รู้จักไหม “ฝุ่นอ้วน”? ปรากฏการณ์อากาศขมุกขมัว แต่คุณภาพอากาศไม่ได้แย่
ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา หลายคนอาจสังเกตว่าท้องฟ้าและบรรยากาศในกรุงเทพมหานครดูมัวคล้ายมีหมอกฝุ่นปกคลุม ทั้งที่เมื่อตรวจสอบข้อมูลคุณภาพอากาศแล้ว ค่าฝุ่น PM2.5 กลับยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน จึงเกิดคำถามตามมาว่า เหตุใดอากาศจึงยังดูไม่โปร่งใส?
คำอธิบายของปรากฏการณ์นี้ ไม่ได้เกิดจากปริมาณฝุ่นที่เพิ่มสูงขึ้น แต่มีปัจจัยสำคัญมาจาก ความชื้นในอากาศ และ ทิศทางลม
ช่วงนี้กรุงเทพมหานครได้รับอิทธิพลจาก “ลมใต้” ซึ่งเป็นลมที่พัดอากาศจากอ่าวไทยเข้ามาสู่พื้นที่ ส่งผลให้อากาศมีความชื้นสูงและมีไอน้ำสะสมอยู่มาก เมื่อไอน้ำในอากาศไปจับตัวกับฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ยังหลงเหลืออยู่ จะเกิดกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่า “Hygroscopic Growth” ซึ่งก็คือ ฝุ่นดูดน้ำและขยายตัว
Hygroscopic Growth คือกระบวนการที่อนุภาคฝุ่นละอองดูดซับความชื้นจากอากาศ ทำให้อนุภาคเหล่านั้น พองตัวหรือมีขนาดใหญ่ขึ้น แม้ว่าปริมาณฝุ่นจริงในเชิงมวลจะไม่ได้สูง แต่ฝุ่นที่ขยายตัวจะสามารถกระจายแสงได้มากขึ้น ส่งผลให้สายตามนุษย์รับรู้ว่าอากาศดูขมุกขมัว คล้ายมีฝุ่นหนาแน่นปกคลุม ปรากฏการณ์นี้มักถูกเรียกกันแบบเข้าใจง่ายว่า “ฝุ่นอ้วน”
เมื่อเข้าสู่ช่วงสายหรือกลางวัน แสงแดดแรงขึ้น อุณหภูมิสูงขึ้น ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศจะเริ่มลดลง ฝุ่นละอองที่เคยดูดซับไอน้ำไว้ก็จะค่อย ๆ “ยุบตัว” ส่งผลให้อากาศกลับมาดูโปร่งใสมากขึ้น แม้ว่าค่าฝุ่นที่วัดได้อาจไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้ประชาชนยังคงต้องติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิด โดยขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากแหล่งทางการควบคู่กับการสังเกตสภาพอากาศจริงในแต่ละช่วงเวลา เพื่อการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง