เลือกตั้ง 2569 : เพื่อไทยปราศรัยใหญ่ กทม. ครั้งที่ 2 มั่นใจเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล ชี้พรรคส้มตั้งรัฐบาลไม่ได้ เหตุ 2 แคนดิเดตติดบ่วง ม.112
วันนี้ (23 มกราคม) เวลา 17.30 น. พรรคเพื่อไทย จัดปราศรัยใหญ่ครั้งที่ 2 ที่ลานพาร์คพารากอน นำโดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์, จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ผู้สมัคร สส. กทม. และแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และพินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ บุตรสาว และทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมรวมทั้ง ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียง
สำหรับไฮไลต์การปราศรัยวันนี้ อยู่ที่การเปิดนโยบายเรือธงและนโยบายใหม่ของพรรคเพื่อไทย จากแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค
🔺 ‘สุริยะ’ บอกประชาชนอยากเติม ‘เชน’ มั่นใจ ‘เพื่อไทย’ เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล
สุริยะปราศรัยตอนหนึ่งว่า จากการลงพื้นที่ของ ศ.ดร.ยศชนัน ประชาชนต่างเรียกร้องอยากเจอตัวเป็นๆ ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนการลงพื้นที่จากวันละ 2 จังหวัดเป็นวันละ 4 จังหวัด ทุกคนอยากเติมเชนใช่หรือไม่ การที่พรรคเพื่อไทยเดินทางมาถึงขนาดนี้ ต้องขอบคุณทุกคนที่ร่วมกันสร้างพรรค แต่ผู้สมัครห้ามประมาท 2 อาทิตย์สุดท้ายจะเป็นตัววัดว่าพรรคเพื่อไทยจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้หรือไม่
สุริยะกล่าวอีกว่า ประเทศต้องการรัฐบาลที่เข้ามาแล้วทำได้เลย พรรคเพื่อไทยเคยทำให้ประชาชนมีความหวัง ความทุกข์ยากของประชาชน พรรคเพื่อไทยจะพิสูจน์ให้เห็นว่าเราเป็นพรรคอันดับหนึ่ง และพร้อมจัดตั้งรัฐบาล พรรคเพื่อไทยจะเป็นพรรคอันดับ 1 แล้วเป็นผู้เลือกว่าจะจับมือกับใครตั้งรัฐบาล เพื่อผลักดันนโยบายของเราให้ถึงมือประชาชน ไม่มีจับมือล่วงหน้าดีลล่วงหน้าไปวัดกันที่คูหาเท่านั้น
สุริยะ กล่าวว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมานักวิเคราะห์ชอบเรียกตน และสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นเข็มทิศชี้รัฐบาล ยืนยันว่าวันนี้ตนไม่ได้มายืนเพื่อเป็นเข็มทิศของใคร แต่อยู่พรรคเพื่อไทย เพื่อเป็นเข็มทิศชี้นายกฯ คนต่อไปของพรรคเพื่อไทย คือ ศ.ดร.ยศชนัน
สุริยะกล่าวอีกว่า บางพรรคเล่นการเมืองสาดโคลนเสียงดัง ไม่เอาเทา แต่เทากว่าเพื่อน ตั้งพรรคมา 7-8 ปี เพิ่งรู้บริบทการเมือง ลดเพดานปรับนโยบาย พี่น้องลองดูนโยบายเดินตามเรามาติดๆ เหมือนหลานตามลุง ส่วนอีกพรรคอยู่มานาน 17 ปี ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจากส้มหล่น พอได้เป็นรัฐบาลก็เข้าทางโยกย้ายข้าราชการ ไม่อายฟ้า อายดิน เอื้อผลประโยชน์ให้ตัวเองมากกว่า 2 พรรคที่ผ่านมา มีนโยบายอะไรที่ประชาชนจำได้ว่าคิดเองทำเองไม่ได้ลอกคนอื่น แต่เพื่อไทยเราของแท้ เรามีนโยบายเป็นสัญลักษณ์ เห็นผลงานจริงผ่านการบริหาร
🔺 ‘ณัฐวุฒิ’ เตือน ‘อนุทิน’ อย่าฉกฉวยเรื่องชายแดนหาเสียงการเมือง เตือนเลือกพรรคส้ม ตั้งรัฐบาลไม่ได้มีเหตุติดล็อก
ด้านณัฐวุฒิ กล่าวว่า เพื่อไทยมีรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย อย่ารอหวังแต่รัฐบาลนี้ที่มีแต่คนละครึ่ง ขนาด MOA ให้อยู่ 4 เดือนยังอยู่แค่ 2 เดือน ครึ่งเดียว ดังนั้นขอให้รอเพื่อไทย พร้อมกล่าวถึงการปราศรัยจังหวัดชายแดนของพรรคภูมิใจไทยที่ว่าจะปักธงชิงพื้นที่พรรคเพื่อไทย สร้างความชอบธรรมจากการจัดการสถานการณ์ชายแดน
“ผมอยากเตือนนายกฯ อนุทินไว้ สถานการณ์ความมั่นคงเกี่ยวกับชายแดน คนไทยทุกคนต้องอยู่ข้างเดียวกัน ใครเป็นรัฐบาลควรจะอยู่ข้างเดียวกัน ไม่มีการเมืองในเรื่องดินแดน ไม่ว่าใครเป็นรัฐบาล ม่ควรฉกฉวยผลประโยชน์จากภาระหน้าที่ที่คนไทยต้องทำร่วมกัน คือปกป้องแผ่นดิน”
ณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า เมื่อ 2 วันก่อน อนุทินไปปราศรัยที่จังหวัดนครพนม กระแทกแดกดันว่า ‘กูไม่ใช่หลานมึง’ หลังจากนั้นก็ประกาศว่าจะเอานครพนมยกจังหวัด ที่ไหนมีเพื่อไทยจะเอายกจังหวัดให้หมด พรรคเพื่อไทยไม่ใช่เขากระโดง จะได้มายึดพื้นที่กันง่ายๆ
ณัฐวุฒิกล่าวเพิ่มเติมว่า การเลือกตั้งครั้งนี้แข่งกันสามก๊ก 3 สี เป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ ในโซเชียลก็ซนเข้าแปะรูปหัวหน้าพรรคเป็นการ์ตูนเรื่องโดราเอม่อน อนุทินแปะภาพเป็นไจแอนท์ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แปะภาพเป็นซูเนโอะ ยศชนัน แปะภาพเป็นโนบิตะ พร้อมอธิบายถึงตัวละครต่างๆ ว่า ไจแอนท์ตัวใหญ่ วันๆ คิดแต่จะแย่งของคนอื่นตลอดเวลา อะไรแย่งได้ยึดได้ก็ยึด อะไรฮั้วได้ก็ฮั้ว ส่วนซูเนโอะ คิดว่าฉลาดอยู่ตลอดเวลา พูดเก่ง พูดเยอะ แต่ทำอะไรไม่เคยเข้าท่าเป็นลูกไล่ไจแอนท์อยู่เสมอ มีอะไรก็เอาไปทูนหัวให้ไจแอนท์หมด มีของอยู่ 150 เสียง ก็เอาไปให้ไจแอนท์
ส่วนโนบิตะโดนตลอดมา บางทีก็โดนไจแอนท์รังแก บางทีก็โดนซูเนโอะใช้เล่ห์เหลี่ยม แต่โนบิตะรอดมาได้ตลอด เพราะมีกระเป๋าของวิเศษจากโดราเอม่อน ซึ่งก็คือพี่น้องประชาชน ที่พรรคเพื่อไทยได้ตลอดมา ครั้งนี้ช่วยกันอีกที กาเพื่อไทยทั้ง 2 ใบ จัดการทั้งไจแอนท์และซูเนโอะให้ออกไป
ณัฐวุฒิกล่าวอีกว่า สถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ สื่อมวลชนวิเคราะห์ว่าพรรคสีส้มโดนรุมกินโต๊ะทำให้บ้านเมืองไปต่อไม่ได้ ขอให้ฟังตนๆ จะวิเคราะห์ของจริงให้ฟัง ปัญหาการเมืองของประเทศไทยวันนี้ อยู่มา 20 กว่าปี เพราะรุมกินเก้าอี้สีแดง เลือกตั้งได้นายกฯ มา 6 คน โดนรุมกินเก้าอี้หมด นี่เป็นปัญหา เพราะพรรคที่โดนมาแบบนี้ก็พยายามสู้ ตามกติกา ตามระบบรัฐสภา ไม่เคยหลุดออกนอกเส้นทาง ไม่เคยเกาะล้อรถถังเข้าสู่อำนาจ พยายามที่จะรักษาเก้าอี้ไว้ เพื่อรักษาอำนาจอธิปไตยของประชาชน
ณัฐวุฒิกล่าวเพิ่มเติมว่า ณัฐพงษ์ บอกว่าความรับผิดชอบทางการเมืองสำคัญกว่าความรับผิดชอบทางกฎหมาย แต่การโหวตเลือกอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรีตาม MOA สร้างปัญหาทางการเมืองอย่างใหญ่หลวง ถ้าเราแก้ไขเรื่องนี้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้ เราจะถอยหลังไปตลอดทศวรรษนี้ และการเมืองไทยก็จะถอยหลังไปอีก 30 ปี ถามว่าความรับผิดชอบทางการเมืองของพวกคุณคืออะไร เห็นแต่ออกมาประกาศว่าต้องเลือกพวกเขาให้เกินครึ่ง ซึ่งไม่เรียกรับผิดชอบเขาเรียกหน้าด้าน
ณัฐวุฒิยังกล่าวอีกว่า ขอให้ดูดีๆ ให้เลือกพรรคการเมืองที่มีโอกาสตั้งรัฐบาลได้จริง ถ้าหากพรรคประชาชน เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ตนจะชี้ให้เห็นว่าสภาพรัฐบาลของพรรคประชาชน จะมีสภาพเดียวกับถนนพระราม 2 นี่คือความผิดปกติและความอัปลักษณ์ของการเมืองไทย แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 2 ใน 3 คน ติดอยู่ในกลุ่ม 44 สส. ที่ร่วมลงชื่อแก้ไขมาตรา 112 ซึ่งยังติดอยู่ในชั้นของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตนขอวิเคราะห์ล่วงหน้าถ้าพรรคสีส้มได้อันดับ 1 ของในมือ ป.ป.ช. คงจะถูกนำมาใช้ เอาคดี 44 สส. ไปฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะกลายเป็นเงื่อนไขใหม่ที่แต่ละพรรคการเมืองเอามาใช้ ว่าท่านตั้งรัฐบาลไม่ได้ ถือว่าติดเบ็ดของฝ่ายตรงข้ามตั้งแต่เวลานี้ ส่วนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 คือ วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ตนขอพูดไว้ล่วงหน้าว่าเขาจะเอาประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 1 หมวด 2 มาเป็นเงื่อนไขเช่นกัน เพราะถูกวางกับดักไว้หมดแล้ว ดังนั้นภาระหน้าที่ที่คนไทยต้องทำร่วมกัน อย่าให้เลยเถิดไปจาก MOA วิธีการที่ทำได้คือการกาพรรคเพื่อไทยทั้งสองใบ เพื่อให้อาจารย์เชน มาเป็นนายกรัฐมนตรี
ช่วงหนึ่งณัฐวุฒิยังกล่าวแซวความสัมพันธ์ของพรรคสีน้ำเงินและพรรคสีส้ม เหมือนละครตบจูบ พรรคน้ำเงินกับพรรคสีส้มหักกันเองก็ไม่ว่ากันสักคำ แถมธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เคลียร์คดีเขากระโดงให้ ศิริกัญญา ตันสกุล บอกว่ายังไม่มีอะไรผิดพลาดร้ายแรงยังไม่ต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่เพื่อไทยโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง
“รัฐบาลที่โดนปลดนายกฯ ปีละคน โดนสารพัดรุมกินเก้าอี้ พยายามผลักดันนโยบายได้ถึงเพียงนี้ผมไม่ได้ขอความดีความชอบ แต่ขอความเป็นธรรม รถไฟฟ้า 20 บาทถ้าไม่ล้มรัฐบาลถ้านายกแพทองธารยังอยู่ พฤศจิกายนปี 68 ได้นั่งกันแล้ว บ้านเพื่อคนไทยถ้าไม่เปลี่ยนรัฐบาล 18 กันยายน 68 จับสลากชุดแรกไปแล้ว หวยเกษียณถ้าไม่เปลี่ยนรัฐบาลสิ้นปีที่แล้วได้แทงกัน“ ณัฐวุฒิกล่าว
🔺 ‘จุลพันธ์’ เปิดนโยบายสร้างเศรษฐีเงินล้าน ลุ้นรางวัล วันละ 9 ล้าน 9 คน
ด้าน จุลพันธ์กล่าวปราศรัยว่า ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา ทุกคนได้รู้จักนโยบายของพรรคเพื่อไทยมาพอสมควรแล้ว วันนี้จะมาประกาศอีกหนึ่งนโยบาย รวยทุกวันเงินล้าน 9 คน คนละ 1 ล้านบาท มีโอกาสทุกวัน โดยผู้ได้รับสิทธิวันละ 9 คนจะแบ่งเป็น 5 กลุ่ม เศรษฐีเงินล้าน 4 คนแรกมาจาก 4 กลุ่มคือ พี่น้องเกษตรกร แค่ลงทะเบียนก็ได้ลุ้นเป็นเศรษฐีเงินล้านทุกวัน กลุ่มที่สอง คือคนที่เสียสละเพื่อสาธารณะประโยชน์ อาทิ อสม. อสส. กลุ่มที่สาม ผู้สูงอายุที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ และกลุ่มที่สี่คือประชาชนผู้ยื่นภาษี ที่เป็นฟันเฟืองที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
จุลพันธ์ กล่าวอีกว่า คนสี่กลุ่มนี้จะได้สุ่มชื่อลุ้นเงินรางวัล 1 ล้านบาททุกวันทุกกลุ่ม กลุ่มละ 1 คน 1 ล้านบาท อีก 5 คนที่ได้ลุ้นเงินล้าน มาจากประชาชนที่จับจ่ายใช้สอย ที่จะได้โบนัสแห่งโอกาสสู่การเปลี่ยนชีวิต จากทุกการใช้จ่ายที่มีใบเสร็จ รัฐบาลจะสุ่มแจก จำนวน 5 คน คนละ 1 ล้านบาท ทุกวันไม่เว้นวันหยุด คนที่ไม่ถูกรางวัล ไม่เสียอะไรเลย แต่ยังได้รับความสะดวกสบายจากระบบใบเสร็จดิจิทัล และมีความหวังรออยู่ทุกวัน ขณะที่ผู้ประกอบการจะได้ยกระดับร้านค้าสู่มาตรฐานสากลด้วยระบบที่รัฐให้บริการฟรีและจะมีลูกค้ามากขึ้นจากแรงจูงใจจากนโยบายนี้ และเราจะมีฐานข้อมูล ของแพงที่ไหนรัฐบาลรู้ทันที แก้ไขได้ตรงจุด
“มีหลายคนรอฟังว่าวันนี้หนิมจะพูดอะไรถึงหนู แต่ขอโทษหนูไม่อยู่ในสายตาหนิมอีกต่อไป เพราะคุยกับหนูยังไงมันก็ไม่จบ เพราะข้างหลังหนูยังมีเนอยู่ วันนี้หนิมเลยจะฝากถึงใครอีกคน ยืนเกาะประตูรั้วทำเนียบอยู่เขาไม่ให้เข้า พวกเราต่อสู้กับอนุรักษ์นิยมมา 20 ปี เท้งทำคว่ำทั้งกระดาน เอา 14 ล้านเสียงไปใส่พานให้หนูมาเป็นนายกฯ เท้ง เอาเสียงประชาชนไปเล่นขายของ แล้วบอกว่าเป็นการทดลองที่ล้มเหลว” จุลพันธ์กล่าว
จุลพันธ์กล่าวอีกว่า “หนิมอยากถามเท้งว่าใครเป็นคนจ่ายราคาการทดลองที่ล้มเหลว เหตุการณ์ที่หาดใหญ่ การโยกย้ายข้าราชการ การจัดซีเกมส์ เขากระโดง ประเทศไทยไม่ใช่สนามเด็กเล่น เราไม่มีเวลาให้เอาประเทศไปเป็นหนูทดลอง คนไทยไม่ใช่หนูทดลองของเท้ง เลือกเท้งได้หนูมาทดลอง เลือกเพื่อไทยได้ เชน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกฯ แน่นอน ยกเครื่องประเทศไทยเพื่อไทยทำได้ ถ้าตัดสินใจแล้วเลือกเพื่อไทยสองใบ ส่ง เชน ยศชนันเป็นนายกฯ”
🔺 ‘ยศชนัน’ ขอเป็นนายกฯ คนที่ 33 แก้ปัญหาน้ำทั้งระบบ
ขณะที่ ศ.ดร.ยศชนัน ขึ้นกล่าวปิดท้ายการปราศรัยตอนหนึ่งว่า ใน 2 เดือนที่ผ่านมาเราเรียนรู้อะไรต่างๆ มากมาย มีครอบครัวที่ ใหญ่ขึ้นแข็งแรงขึ้น วันนี้ครอบครัวเพื่อไทยใหญ่กว่าเดิม ขอประกาศวันที่ 8 กุมภาพันธ์ จะนำความฝันของประชาชนให้เป็นจริง
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวอีกว่า ตนไม่รู้ว่าจะอยู่ในโลกใบนี้ได้อีกนานแค่ไหน แต่อยากให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่สวยงาม ลูกหลานของเราอยากทำอะไรต้องทำได้ ด้วยสองมือของเราในอีก 4 ปีข้างหน้า และด้วยเหตุนี้ประเทศไทยทุกอย่างต้องเป็นไปได้
ก่อนยกตัวอย่างประเทศเนเธอร์แลนด์ที่สามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งประเทศไทยก็ทำได้ รวมถึงการสร้างพืชสมุนไพรทำยาที่ดีที่สุดออกมาให้คนทั้งโลก และมีการท่องเที่ยวที่ทุกคนอยากไป และประชากรมีรายได้สูงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นเรื่องของพลังของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพร้อมย้ำว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีของคนไทยทุกคน นายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ที่นำโดยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทําให้ผู้เข้าร่วมปราศรัยต่างตะโกนกึกก้องว่า “นายกฯ เชน”
ขณะเดียวกัน ศ.ดร.ยศชนัน ยังกล่าวอีกว่า เราเดือดร้อน เรื่องน้ำมานาน หากเข้าไปเป็นนายกฯ ตนขอแก้ปัญหาน้ำทั้งระบบ เราจะศึกษาระบบน้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งเราจำเป็นต้องจัด ตั้งกรมขึ้นมาใหม่ เพื่อดูแลการระบายน้ำ ปัจจุบันไม่มีใครอยากให้ทำเขื่อน แต่เราทำฝายขนาดเล็กขึ้นมาได้ เพื่อป้องกันน้ำท่วมและการกัดเซาะชายฝั่ง วันนี้เรา ต้องแก้ปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง สำหรับ การทุจริตคอร์รัปชันเราต้องแก้ทั้งระบบ โดยสร้างกฎหมาย สร้างระบบไซเบอร์ สร้างการเรียนให้ลูกหลานเข้าถึง AI โดยประชากร 1 ใน 3 ไม่ว่าจะอายุเท่าไร ต้องเรียนรู้เรื่องเอไอให้ได้ หลังจากนั้น เราจะรวมข้อมูลของหลายกระทรวง เพื่อแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน
เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/