้เกิดขึ้นภายในสิ้นเดือนนี้
ส่วนประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ร้อยเอกธรรมนัสยืนยันว่า พรรคกล้าธรรมไม่สนับสนุนการแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 โดยเด็ดขาด และถือเป็นเงื่อนไขสำคัญในการร่วมรัฐบาล พร้อมระบุว่าอาจมีบางมาตราที่สามารถแก้ไขได้ แต่ต้องไม่แตะต้องหมวดดังกล่าว
ด้าน นายมารุต ชุ่มขุนทด หรือ “กอล์ฟ” ผู้สมัคร ส.ส.เขต 15 หมายเลข 1 ระบุว่า เวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรกของพรรคกล้าธรรมในโคราช ถือเป็นเวทีพิสูจน์ความพร้อม ตั้งเป้าคะแนนราว 30,000 เสียง ยอมรับหนักใจปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพ แต่ยืนยันจะเดินหน้านโยบายพัฒนาพื้นที่ แก้ปัญหาดินเค็ม ส่งเสริมเกษตรและปศุสัตว์ รวมถึงแก้ปัญหาราคามันสำปะหลังและอ้อยตกต่ำ แม้เวลาหาเสียงน้อยและถูกโจมตี แต่กระแสดีขึ้นต่อเนื่อง พร้อมย้ำเป็นคนด่านขุนทดโดยกำเนิด ตั้งใจกลับมาทำงานบ้านเกิด เพื่อสร้างงานให้คนโคราชไม่ต้องไปทำงานต่างถิ่น
ขณะที่ นายชินพันธ์ แสงภักดิ์โยธิน หรือ “ตั้ม” ผู้สมัคร ส.ส.พรรคกล้าธรรม หมายเลข 2 เขต 11 ชูนโยบายออกโฉนด ส.ป.ก. 4-01 ผลักดันราคาพืชผลและควบคุมสินค้านำเข้า พร้อมเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยย้ำว่าเสียงของประชาชนมีความหมายต่ออนาคตประเทศและลูกหลานทุกคน