Thailand-Africa Initiative ลุยตลาดใหม่ด้วยการทูตเศรษฐกิจ l World Pulse
อุรษา มงคลนาวิน อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) กล่าวว่า TAI ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการทูตเศรษฐกิจ เป็นข้อริเริ่มของ รมว.สีหศักดิ์ ขณะเป็นปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และ กต.ใช้เป็นแนวทางดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับภูมิภาคแอฟริกามาตั้งแต่ปี 2556
ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. ที่ผ่านมากต.ได้จัดงานเปิดตัว TAI อีกครั้งหนึ่ง รมว.ประกาศนโยบายย้ำต่อคณะทูตแอฟริกาทั้งที่มีถิ่นพำนักในไทยและในต่างประเทศ รวมถึงภาคธุรกิจไทยในแอฟริกา ในวันนั้น รมว.ต่างประเทศไนจีเรียเดินทางมาร่วมงานในฐานะแขกเกียรติยศด้วย
การประกาศย้ำ TAI ในครั้งนี้ กต.ได้ปรับแนวทางให้สอดคล้องกับบริบทโลกและสิ่งท้าทายต่างๆ กล่าวโดยสรุป TAI จะมุ่งเดินหน้าความร่วมมือกับภูมิภาคแอฟริกาในสี่สาขา
1. ด้านการเมือง มุ่งกระชับความสัมพันธ์ผ่านการเยือนการแลกเปลี่ยนระดับสูง เพิ่มการมีปฏิสัมพันธ์กับองค์กรระดับภูมิภาคและอนุภูมิภาค เช่น สหภาพแอฟริกา (African Union)
2. ด้านเศรษฐกิจ เพิ่มพูนมูลค่าการค้าการลงทุน ส่งเสริมการค้าในระดับภูมิภาค เช่น ทำข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับประเทศหลักในแอฟริกา
3. ด้านการพัฒนา มุ่งส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนของแอฟริกาผ่านองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีของไทยในลักษณะของการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติระหว่างกัน
4. ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ มุ่งสนับสนุนกันและกันระหว่างไทยกับแอฟริกาในประเด็นระหว่างประเทศที่มีความสนใจร่วมกัน มีบทบาทสร้างสรรค์ร่วมกันในการจัดการระเบียบโลกใหม่ เช่น การส่งเสริมหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และการแก้ไขปัญหาการหลอกลวงออนไลน์
- แผนปฏิบัติการ TAI ประจำปี 2569
แอฟริกาเป็นภูมิภาคกว้างใหญ่ไพศาลมากกว่า 54 ประเทศ อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งวัตถุดิบ เป็นตลาดส่งออกสินค้าขนาดใหญ่ประชากรรวมกันกว่า 1,500 ล้านคน กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา จึงแบ่งกลุ่มประเทศเป้าหมายในแอฟริกาออกเป็นสามกลุ่มใหญ่
1. กลุ่มประเทศตลาดหลักสำคัญของไทยทั้งด้านการค้าและการลงทุน เช่น แอฟริกาใต้ ไนจีเรีย มุ่งเน้นกระชับสัมพันธ์สร้างเครือข่ายระดับผู้นำ เพื่อรักษาตลาดเดิม เพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างกันในด้านการค้าการลงทุนใหม่ๆ ปีนี้ กต.ผลักดันให้มีการเยือนระดับสูงในประเทศกลุ่มนี้อย่างน้อยปีละสองครั้ง ผลักดันเขตการค้าเสรีไทย-สหภาพศุลกากรแอฟริกาตอนใต้ซึ่งมีมูลค่าการค้ากับไทยกว่า 30% ของมูลค่าทั้งหมดที่ไทยมีกับภูมิภาคแอฟริกา และมีแผนจัดเทศกาลไทยในแอฟริกาใต้เพื่อส่งเสริมให้ไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งจับจ่ายใช้สอย และแหล่งรักษาพยาบาลของชาวแอฟริกัน
2. กลุ่มตลาดใหม่ (Emerging Market) เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการขยายความร่วมมือระหว่างกันในด้านการเมืองและเศรษฐกิจ เช่น โกตดิวัวร์ โมซัมบิก กานา โดยระหว่างวันที่ 12-18 ม.ค. ที่ผ่านมา กต.นำภาคเอกชนไทยสำรวจเส้นทางการกระจายสินค้าของไทยที่โมซัมบิกและประเทศข้างเคียงที่ไม่มีทางออกทะเล เดือน มี.ค. กต.มีแผนนำภาคเอกชนไทยเดินทางไปขยายตลาดการค้าที่กานาและโกตดิวัวร์
3. กลุ่มประเทศที่ต้องการการฟื้นฟูบูรณะ และมีทัศนคติที่ดีต่อไทยเป็นทุนเดิม เช่น ซูดาน โซมาเลีย ซึ่งมีทั้งประเทศที่กำลังเผชิญหรือเพิ่งผ่านพ้นสงครามกลางเมืองจึงต้องการฟื้นฟูประเทศขนานใหญ่ และได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากต่างประเทศ เป็นโอกาสดีที่เอกชนไทยจะเข้าไปรับสัมปทานโครงการก่อสร้าง การพัฒนาเมือง และระบบสาธารณูปโภค
ในช่วงท้าย อุรษาย้ำว่า TAI เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการเศรษฐกิจของกระทรวงการต่างประเทศที่ต้องอาศัยความร่วมมือและการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนไปด้วยกัน โดยในส่วนของภาครัฐ กต.จะทำหน้าที่ลดอุปสรรคและความเสี่ยงของภาคเอกชน ส่งเสริมบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อการค้าการลงทุน เช่น ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดี ผลักดันข้อตกลงการค้าเสรีทวิภาคี นำภาคเอกชนไทยไปบุกเบิกตลาดใหม่ๆ
นอกจากนี้ กต.ยังทำงานร่วมกับภาคเอกชน เช่น สนับสนุนสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการรายย่อยในการขยายตลาดต่างประเทศ พัฒนาระบบชำระเงินที่น่าเชื่อถือระหว่างไทยกับประเทศในแอฟริกา จัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าไทยที่เมืองท่าสำคัญของแอฟริกา ร่วมสนับสนุนการทำโครงการพัฒนาในรูปแบบ CSR ในประเทศเป้าหมาย