โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"นักวิชาการ" เสนอ ก.ล.ต. คุมพฤติกรรม เปิดพอร์ตโชว์กำไรให้ซื้อตาม บิดเบือนตลาดทำราคาหุ้นพุ่ง

สยามรัฐ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

นักวิชาการธรรมศาสตร์ เชื่อการกำกับ Finfluencer ยังอยู่ในหลักการเดิม แต่จะช่วยลดความเสี่ยงนักลงทุนถูกชี้นำด้วยข้อมูลที่ผิดได้ พร้อมเสนอ ก.ล.ต. หาแนวทางควบคุมเว็บบอร์ด-พฤติกรรมเปิดพอร์ตโชว์กำไรหุ้นเพื่อให้คนซื้อตาม เพราะมีส่วนบิดเบือนตลาด ทำให้ราคาหุ้นดีดสูงขึ้น

ศ. ดร.อาณัติ ลีมัคเดช อาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า การที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ประกาศว่ามีแผนจะกำกับดูแลกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ด้านการเงินและการลงทุน (Finfluencer) ในปี 2569 ส่วนตัวเชื่อว่าจะเป็นการประยุกต์จากหลักการเดิมที่มีอยู่แล้วแต่จะทำให้มีความชัดเจนขึ้น เพื่อแยกแยะบทบาทอย่างชัดเจนระหว่างการให้ข้อมูลข้อเท็จจริง กับการให้คำแนะนำเพื่อการลงทุน ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนรู้เท่าทันข้อมูล ลดความเสี่ยงจากการเข้าซื้อสินทรัพย์ในช่วงที่ราคาสูงและเกิดพฤติกรรมที่เรียกว่าติดดอยอันเป็นผลจากคำแนะนำของ Finfluencer

ทั้งนี้ ปัจจุบันการวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปที่ไม่ได้เจาะจงให้เกิดการซื้อหรือขาย รวมถึงไม่ได้มีการรับเงินเพื่อโฆษณาเกี่ยวกับการลงทุนจะไม่ต้องใช้ใบอนุญาต ส่วนการรับเงินมาเพื่อแนะนำการลงทุนหรือฟันธงเพื่อให้เกิดการซื้อขายหุ้นแก่สาธารณะ กรณีนี้ต้องได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ส่วนตัวเชื่อว่าแผนการกำกับ Finfluencer น่าจะยังคงอยู่ในหลักการนี้ และคงไม่ถึงกับให้ Finfluencer ต้องมาสอบเพื่อทำใบอนุญาตใหม่

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าสนใจควบคู่กันไปคือในกลุ่มที่กฎเกณฑ์การกำกับควบคุมไปไม่ถึง ได้แก่ กลุ่มคนที่ให้ข้อมูลอยู่ตามเว็บบอร์ด เช่น Pantip ฯลฯ ซึ่งไม่ได้ถูกนับเป็น Finfluencer แต่ก็มีการแนะนำหุ้น หรือการลงทุน และอาจจะมีผลประโยชน์เบื้องหลัง รวมถึงกลุ่มคนที่อ้างว่าไม่มีผลประโยชน์เบื้องหลังและใช้การเปิดพอร์ตหุ้นให้ดูว่าได้กำไรจากหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง ซึ่งยังไม่ถูกขายออก และอาจสร้างความฮือฮาจนเป็นกระแสและมีคนซื้อตาม โดยถ้าเป็นการแบ่งปันข้อมูลกันอย่างถูกต้องก็ไม่มีอะไร แต่ถ้ามีผลประโยชน์เบื้องหลัง โดยจุดกระแสผ่านเว็บบอร์ดจนมีคนซื้อตาม และทำให้ราคาหุ้นดีดขึ้นสูง แบบกรณีหุ้น GameStop ของสหรัฐอเมริกา อันนี้ก็เป็นเรื่องที่น่ากังวล และเป็นการบิดเบือนตลาดด้วย

“เกณฑ์ของ ก.ล.ต. วันนี้ยังไม่ได้ครอบคลุมเข้าไปถึงเว็บบอร์ด หรือกระทั่งห้องแชตกลุ่มไลน์ หรือแอปพลิเคชันเทรดหุ้นบางแอปฯ ที่เป็นเหมือน Social investing ซึ่งถ้ามองจากกรณี GameStop ก็เป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในประเทศไทยได้ และเชื่อว่าเป็นการได้เปรียบเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัดในการที่นักลงทุนมีการนำพอร์ตมาโชว์ ดังนั้น ในประเด็นเหล่านี้ควรจะมีควบคุมในระดับหนึ่งด้วย เพราะคนที่โชว์พอร์ตส่วนใหญ่โชว์แต่ตอนที่ได้กำไร แต่ถ้าจะให้เกิดความโปร่งใสคือเปิดหมดทั้งที่ได้กำไรและเสีย แต่ก็ไม่ใช่คุมจนขยับตัวไม่ได้เลย” กล่าวตอนท้าย

นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวต่อไปว่า การกำกับควบคุม Finfluencer ไม่ควรทำให้มีความแข็งตัวมากเกินไป เนื่องจาก Finfluencer มีส่วนสำคัญที่ช่วยสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการเงินให้กับคนเป็นวงกว้างได้ แม้ Finfluencer อาจจะไม่ได้จบการศึกษาทางด้านการเงินมา แต่สิ่งสำคัญคือการผลิตเนื้อหาที่น่าสนใจจนกระตุ้นให้นักลงทุน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ (Gen Z) เข้าถึงข้อมูล ตลอดจนการให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ เช่น เหรียญโทเคน (Token) บิตคอยน์ (Bitcoin) ฯลฯ ซึ่งเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่ คนในวงการการเงินหรือนักวิเคราะห์อาจไม่ได้รู้ลึก ขณะที่ Finfluencer ที่ให้ความรู้เรื่องนี้ส่วนใหญ่จบการศึกษาด้านวิศวกรรม มีความเข้าใจในเรื่องซอฟต์แวร์ต่าง ๆ เกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ จึงมีความเข้าใจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล รวมทั้งระบบนิเวศของการเงินสมัยใหม่ เช่น ระบบการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) ค่อนข้างดี

สำหรับกรณีที่ ก.ล.ต. เคยเปิดรับฟังความคิดเห็นเมื่อช่วงปลายปี 2568 ที่ผ่านมานั้น เป็นไปเพื่อควบคุมการโฆษณาจาก Finfluencer มากกว่า แต่ไม่ถึงกับให้ Finfluencer ต้องมาสอบใบอนุญาตแบบเดียวกับนักวิเคราะห์การลงทุนหรือที่ปรึกษาด้านการลงทุน ส่วนตัวมองว่าเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่จะมีการควบคุมเนื้อหาที่เป็นการโฆษณาเกี่ยวกับการลงทุน เช่น ถ้ามีการเผยแพร่เนื้อหาเกี่ยวกับการลงทุนโดยที่เป็นการโฆษณาก็ควรจะมีระบุให้ชัดว่ามีเป็นการโฆษณา ฯลฯ เพราะจะช่วยให้คนที่ติดตามเนื้อหาจาก Finfluencer รู้เท่าทันข้อมูลและได้พิจารณาก่อนการตัดสินใจลงทุน

“ถ้ามีการพูดถึงเหรียญบางเหรียญ หรือ Investment token อะไรต่างๆ ก็ต้องยอมรับว่าการที่ลิสต์เหรียญใหม่ หรือทำ IPO ของหุ้นใหม่ คนขายหุ้นก็ต้องการขายของ ก็จะมีการจ้าง Finfluencer ให้แนะนำหุ้นหรือเหรียญของตน ในเวลาเดียวกันก็มี Finfluencer หลายคนที่ทำไปโดยไม่ได้รับเงิน หรือผลประโยชน์ใด ๆ ดังนั้นสิ่งสำคัญคือคนรับข้อมูลควรจะแบ่งแยกได้ว่าคอนเทนต์ใดมีสปอนเซอร์ หรือไม่มีสปอนเซอร์ เพื่อทำให้คนฟังไปหาข้อมูลอื่นด้วย แทนที่จะเชื่อหมดใจ” ศ. ดร.อาณัติ กล่าวเสริม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...